สถานีคิดเลขที่12 : น้ำมัน100ดอลล์เขย่าคสช. : โดย จำลอง ดอกปิก

ภาครัฐ ภาคธุรกิจตื่นข่าวน้ำมันดิบ 100 เหรียญ

ถึงแม้เป็นแค่คาดการณ์ ปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 75 อัพ แต่ราคาที่ขยับขึ้นไปอยู่ในระดับสูงสุดรอบ 4 ปี

ก็ถือเป็นเรื่องที่มองข้าม ประมาทไม่ได้

เนื่องจากถีบทะยานถึงจุดนี้มาแล้ว

ซีอีโอใหญ่ ปตท.มองว่า ราคาน้ำมันดิบเหมาะสมควรอยู่ในกรอบบาร์เรล 65-75 ดอลลาร์สหรัฐ

ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย หรือสภาผู้ส่งออก ชี้ว่าระดับราคาที่จะส่งผลเชิงบวกต่อการส่งออกของไทยต้องไม่เกินบาร์เรล 80 ดอลลาร์ หากเกินกว่านี้จะส่งผลให้ต้นทุนการผลิตและต้นทุนการขนส่งสินค้าปรับสูงขึ้นทันที หากถึง 100 เหรียญดอลลาร์ต่อบาร์เรล คงกระทบหนัก ประธานสภาอุตสาหกรรมก็กังวล ทิศทางราคาน้ำมันขาขื้น ขยับแตะ 100 เหรียญ

ขณะที่ จาตุรงค์ จันทรังษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการแบงก์ชาติ มองว่า ระดับราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น มายืนอยู่ที่ 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในขณะนี้ ยังไม่มีผลกระทบต่อต้นทุน และกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ

แต่หากราคาปรับขึ้นไปที่ระดับ 80 ดอลลาร์สหรัฐ และยืนที่ระดับนี้นาน อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจได้

น้ำมันเป็นต้นทุนทั้งโดยตรงและโดยอ้อม

หากราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้น แน่นอนว่าจะสะท้อนออกมาเป็นราคาขายปลีกหน้าปั๊ม

อันจะทำให้ค่าใช้จ่ายประจำสูงขึ้นตามมา กระทบต่อต้นทุนสินค้า ราคาโดยรวมแพงขึ้น

ประเทศนำเข้าน้ำมัน ย่อมเผชิญกับอัตราเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลถึงความต้องการ ในการบริโภคน้อยลง เศรษฐกิจโดยภาพรวมก็จะชะลอตัว ไปจนถึงขั้นอยู่ในภาวะชะงักงัน

นักวิชาการนำเสนอข้อมูลเปรียบเทียบ ให้เห็นภาพ ผลกระทบ ว่าราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับตัวสูงขึ้น 1 บาทต่อลิตรนั้น ดึงเงิน หรือกำลังซื้อออกจากระบบ 1.5 พันล้านบาท

แต่กระทบมากน้อยขึ้นอยู่กับเบาะรอง

วิธีการบริหารจัดการของประเทศนั้นๆ รวมถึงการพึ่งพาน้ำมันมากน้อยแค่ไหน กรณีเป็นประเทศส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือกอื่นๆ ในสัดส่วนที่มีนัยยะสำคัญ ก็คงไม่กระทบมาก

น้ำมัน 100 เหรียญ ทะลุ 140 ด้วยซ้ำ เกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อน สมัยรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช

ช่วงนั้น รัฐบาลงัดเครื่องมือต่างๆ มาบริหารจัดการตรึงราคา ไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน

ทั้งการใช้กองทุนน้ำมันแทรกแซงราคาดีเซลไว้ไม่ให้เกิน 30 บาท ใช้เทคนิคช่วย ผสมเอทานอล ไบโอซีเดล มีอี 10 อี 20 อี85 บ้าง ขอร้องโรงกลั่นลดจีอาร์เอม หรือค่าการกลั่น ให้ ปตท.ลดค่าการตลาด รณรงค์ประหยัด

เครื่องมือภาษีก็มีให้นำมาใช้ได้

ทั้งหมดขึ้นอยู่กับฝีมือเป็นหลัก

แต่เมื่อ 10 กว่าปีก่อน กับวันนี้ สถานการณ์การเมือง เศรษฐกิจ เปลี่ยนไป

การบริหารจัดการ ในยุครัฐบาล คสช. มีเรื่องยากในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ หากน้ำมันขึ้นไม่หยุด จะซ้ำเติม ประชาชนคนฐานรากที่ไม่ได้อานิสงส์จากการเติบโตของเศรษฐกิจมหภาค แต่ก็มีเรื่องง่าย ในแง่ของใช้อำนาจ ขอร้องแกมคำสั่ง ในการใช้มาตรการทางภาษี หรือการได้รับความร่วมไม้ร่วมมืออย่างดี จากโรงกลั่นจาก ปตท.

แต่เรื่องน้ำมัน

แต่เรื่องความเป็นธรรม เทวินทร์ วงศ์วานิช อดีตซีอีโอใหญ่ ปตท.บอกไว้ว่า “หลายคนอาจไม่เข้าใจคิดว่า ราคาถูกคือความเป็นธรรม

แต่ที่จริงแล้ว ความเป็นธรรมคือ ต้องเป็นธรรมกับทั้งผู้บริโภค และผู้ประกอบการ”

ความท้าทายของการบริหารในยามวิกฤต อยู่ตรงนี้ต่างหาก

อยู่ตรงที่ ไม่แก้ปัญหาหนึ่งแล้ว ไปสร้างผลกระทบให้เกิดขึ้นอีกขาหนึ่ง เพื่อสนองงานการเมืองของรัฐบาล คสช.

ปตท.เคยทำวิจัยไว้ น้ำมัน ณ ระดับ 80 บาร์เรล ถือว่าปลอดภัย

ปลอดภัยในเชิงการค้าธุรกิจ คือคุ้มค่าเชิงพาณิชย์ ในการลงทุน ทำแหล่งต่างๆ ที่ซื้อไว้ เพราะเป็นระดับที่มีกำไร และในเชิงเศรษฐกิจภาพรวมต่อประเทศ ราคานี้ ก็ไม่ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคมาก และยิ่งมีเครื่องมือให้ใช้บริการจัดการ หากราคาอยู่ที่ 80 เหรียญ ก็ยังถือว่ารับมือได้

แต่ถ้าเมื่อไหร่ทะลุ 100 เกิน 100

ถึง ปตท.ไม่เคยทำชิ้นงานวิจัยไว้ แต่เชื่อได้ว่า หากราคาสยองที่ทุกฝ่ายแตกตื่นอยู่ในขณะนี้ เกิดขึ้นก่อนเลือกตั้ง 24 กุมภาฯ 62

น้ำมันราคา 100 เหรียญ แต่บริหารจัดการได้ไม่ดีพอ อาจฉุดเป้าหมาย ส.ส.ขั้นต่ำ 100 ที่นั่งพลังประชารัฐได้

เพราะถึงเป็นผล จากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก

แต่ตลาดการเมือง ไม่เคยเว้นที่ใคร โดยเฉพาะฝ่ายบริหาร ที่ต้องรับผิดชอบดูแลความเป็นอยู่ประชาชน

จำลอง ดอกปิก

บทความก่อนหน้านี้บทนำมติชน 6 ตุลาคม : กุญแจดอกนั้น
บทความถัดไปคนตามข่าว : วิวัฒน์ ตังหงส์ อธิบดีป้ายแดง กระทรวงแรงงาน