เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม นายสุรินทร์ สิริชยานนท์ ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยถึงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงการนำบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องขึ้นนั่งร้าน ชมการบูรณะปฏิสังขรณ์และติดตั้งกลีบบัวคว่ำบัวหงายองค์กระบรมธาตุเจดีย์ นครศรีธรรมราชเนื่องจากไม่เหมาะสมนั้นว่า ในเรื่องนี้หลังจากจังหวัดนครศรีธรรมราชได้ร่วมกับกรมศิลปากรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการบูรณะปฏิสังขรณ์บัวคว่ำบัวหงายทองคำปลียอดพระบรมธาตุเจดีย์ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จ.นครศรีธรรมราช แล้วเสร็จและมีการประกอบพิธีอัญเชิญกลีบบัวทองคำกลีบสุดท้ายที่จารึกอักษรพระปรมาภิไธยย่อ ภ.ป.ร. ขึ้นประดิษฐานบนปูนปั้นกลีบบัวองค์พระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราชเท่านั้น
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 26 กันยายน ทางจังหวัดได้ทูลเชิญสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก เสด็จเป็นองค์ประธานอัญเชิญกลีบบัวทองคำจารึกอักษรพระปรมาภิไธยย่อ ภ.ป.ร. ขึ้นประดิษฐานบนปูนปั้นกลีบบัว องค์พระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราช ซึ่งสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ได้มอบหมายให้สมเด็จพระธีรญาณมุนี เจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทราวาส เจ้าคณะภาค 1-2-3 และ 12-13 (ธ) ปฏิบัติหน้าที่แทน ซึ่งหลังจากอัญเชิญกลีบบัว ขึ้นประดิษฐานบนปูนปั้นกลีบบัวแล้ว จึงต้องมีการทำความสะอาดและรื้อนั่งร้านในเดือนตุลาคม จากนั้นจะมีการสมโภชเฉลิมฉลองพระบรมธาตุเจดีย์ในต้นปี พ.ศ. 2562 เพื่อรอรับการพิจารณาขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของยูเนสโกในช่วงกลางปี 2561 และในวันที่ 26 ก.ย. ที่ผ่านมาหลังเสร็จจากพิธีอัญเชิญกลีบบัวทองคำกลีบสุดท้ายที่จารึกอักษรพระปรมาภิไธยย่อ ภ.ป.ร. ขึ้นประดิษฐานบนปูนปั้นกลีบบัวองค์พระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราช ภาคเอกชนกลุ่มนี้ที่มาร่วมในพิธีด้วยจึงขึ้นไปบนนั่งร้านไปเพื่อตรวจสอบในรายละเอียดของการดำเนินการเกี่ยวกับการจัดแสดงไลท์แอนด์ซาวด์อย่างยิ่งใหญ่ จนมีการนำไปวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียลอย่างกว้างขวางดังกล่าว
นายสุรินทร์ กล่าวว่า จึงต้องกราบขอโทษพี่น้องประชาชนชาวนครศรีธรรมราชเป็นอย่างมากกับเหตุที่เกิดขึ้น จึงรับผิดชอบด้วยการประกาศขอลาออกจากตำแหน่งที่ปรึกษาฯ

