‘อนาคตใหม่’ คิกออฟ ชู ‘ไทย 2 เท่า’ เท่าเทียม-เท่าทันโลก

ก้าวเข้าเดือนตุลาคม หลายพรรคเริ่มคิกออฟทั้งกิจกรรมและแคมเปญนโยบายทางการเมือง เพื่อสู้ศึกการเลือกตั้งในห้วงต้นปี 2562 กันอย่างเต็มที่

เช่นเดียวกับพรรคใหม่ไฟแรงอย่าง “พรรคอนาคตใหม่” ที่มีชื่อย่อว่า “อนค.” ซึ่งได้รับรองการเป็นพรรคการเมืองจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 27 กันยายนที่ผ่านมา

ถือฤกษ์จัดกิจกรรม “ได้เวลาอนาคตใหม่” เปิดตัววิสัยทัศน์ “อนาคตใหม่ ไทย 2 เท่า” ที่สื่อความหมายถึงความเท่าเทียมกันและเท่าทันโลก ดูได้จากสถานที่จัดแถลงข่าวไม่ปรากฏเวทียกพื้นใดให้เกิดความแตกต่าง แถมจัดงานได้ทันใจ ตอบรับคำพูดของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค อนค. ที่ประกาศกร้าวไว้ว่า “ไม่มีกฎหมายข้อไหนห้ามพูดเรื่องนโยบาย อนาคตใหม่จะเปิดศักราชใหม่เดือนตุลาคมนี้ โดยจะพูดเรื่องนโยบาย จะปลดล็อกหรือไม่ปลดล็อกไม่สน นายวิษณุ (เครืองาม รองนายกฯ) จะพูดอย่างไรก็ไม่สน เดือนตุลาคมนี้จะพูดเรื่องนโยบาย เพื่อปักวาระให้สังคมนี้”

ส่วนแคมเปญ “ไทย 2 เท่า” นั้น “ธนาธร” อธิบายรายละเอียดว่า “ไทย 2 เท่า” เป็นสิ่งที่พรรคอนาคตใหม่อยากเห็นคนไทยเท่าเทียมกัน และประเทศไทยเท่าทันโลก คนไทยต้องได้รับสิทธิและโอกาสเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะโตมาแบบไหน จังหวัดใด เพศสภาพอะไร ต้องยืนยันสิทธิเท่าเทียม ถูกทำให้เชื่อว่าความรวยความจนเป็นความพยายามส่วนบุคคล ทั้งที่ชีวิตความเป็นอยู่ประชาชนเกี่ยวกันอย่างเลี่ยงไม่ได้กับสิทธิเสรีภาพ

อย่าให้เราถูกกักขังว่านี่คือเรื่องเพ้อฝัน เช่น เมื่อปี 2497 ประเทศไทยเริ่มผลักดันประกันสังคม แต่มีรัฐประหารเกิดขึ้นทำให้ต้องรออีก 4 ทศวรรษ จึงจะเป็นจริง ต้องผ่านการรณรงค์อย่างแข็งขัน ปัจจุบันนี้มีคนเป็นล้านคนดำรงชีวิตอยู่ด้วยการพึ่งพาประกันสังคมที่เป็นรากแก้วของรัฐสวัสดิการ ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าทำได้ เราเคยทำมาแล้ว ถ้าเราร่วมมือกันเราจะทำได้อีกครั้ง

เราต้องยกระดับความเป็นไทยอย่างสากล ทะยานไปอย่างเต็มศักยภาพไม่น้อยหน้าใครในเวทีโลก ต้องกล้าเป็นผู้นำ ไม่ใช่ผู้ตามอย่างเดียว การกล้าฝันเท่านั้น ประเทศไทยจะหลุดจากกับดักรายได้ปานกลาง ต้องกล้าขี่โลกาภิวัตน์เท่านั้น ต้องเท่าเทียมกัน เท่าทันโลก เราจะหลับหูหลับตาไม่เรียนรู้อะไรจากโลกไม่ได้

อนาคตที่จะมีโรงเรียนคุณภาพใกล้บ้าน อนาคตที่จังหวัดจะมีอำนาจในการจัดการตนเอง เพื่อตอบสนองประชาชนในพื้นที่ นี่คืออนาคตใหม่ที่คนไทยเท่าเทียมกัน ประเทศไทยเท่าทันโลก นี่คือหลักการจัดการผลักดัน หยัดยืน ปักไว้ในสังคมไทย 3 เดือนหลังจากนี้ จะได้เห็นนโยบายแต่ละด้านที่เห็นความก้าวหน้าในการลดความเหลื่อมล้ำในสังคม

“สำหรับวิสัยทัศน์นี้จะขับเคลื่อนผ่าน 6 นโยบายหลักของพรรค ได้แก่ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ เกษตรก้าวหน้า ยกระดับการศึกษา การพัฒนาอุตสาหกรรมรถไฟ การเพิ่มอำนาจท้องถิ่น การลดความเหลื่อมล้ำในสังคมผ่านระบบภาษี และรัฐสวัสดิการแบบเท่าเทียมทั้งชีวิต” หัวหน้าพรรค อนค.แจกแจง

ด้าน รศ.ดร.วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร ทีมที่ปรึกษาด้านนโยบาย พรรค อนค. อธิบายหลักการของวิสัยทัศน์ไทย 2 เท่า เพิ่มเติมว่า ไทยติดอันดับต้นๆ ด้านความเหลื่อมล้ำของโลก สิ่งที่ควรจะแก้ไขและไปให้ถึงการส่งเสริมความเท่าเทียมในสังคมควบคู่ไปกับความเท่าทันโลก หลักการของไทย 2 เท่า เป็นการยืนยันว่านโยบายต่างๆ จะต้องยืนอยู่บนหลักการนี้ ไม่ใช่ยืนอยู่บนหลักการใดหลักการหนึ่ง อย่างไรก็ตาม คำว่า “ไทย 2 เท่า” เป็นวิสัยทัศน์ เทียบเท่ากับ “ไทยแลนด์ 4.0” หรือที่พรรคไทยรักไทยเคยใช้คำว่า “4 ปีซ่อม 4 ปีสร้าง” พรรคอนาคตใหม่พยายามยืนยันบนหลักการนี้ ทั้งนี้ พรรคอนาคตใหม่จะเริ่มปล่อยนโยบายในทุกวันพุธ เริ่มวันที่ 10 ตุลาคม จากนั้นจะอธิบายเพิ่มเติมจากการถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กเพจพรรคอนาคตใหม่ทุกวันศุกร์ โดยนโยบายแรกที่จะเริ่มปล่อย คือนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และเศรษฐกิจก้าวหน้า หากจะเปรียบเทียบกับต่างประเทศ เช่น เทคโนโลยีเอไอ จะไม่ใช่แค่มีเอไอ แต่ต้องดูว่าต่างประเทศใช้ทำอะไรบ้าง

ขณะที่ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ผู้อำนวยการพรรค อนค.ฝ่ายนโยบาย ขยายความเพิ่มเติมถึงแคมเปญ “ไทย 2 เท่า” ที่จะจัดทำเป็นนโยบายของพรรรคว่า นโยบายของพรรคจะต้องยึดประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม ต้องมาจากความต้องการ ข้อเรียกร้องของประชาชน ทีมนโยบายจะเป็นสะพานเชื่อมให้นโยบายปฏิบัติได้อย่างแท้จริง

ข้อจำกัดของ คสช.คือเหตุผลหนึ่งที่ยังไม่ได้เปิดนโยบาย อีกส่วนหนึ่งคือต้องรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน เพื่อกลั่นกรองวิเคราะห์และออกแบบอย่างรอบคอบ มีงานวิจัย ถอดบทเรียนจากต่างประเทศมารองรับ เพื่อให้นโยบายได้ผลจริงและตรงความต้องการของประชาชน

ที่ผ่านมาได้ลงพื้นที่ 70 จังหวัดทั่วประเทศเพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชนนำมาออกแบบเป็นนโยบาย เช่น นโยบายด้านการเกษตร เรื่องข้าว รับฟังปัญหาจากชาวนาในแต่ละภูมิภาคที่มีปัญหาแตกต่างกัน แต่ที่เหมือนกันคือราคาลดลง 4 ปีที่ผ่านมา นำไปพูดคุยกับนักวิชาการ วิเคราะห์ข้อมูลที่มีอยู่ นำไปสู่การสรุป ทำไมราคาไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย ส่วนหนึ่งยังไม่มีการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า พร้อมศึกษาแนวทางการสนับสนุนเกษตรกรของประเทศญี่ปุ่น

ทั้งนี้ นโยบายของพรรคมีอุดมการณ์และเป้าหมาย เบื้องหลังคือประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน ต้องยึดโยงอำนาจสูงสุดของประชาชน เพื่อกระจายอำนาจให้ประชาชนกำหนดอนาคตตัวเองได้

ทุกนโยบายของพรรคอนาคตใหม่ จะต้องอยู่บนแนวนโยบาย 3 ป. คือ 1.ปลดล็อกกฎหมาย ข้อบังคับ ธรรมเนียมปฏิบัติที่ผูกขาดอำนาจทางการเมืองและเศรษฐกิจที่กดทับขัดขวางประชาชน ต้องถูกยกเลิกทำลายทิ้ง เช่น การแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 การจัดการมรดก คสช.

2.ปรับโครงสร้างที่เคยอยู่ในมือของคนกลุ่มหนึ่ง ต้องได้รับการแก้ไขให้กลับมาอยู่กับคนส่วนใหญ่ กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ปฏิรูปการศึกษา สร้างระบบสวัสดิการที่ได้มาตรฐานอย่างทั่วถึง

3.เปิดโอกาสให้ทุกคนได้พัฒนาตนเอง ต้องเปิดกว้างพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงไปสู่อนาคต และเปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนได้ตัดสินใจและตรวจสอบ

“ขณะที่ผลชี้วัดและจับต้องได้อย่างเป็นรูปธรรมนั้น ในช่วงการจัดทำนโยบายแต่ละด้านของพรรค อนค.จะลงรายละเอียดถึงแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนขึ้น ภายหลังการปลดล็อกทางการเมืองแบบร้อยเปอร์เซ็นต์” ผู้อำนวยการพรรค อนค.ฝ่ายนโยบาย ให้รายละเอียด

ทั้งนี้ทั้งนั้น แคมเปญ “ไทย 2 เท่า” ของพรรคอนาคตใหม่จะแปรเปลี่ยนเป็นคะแนนเสียงให้กับพรรคได้มากน้อยเพียงใดนั้น ผลการเลือกตั้งจะเป็นตัวชี้วัด

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้สสจ.ยะลา เตือนพ่อแม่-ผู้ปกครอง เฝ้าระวัง ‘โรคหัด’ หลังพบเด็กยะลาป่วยกว่า 150 ราย
บทความถัดไปนายช่าง ขับรถลูกค้าไปเทสต์ช่วงล่าง ชนโครมต่อหน้าเจ้าของ