‘หมอวรงค์’ สมัครสมาชิกปชป.แล้ว ลุยสู้ศึกชิงหน.พรรค ลั่นหากชนะ เลือดจะไหลกลับ

2.10.18 | 14:36 น.

“หมอวรงค์” สมัคร สมาชิกปชป.แล้ว เตรียมสู้ศึกเลือกตั้งหัวหน้าพรรค โว หากชนะเลือดไหลกลับปชป.แถมมีเลือดใหม่เพิ่ม ไม่ปฏิเสธ หนุน “บิ๊กตู่” นั่งนายกฯต่อ อ้างยังไกลตัว

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 2 ตุลาคม ที่พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก ผู้เสนอตัวชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค ปชป. เดินทางมาสมัครเป็นสมาชิกพรรค โดยมีนายวิรัตน์ วิริยพงษ์ อดีต ส.ส.สุโขทัย ในฐานะตัวแทนกลุ่มเพื่อนหมอวรงค์มาให้กำลังใจ โดย นพ.วรงค์สมัครผ่านระบบแอพพลิเคชั่น D-connect พร้อมกับโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารพร้อมบ่นว่า “ยากจัง” ก่อนที่จะกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ระบบการโอนเงินดังกล่าวทำให้สมัครสมาชิกยาก แต่ก็ยอมรับกติกา ส่วนการแข่งขันชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคนั้น ในขณะนี้ยังถือเป็นรองนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งถือเป็นแชมป์เก่าที่ครองตำแหน่งมายาวนานถึง 13 ปี แต่จากการเดินสายลงพื้นที่ได้รับการตอบรับดีมาก มีอดีต ส.ส.ที่คิดจะย้ายพรรค รวมทั้งที่ย้ายไปแล้วติดต่อมาว่า หากได้เป็นหัวหน้าพรรคจะกลับมาสมัครเป็นสมาชิกพรรค ซึ่งจะได้เห็นเลือดไหลกลับเข้า ปชป. รวมถึงมีผู้สมัครเลือดใหม่ในพื้นที่ภาคอีสานและเหนือจะมาร่วมงานกับพรรคด้วย เพราะเมื่อได้บริหารพรรคก็จะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น เพราะเป็นคนพูดจริง ทำจริง กล้าคิด กล้าทำ และกล้าตัดสินใจ โดยจะมีการกระจายอำนาจให้กับประธานสาขาพรรค ในวันที่เราเป็นรัฐบาล ประธานสาขาพรรคก็จะทำงานร่วมกับเราไปด้วย

ส่วนกรณีที่มีข้อครหาว่าหากได้เป็นหัวหน้าพรรคจะทำให้ ปชป.กลายเป็นนั่งร้านให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง นพ.วรงค์กล่าวว่า คงไม่ใช่อย่างนั้น มันเป็นแนวคิดของที่สนับสนุนตนซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงพรรคให้เข้มแข็งขึ้น หากเปิดตัวออกมาแล้วคนจะตกใจ ซึ่งเมื่อถึงเวลาจะให้ออกมาชี้แจง

เมื่อถามย้ำถึงจุดยืนในการตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้งว่าจะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์หรือไม่ นพ.วรงค์กล่าวว่า ยังไม่ได้มองไกลถึงขนาดนั้น ขณะนี้มุ่งที่การแข่งขันในตำแหน่งหัวหน้าพรรคก่อน และไม่ได้ติดยึดกับตัวบุคคล การร่วมรัฐบาลต้องมีการหารือกันก่อน โดยยึดนโยบายสำคัญเรื่องการปราบการทุจริตที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ ไม่ได้คิดประเด็นประชาธิปไตยหรือเผด็จการ เพราะเป็นคำที่ชาวบ้านไม่ได้อะไร และเบื่อแล้ว ต้องการความชัดเจนว่าชาวบ้านจะได้อะไรมากกว่า ซึ่งหากได้เป็นหัวหน้าพรรคก็จะมีนโยบายที่ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้ ทั้งนี้ในวันที่ 7 ตุลาคมนี้จะลงพื้นที่ภาคตะวันออกเพื่อพบปะสมาชิกและอดีตประธานสาขา เพราะทราบมาว่าคู่แข่งคือนายอภิสิทธิ์จะลงพื้นที่ภาคใต้ จากนั้นในวันที่ 8 ตุลาคมนี้จะเดินทางมาสมัครลงแข่งขันอย่างเป็นทางการ