เปิดใจ ‘ฉลอง เรี่ยวแรง’ อดีต ส.ส.เพื่อไทย ทำไมย้ายซบ ‘พลังประชารัฐ’

เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงาน นายฉลอง เรี่ยวแรง อายุ 63 ปี อดีต ส.ส.นนทบุรี เขต 6 พรรคเพื่อไทย (พท.) ซึ่งยังเป็นอดีตนักการเมืองในพื้นที่ จ.นนทบุรี ที่มีฐานเสียงเป็นที่นิยมจากประชาชนในพื้นที่ไม่น้อยทีเดียว ด้วยสุขภาพที่ยังคงดูแข็งแรง มีลีลาในการพูดจาเฉพาะตัว เป็นคนพูดโผ่งผาง พูดตรงไปตรงมา แบบสไตล์ลูกทุ่งบ้านๆ และเป็นอีกผู้หนึ่งที่ได้โลดแล่นอยู่ในแวดวงของนักการเมืองไทย มายาวนานหลายยุคหลายสมัย และหลายพรรคการเมือง ก่อนที่ยุคหนึ่งจะได้รับฉายากลุ่มงูเห่าจนมาถึงปัจจุบันนี้

โดยนายฉลองได้เปิดบ้านพักส่วนตัวภายในซอยวัดบางแพรกใต้ อ.เมือง จ.นนทบุรี เปิดใจกับผู้สื่อข่าวถึงประเด็นหลักๆ ที่เป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์กันอยู่ในขณะนี้ ทางสังคม และทางสื่อโซเชียลมีเดีย

๐ทำไมถึงได้ย้ายจาก พท.ไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐ?

“ตนเองโดยปกติไม่มีกลุ่ม ไม่มีก๊วนอยู่แล้ว ฉะนั้น ในการเเสดงออกความคิดเห็น หรือนำเสนอสิ่งใดต่อพรรค เป้าหมายเพื่อประโยชน์ของประชาชน มักไม่ค่อยได้รับการตอบสนองกลับมาเท่าไรนัก เพราะเสียงดังไม่พอ ซึ่งชาวบ้านต้องการ หรือมีความเดือดร้อนในจุดต่างๆ เราในฐานะตัวแทนก็พูดอะไรไปในหลายๆ ครั้ง หลายๆ เรื่อง ก็เงียบหาย ผมจึงออกก็ได้ เข้าก็ได้ เพราะศักยภาพผมมีพอในพื้นที่ ผมลงสมัครก็ได้ที่ 1 มาตลอด โดยที่ผมได้มาพิจารณากับตัวเองในช่วงเวลาที่ผ่านมา หากผมยังยึดติด อดีตตัวท่านนายกรัฐมนตรี หรือพรรค และไม่ก้าวผ่านไป โดยที่ผมก็ยังคงรัก และเคารพ อดีตนายกฯ ทั้ง 2 คนพี่-น้อง ทั้งครอบครัวทุกครอบครัวมาโดยตลอด

แต่มาสถานการณ์ในขณะนี้ ที่ท่านทั้งสองถูกกระทำ เราควรหยุดก่อนได้หรือไม่ หรือว่าเลิกเถอะ ท่านเองก็โดนมาเช่นนั้น โดยส่วนตัวผมมีความคิดเห็นว่าท่านไม่ผิด เพราะนิติกรรมผัว-เมีย เรื่องคดีที่ดินรัชดา และผมก็เชื่อต่ออีกว่า คุณปู (น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ) ไม่ผิด ผมถึงอยากบอก นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ผู้ท้าชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ตรวจสอบเรื่องข้าวของนายกฯ ยิ่งลักษณ์ แต่เจ้าหน้าที่ของ ธกส.เอง หรือนักตรวจสอบบัญชี มีข้อมูลในเชิงลึกเกี่ยวกับการทุจริตในองค์กรเขา ทำไมคุณไม่ไปตรวจสอบ แบบนี้ถือว่าอาจเป็นการกลั่นแกล้งทาง พท.หรือเปล่า ผมก็แสดงความคิดเห็นส่วนตัวอะไรออกไป ก็ไม่ได้รับการตอบกลับ พูดไปก็เฉยๆ กันหมด หนึ่งเราก็อึดอัด มีหลายกลุ่มหลายก๊วนกันเยอะ เราก็เลยคิดว่า เรามันคนไม่มีกลุ่ม ไม่มีก๊วนอะไรกับเขาหรอก คงอยู่กับเขาไม่ได้

อีกอย่างหนึ่งอาจจะไม่สมพงษ์กับพรรคเขาแล้ว เราอยู่พรรคเขา อาจทำให้พรรคเขาตกต่ำก็ได้ เรามองตัวเราก่อน ไม่ได้มองว่าพรรคเขาไม่ดี ผมอยู่มาตั้งแต่สมัยนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ก็ได้ที่หนึ่งมาตลอด ได้รับเลือกเข้าไปทำหน้าที่เสร็จก็ถูกปฏิวัติ และกลับไปลง พท.อีกไม่ได้ ผมก็ไปลง ปชป.หรือพรรคนู้นพรรคนี้อีก และส่งน้องๆ ลงสมัครไป พอท่านทักษิณถูกปฏิวัติอีก ก็มีเลือกโหวตโน และผมที่เป็นคนเดียวของ จ.นนทบุรี ที่ชนะเสียงหมื่นกว่า หรือสองหมื่นกว่า มีผมคนเดียวเลยที่ได้จากบรรดาผู้สมัคร ส.ส.ทั้งหมด 6 คนในพื้นที่ ก็มาเลือกตั้งกันใหม่ ก็ถูกยกเลิกอีก นี่ก็เหมือนกัน คุณยิ่งลักษณ์เข้ามาผมก็ได้ที่หนึ่งของจังหวัดอีกเหมือนกัน เสียงผมชนะขาดถึง 2-3 หมื่นเสียง แล้วถูกปฏิวัติอีก ส่งโหวตโนกัน มีพรรคเดียวไม่ส่งเลือกตั้ง เล่นนอกกติกา ก็ยกเลิกกันอีก ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินเป็นโมฆะ อะไรกันมีพรรคลงตั้ง 4-5 พรรคก็เพียงพอกันเเล้ว ขนาดที่ต่างประเทศมีกันแค่ 2 พรรค เขายังเลือกกันได้เลย เราก็เสียเงินเสียทองไปกับตรงนั้น ไม่รู้เท่าไรต่อเท่าไรแล้ว

สุดท้ายเราก็มาดูตัวเราเองทบทวนใน 4 ปีที่ผ่านมา ก็เลยมานั่งคิดว่าหรือตัวเราไม่ดีเอง เลือกตั้งทั้ง 2 ครั้งถูกปฏิวัติทั้ง 2 ครั้ง เป็นโมฆะ เราก็ขอพิจารณาตัวเองว่า หรือเราควรลองไปอยู่กับพรรคอื่นดูบ้างซิ ไหนๆ ทหารก็ปฏิวัติแล้ว เราก็เลยอยู่กับพรรคทหารไปเสียเลยดีไหม โดยคิดว่าหากอยู่ตรงไหนแล้วทำประโยชน์ในกับประชาชนนนทบุรีได้ เราก็ควรทำเป็นหลัก ซึ่งผมก็ชอบอยู่โครงการหนึ่งของรัฐบาลชุดนี้ในการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ซึ่งควบคุมดูแลหน่วยงานรัฐวิสาหกิจด้วยคือการไฟฟ้า ผมขับรถยนต์เข้ากรุงเทพฯ ได้ไปเห็นเริ่มมีโครงการนำสายไฟฟ้าฝังลงดิน ผมดูแล้วมันดีสะอาดหูสะอาดตา โปร่งโล่ง แล้วงบประมาณต่อไปทาง จ.นนทบุรี ก็ได้ด้วย ผมก็เลยอยากเข้าไปตรงนี้ อยากจะให้เมืองนนท์ นำสายไฟลงดินบ้าง จากประสบการณ์ของตัวเองที่นำสายไฟฟ้าจากเสาหน้าบ้านฝังท่อมุดลงดินในระยะไกลเข้าโรงงาน

เมื่อก่อนที่ผมทำผลิตซีดีขายมา 25 ปีแล้ว พอผมเลิกโรงงานมานานแล้ว ปรากฎสายไฟยังใหม่กิ๊ก ไม่มีปัญหาอะไรเลย คุ้มทุนสุดๆ ในระยะยาว รัฐบาลอื่นๆ ทำไม่ได้ ก็มีรัฐบาลชุดนี้ที่ใช้อำนาจมาตรา 44 ทำได้ และดีด้วย ผมจึงมีความประสงค์อยากจะเข้าไปร่วมทำงานพัฒนาประเทศด้วยกับรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งในหลายๆ โครงการที่ดีมาก”

๐ทำไมนักวิชาการ และนักการเมือง ถึงอยากให้รัฐมนตรีในรัฐบาลปัจจุบันที่มาสังกัดพรรคพลังประชารัฐ ลาออกจากตำแหน่ง?

“ผมขอตอบด้วยความคิดเห็นส่วนตัวเลย ที่นักวิชาการบ้างกลุ่มกำลังกระหน่ำว่ารัฐบาลชุดนี้ทางโลกโซเชียล อันดับแรกคือทำไมต้องเอาข้อผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ในการแสดงสปิริต บอกว่าคุณปฏิวัติมานี้นะ คุณจะเล่นการเมืองก็พูดบอกมาเลยว่าจะเล่นการเมือง พอทางเขาบอกเล่นการเมือง คุณก็กระหน่ำว่าเขาอีก เขาลงพื้นที่ ครม.สัญจร คุณก็ว่าเขาไปหาเสียงหรือเปล่า แล้วรัฐบาลชุดแล้วๆ ที่ผ่านมา มีรัฐบาลชุดไหนบ้างละที่เขาไม่ทำกัน เขาก็ทำกันทุกรัฐบาล บางทีก็ทำน่าเกลียดมากกว่ารัฐบาลชุดนี้ด้วยซ้ำไป แต่ผมขอไม่เอ่ย

แล้วมาถึงประเด็นที่กล่าวถึงกันคือ มันสง่างามหรือไม่ นั่งเป็นรัฐมนตรีแล้วก็ควบนั่งตำแหน่งหัวหน้าพรรคด้วย ผมถามว่าแล้วมีรัฐบาลชุดไหนบ้างที่ไม่ทำแบบนี้ ในการนั่งรักษาการที่ผ่านมา เพราะอะไร เพราะคุณปฎิบัติตามกฎหมายของรัฐธรรมนูญในฉบับนั้นๆ ใช่หรือไม่ เพราะอย่างนั้นคุณสามารถอยู่ได้ ทำได้ ภายใต้กรอบของกฎหมาย ก็เช่นเดียวกันถ้าคุณอยากจะลงสมัคร ส.ส.ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 เพื่อเลือกตั้ง คุณก็ปฎิบัติตามกฎหมายรัฐธรรมนูญของฉบับนี้เหมือนกันใช่หรือไม่ แล้วคณะกรรมการชุดนี้อยู่ภายใต้กฎหมายของรัฐธรรมนูญด้วยกันหรือไม่ ในเมื่อกฎหมายให้อยู่ได้ ก็เป็นสิทธิที่เขาในการสามารถอยู่ได้ แต่ถ้ามีกฤษฎีกาออกมาแล้ว คุณควรยุติบทบาทลง ก็เหมือนนักการเมืองสมัยก่อนๆ ที่ผ่านมา หรือพรรคการเมืองก็ทำแบบนี้ด้วยทุกยุคทุกสมัยด้วย”

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘หงา’ ร่ายบทกวี ‘การเมืองคือการลงทุน’ ทุนน้อยก็ตาย จะเอาอะไรไปสู้
บทความถัดไปโรงเรียนไหน ! ครูใช้หวายฟาดไม่ยั้ง 45 ที ตีน้องป.3 ก้นระบมช้ำ ทำข้อสอบไม่ทัน