ปรากฏการณ์ที่ “กลุ่มสามมิตร” ละล้าละลังและมีท่าทีต่อพรรคพลังประชารัฐซึ่งเป็นข่าวนับแต่หลังวันที่ 29 กันยายน เป็นต้นมา
อาจเป็นเรื่องงงๆ สำหรับ 4 รัฐมนตรี
ไม่ว่าจะเป็น นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค ไม่ว่าจะเป็น นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรค ไม่ว่าจะเป็น นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค ไม่ว่าจะเป็น นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรค
แต่ก็เป็นเรื่องปกติอย่างธรรมดายิ่งในทางการเมือง
หากตลอด 2-3 เดือนที่ผ่านมา บทบาทของ “กลุ่มสามมิตร” ในการไปดูดเอา นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข ที่จังหวัดเลย ในการไปดูดเอา นายจำลอง ครุฑขุนทด ที่จังหวัดนครราชสีมา ถือได้ว่าเป็น “รายรับ” เป็นผลงานและความสำเร็จ
ครานี้ก็น่าจะถึงวาระของการยื่น “บิล”
นี่คือ ความเป็นจริง คือ รายจ่ายที่พรรคพลังประชารัฐจำเป็นต้อง “จ่าย”
ความเป็นจริงนี้ ไม่ว่าในกลุ่มผู้อยู่เบื้องพรรคพลังประชารัฐ ไม่ว่าในกลุ่มของสามมิตรจำเป็นต้องมานั่งและเจรจา ต่อรองกันและกัน
ความแหลมคมอย่างยิ่ง คือ ผู้สมัคร
ภาพของกลุ่มผู้จดแจ้งพรรคซึ่งพรรคพลังประชารัฐนำออกมาป่าวประกาศอาจคึกคักไปด้วยบรรดากรรมการผู้ช่วย และผู้ที่เคยร่วมงานตามโครงการ “ประชารัฐ”
กระทั่งมีไอ้ห้อยไอ้โหนบางคนเชียร์ว่า มีระดับ “ดร.” มากที่สุด
อาจมีบางนามสกุลอยู่ไม่ห่างไกลนักจาก “กลุ่มสามมิตร” อาจมีบางคนปรากฏตัวในงานที่เมืองทองธานี แต่ก็บนพื้นฐานว่า “สังเกตการณ์”
ยังมิใช่เนื้อแท้หรือหัวใจ “พลังประชารัฐ”
การเจรจา การหารือและต่อรองจึงเป็นด่านที่สำคัญระหว่างพรรคพลังประชารัฐกับกลุ่มสามมิตร เพื่อหาทางออกที่เหมาะสม
และนี่คือ “รายจ่าย” ที่ยากอย่างยิ่งจะ “ปฏิเสธ”
ต้องยอมรับว่า นับแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป อำนาจการต่อรองจาก “กลุ่มสามมิตร” จะเหนือกว่าของพรรคพลังประชารัฐอย่างเด่นชัด
เพราะว่ามี “อดีต ส.ส.” อยู่ในมือ
หรือหากไม่มี “อดีต ส.ส.” อันป่าวร้องว่าเป็นเหมือนกับ “ดาวฤกษ์” สามารถ
กำชัยจากการเลือกตั้งได้อย่างแน่นอน
ก็ยังมีผู้นำท้องถิ่นที่มีคะแนนค่อนข้างหนาแน่น
ถ้าเป้าหมายของพรรคพลังประชารัฐคือจำนวน ส.ส.ที่อย่างน้อยก็ต้องมากกว่า 120 ขึ้น ก็มีความจำเป็นต้องสนใจ “กลุ่มสามมิตร” อย่างเป็นพิเศษ
กระนั้น ด่านนี้ก็ยังเสมอเป็นเพียงด่านแรก ด่านที่ 1
ด่านสำคัญที่พรรคพลังประชารัฐจะต้องประสบอย่างหนักหนาสาหัสมากยิ่งกว่า คือ ด่านระหว่างและภายหลังการเลือกตั้ง
นั่นคือรายจ่ายที่มีผลต่อชัยชนะหรือว่าพ่ายแพ้
ถึงแม้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะมีอำนาจตามมาตรา 44 อยู่ในมือ แต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะเป็นไพ่เหนือกว่ากลุ่มสามมิตรหรือไม่
เพราะจุดเด่นของกลุ่มสามมิตร คือ ผลการเลือกตั้ง
ไม่ว่า นายอุตตม สาวนายน ไม่ว่า นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ ไม่ว่า นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ไม่ว่า นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ละอ่อนอย่างยิ่ง
เมื่ออยู่กับ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน เมื่ออยู่กับ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ

