สถานีคิดเลขที่ 12 : ตรวจสอบคนดี : โดย ชุมฉันท์ ชำนิประศาสน์

3.10.18 | 12:45 น.
เบร็ตต์ คาวานอห์

การเมืองบ้านเราคึกคักขึ้นมากในช่วงนี้ เมื่อมีการเปิดตัวพรรคและสมาชิกพรรคต่างๆ อย่างต่อเนื่อง มีทั้งหน้าเก่า หน้าใหม่ หน้ารัฐมนตรี ทยอยกันเปิดตัวเพื่อพร้อมสำหรับการหาเสียงเลือกตั้ง

บรรยากาศของการต่อล้อต่อเถียงและท้าทายมีตามมาด้วย ซึ่งเป็นเรื่องปกติตามธรรมชาติของการต่อสู้ทางการเมือง

แต่บางคนอาจไม่ชอบ เพราะกลัวว่าจะเกิดการทะเลาะเบาะแว้ง สาดโคลนใส่กัน อยากจะอยู่สงบๆ ปล่อยให้เป็นไปแบบในช่วงถูกปิดกั้นหรือถูกยึดอำนาจ

คนคิดแบบหลังนี้น่าจะเป็นผู้มีสถานะและฐานะทางสังคมและเศรษฐกิจดีพอสมควร ซึ่งจะคิดแบบนั้นก็ได้ แต่ที่ไม่ควรทำอย่างยิ่งคือคิดแทนคนอื่น

การคิดแทนคนอื่น และไม่สนว่าใครจะคิดเป็นอื่นหรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่น่ากลัวมาพักใหญ่แล้วตั้งแต่เสียงนกหวีดดังทั่วเมือง

Advertisement

หลังๆ มานี้สิ่งที่เราได้ยินอยู่บ่อยๆ เป็นคำสั่งสอนว่าคนไทยต้องไม่กลับไปเลือกอะไรเดิมๆ เพราะจะทำให้ความขัดแย้งแบบเดิมๆ กลับมาอีก ต้องเลือกคนดีคนเก่งสถานเดียว

คนที่สั่งสอนมาถึงขั้นนี้ ก็ยังไม่ได้นำเสนอมาตรฐานว่า แบบไหนถึงเรียกเป็นคนดีจริง คนเก่งจริง คนสุจริตจริง ฯลฯ

ยิ่งใช้คำพูดเฉยๆ ไม่เป็นมาตรฐานอะไร ต่อให้ตะโกนกึกก้องว่า คนแบบผมไม่โกงหรอก ก็ยังเป็นเรื่องน่าสงสัย เพราะการโกงไม่ได้หมายถึงแอบฉกเงินหลวงเข้าบัญชีเท่านั้น ยังรวมถึงการยึดสิทธิผู้อื่นไปเป็นของตนเองด้วย

หากไปดูประเทศประชาธิปไตยยักษ์ใหญ่ของโลกอย่างสหรัฐอเมริกาในตอนนี้ หลายๆ คนก็อาจจะส่ายหน้าและเบ้ปาก ว่าไม่น่าจะเป็นตัวอย่างได้ แต่อย่างน้อยสหรัฐมีระบบการตรวจสอบอำนาจอธิปไตยทั้งสามอย่างน่าสนใจ

กรณีล่าสุดที่อื้ออึงเป็นข่าวไปทั่วสหรัฐและทั่วโลกคือการตรวจสอบบุคคลในฝ่ายตุลาการ ซึ่งประธานาธิบดีจากฝ่ายบริหารเป็นผู้เสนอ แล้วให้ฝ่ายนิติบัญญัติเป็นผู้ตรวจสอบและลงมติ

นายเบร็ตต์ คาวานอห์ คือบุคคลดังกล่าว เป็นผู้ที่มีคุณสมบัติเป็นคนเก่งและคนดี ตามที่ นายโดนัลด์ ทรัมป์ เสนอให้ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาศาลสูงสุดของประเทศ

แต่ความดีและเก่งของนายคาวานอห์ถูกท้าทายครั้งใหญ่ เมื่อมีสตรีที่เคยเป็นเพื่อนนักเรียนสมัยมัธยมฯ เปิดตัวว่าเธอเคยตกเป็นเหยื่อล่วงละเมิดทางเพศของนายคาวานอห์

การเปิดตัวครั้งนี้มีเครดิตอยู่มาก เพราะฝ่ายหญิง คริสทีน ฟอร์ด เป็นดอกเตอร์ และเป็นอาจารย์ด้านจิตวิทยาของมหาวิทยาลัย ดูๆ ไปแล้วจะเรียกว่าเป็นคนเก่งคนดีของสังคมอีกคนเช่นกัน

บุคคลทั้งสองฝ่ายต่างให้การภายใต้คำสาบานในที่ประชุมพิจารณาของวุฒิสมาชิก มีอารมณ์สะเทือนใจเหมือนกัน และตอนนี้ยังดูไม่ออกว่าคนดีคนเก่งฝ่ายใดพูดความจริง

แม้นายทรัมป์จะเห็นใจท่านผู้พิพากษาอยู่มาก เพราะไม่เคยด่างพร้อยเลยจนตนเองเสนอชื่อ แต่ก็ต้องยอมให้หน่วยงานอิสระอย่างเอฟบีไอเข้ามาสอบสวน

นี่เป็นตัวอย่างหนึ่งของระบอบประชาธิปไตยที่อำนาจอธิปไตยสามฝ่ายต้องตรวจสอบกัน

จู่ๆ จะลุกขึ้นมาชี้ว่าใครดีใครไม่ดี แล้วสั่งให้คนอื่นเชื่อตาม อันนั้นไม่ใช่การใช้ปัญญาและไม่ใช่ประชาธิปไตย

ชุมฉันท์ ชำนิประศาสน์