หมายเหตุ – ความเห็นนักวิชาการและนักการเมืองกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระบุว่ายังไม่ต้องการเปิดเวทีทางการเมือง เพราะเกรงว่าจะโดนขุดคุ้ย ถูกใส่ร้ายป้ายสีทางการเมือง

ชัยเกษม นิติสิริ
อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและแกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.)
พูดง่ายๆ ว่าหาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ประกาศตัวทางการเมืองที่ชัดเจนออกมาแล้วไปทำอะไรที่มีลักษณะกับการหาเสียงก็จะพูดได้ไม่ถนัดว่าเป็นการไปทำหน้าที่ตามปกติ แต่ไม่ว่า พล.อ.ประยุทธ์จะอยากประกาศหรือไม่ประกาศ ก็อย่าเพิ่งไปคาดเดาเลย เพราะอาจจะกำลังตัดสินใจและยังลังเลอยู่ว่าจะลงไปมีชื่ออยู่ในพรรคใดพรรคหนึ่ง หรือว่าจะรอเป็นนายกฯคนนอกดี ดังนั้น ความชัดเจนจึงยังไม่มี ก็คงต้องรอท่านประกาศเองนั่นแหละว่าตกลงจะเอาอย่างไรกันแน่ ซึ่งก็คงอีกนาน ทั้งนี้ ผมคิดว่า มันสุดแล้วแต่คำพูดว่าท่านจะพูดว่าอย่างไร ถ้าท่านชัดเจนใครจะไปบิดเบือนได้ แต่ถ้าคำพูดไม่ชัด กำกวม ก็อาจจะทำให้คนก็ต้องคาดหมายเอาว่า อย่างนั้นใช่ไหม อย่างนี้ใช่ไหม
ดังนั้น ถ้าท่านจะพูดก็ขอให้มันชัด แต่ถ้าจะยังไม่พูดก็เป็นสิทธิของท่าน แค่ตอนนี้แสดงทีท่าเหมือนว่ายัง
ไม่ตัดสินใจว่าตกลงจะเอาอย่างไรกับอนาคตของตัวเอง แต่จริงๆ ผมคิดว่า ท่านตัดสินใจแล้ว แต่ไม่อยากให้เรารู้ตอนนี้ การต่อสู้ของท่านเหมือนคนที่กำๆ อะไรไว้อยู่ แล้วก็บอกว่าอยากจะสานงานต่อ อยากให้งานสำเร็จลุล่วง ซึ่งเป็นท่าทีที่แสดงว่าอยากอยู่ต่ออยู่แล้ว และไม่เคยปฏิเสธเลยว่าไม่สนใจการเมือง
ส่วนที่ถามว่า หากนายกฯไม่ประกาศตัวให้ชัด แต่ท้ายที่สุดเข้ามาด้วยระบบที่ถูกต้อง มีชื่อสังกัพรรคการเมือง และมีคนยกมือให้ในสภาจะยอมรับได้หรือไม่นั้น ผมคิดว่า วันนี้เราถูกบังคับให้ยอมรับระบบอยู่แล้ว เพราะระบบนั้นไม่ใช่ระบบที่ถูกต้องหรอก เพราะเป็นระบบที่เกิดขึ้นจากการปฏิวัติ และเกิดจากการร่างรัฐธรรมนูญ ร่างกฎหมายภายใต้อำนาจของผู้ที่ยึดอำนาจ ดังนั้น หากท่านเข้ามาตามรัฐธรรมนูญก็ต้องยอมรับ เพราะรัฐธรรมนูญเป็นอย่างนั้น

ทรงศักดิ์ ทองศรี
รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.)
ยังไม่ได้อ่านข่าวที่ พล.อ.
ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระบุว่ากังวลเรื่องการถูกขุดคุ้ยหากลงเล่นการเมือง จึงขอพูดตามหลักการว่า นักการเมืองเป็นบุคคลสาธารณะ และเป็นเรื่องธรรมดาของการเป็นบุคคลสาธารณะที่จะต้องมีคนสนใจ ติดตามทั้งเรื่องที่ดีและไม่ดี ทั้งเบื้องหน้าเบื้องหลัง ทั้งเรื่องประวัติการทำงาน คุณงามความดีหรือแม้แต่เรื่องที่ไม่ถูกใจคน แต่หากการทำงานที่ผ่านมาสามารถถูกตรวจสอบได้ ก็ไม่จำเป็นต้องกังวลใจ
ตำแหน่งหน้าที่ของ พล.อ.ประยุทธ์ ในปัจจุบันก็เป็นนักการเมืองอยู่แล้ว และเชื่อว่ามีการตรวจสอบจากองค์กร เช่น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รวมถึงสื่อมวลชนและสื่อโซเชียลมีเดีย หากทำอะไรที่ไม่ถูกต้อง ไม่ชอบมาพากล จะเกิดความเสียหายต่อบ้านเมือง เป็นเรื่องที่ทุกภาคส่วนต้องนำเสนออยู่แล้ว ในทางกลับกันถ้าขุดคุ้ยแล้วเจอแต่สิ่งดีๆ ก็ไม่เสียหายอะไร เพราะถ้าเราปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต ทำดีเพื่อบ้านเมือง ก็ไม่เห็นว่าเป็นเรื่องต้องที่ต้องกังวล
ผมมองว่า พล.อ.ประยุทธ์ ในวันนี้เป็นนักการเมือง เพราะเก้าอี้ของท่านเป็นเก้าอี้ทางการเมือง และไม่มีอะไรที่ต้องกังวลว่าในอนาคตจะถูกขุดคุ้ย เพราะทุกวันนี้ก็ถูกตรวจสอบอยู่แล้ว

ชำนาญ จันทร์เรือง
รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.)
โดยหลักทุกคนที่อยู่ในตำแหน่งสาธารณะก็ต้องพร้อมที่จะเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ ซึ่งคำว่า ขุดคุ้ย เป็นประเด็นเชิงลบ ต้องถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ มีประเด็นที่เป็นเชิงลบหรือไม่ ถ้าไม่มีก็ไม่เห็นเป็นอะไร ยิ่งดีซะอีกจะได้เป็นการเปิดเผยเพื่อความโปร่งใส เพราะทุกคนที่เข้าสู่สนามการเมืองไม่ว่าโดยวิธีการใดก็ตามไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งหรือไม่เลือกตั้ง ต้องพร้อมที่จะเปิดเผย เพราะตำแหน่งทางการเมืองเป็นตำแหน่งสาธารณะที่ซึ่งปัจจุบันโลกพัฒนาไปมาก คนเขารู้ว่าเกิดอะไรขึ้นตั้งแต่ ปี 2549 ว่ามีผลดีต่อประเทศชาติ ประชาชน เศรษฐกิจ ความสงบนั้นสงบจริงหรือไม่ หรือว่าสงบแค่ใต้พรมแต่มีปืนจ่ออยู่หรือไม่ คนก็รู้และหลายคนก็พร้อมที่ตัดสินใจ
ส่วนพรรคอนาคตใหม่เราพร้อมเต็มที่ เมื่อเราตัดสินใจเดินทางการเมืองแล้ว เราก็ต้องพร้อมทำตามทุกกฎกติกาสากลที่นานาประเทศทำ พร้อมที่จะเปิดเผย เราก็รู้ว่าการลงสนามทำงานการเมือง ทุกสิ่งทุกอย่างในอดีต ในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีสามารถสืบค้น เสาะหาได้ ไม่ว่าเราจะทำอะไรก็ตาม อย่างที่สหรัฐอเมริกา คนที่จะไปเป็นผู้พิพากษาศาลสูง ก็ถูกขุดคุ้ยประวัติตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม ก็ยังสืบกันมาได้ และในฐานะพรรคใหม่นั้น ไม่กังวลกับการขุดคุ้ยเลย ถ้าสู้กันตามกติกา เพราะถือว่าเราพร้อม เราเคลียร์หมดทุกอย่าง เพราะกฎหมายใหม่สืบหมด การกรอกประวัติสมาชิกของพรรคก็มีข้อมูลของสมาชิกที่เราให้ระบุเพิ่มเติมจากที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ คนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องผิดกฎหมาย ธุรกิจสีเทา การค้ามนุษย์ ที่มีความเสื่อมเสียเราไม่เอา ซึ่งคนที่เขามาอยู่พรรคเรา ก็จะมีการสัมภาษณ์ดูทัศนคติ ไม่ใช่ใครก็มาได้ อาศัยเกณฑ์คนเข้ามาไม่ได้ ถ้าเป็นคนสนับสนุนเผด็จการเราก็ไม่เอา ถึงแม้จะมีคะแนนนิยมเยอะก็ตาม
ไม่ว่าใครจะลงเล่นทางการเมืองหรือไม่ แต่ว่าจะต้องเปิดเผย และให้คนอื่นได้รับสิทธิทางการเมืองเท่ากัน ตอนนี้ตนเองทำได้ แต่ไม่เปิดโอกาสให้คนอื่นทำ เอาคำสั่งมาคลุมไว้ไม่เปิดโอกาสให้เต็มที่ ซึ่งไม่แฟร์การเลือกตั้งที่ไม่เป็นอิสระ และไม่แฟร์ก็ไม่ใช่การเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย มันมีแต่ในระบอบอื่นในประเทศเผด็จการทั้งหลายก็จะทำแบบนั้น การยอมรับจากชาวโลก นานาประเทศ หรือนักลงทุน ก็จะต้องดูว่าเป็นอิสระและแฟร์หรือไม่ ถ้าระบบการเมืองไม่อิสระและแฟร์ และบริสุทธิ์ยุติธรรมก็จะกระทบกับเขาทำให้ไม่เข้ามา

สุขุม นวลสกุล
นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์
การที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่เปิดตัวทางการเมือง ผมว่าท่านคงกลัวถูกโจมตี จึงพยายามทำให้เห็นว่าจะปฏิบัติกับท่านเหมือนนักการเมืองอื่นได้ก็ต่อเมื่อท่านประกาศเรื่องเหล่านี้ไปแล้ว การไม่เปิดตัวทางการเมืองจึงไม่มีอะไรที่สลับซับซ้อน แค่ไม่อยากให้ใครวิพากษ์วิจารณ์ แต่ทุกคนก็รู้อยู่แล้วว่าท่านลงเล่นการเมืองแน่นอน ดังนั้น เวลานี้คงไม่ต้องตั้งคำถามแล้วว่าท่านจะลงเล่นการเมืองหรือเปล่า แต่ต้องถามว่าท่านจะเล่นการเมืองกี่สมัยเพราะท่านวางยุทธศาสตร์ชาติไว้ 20 ปี
แต่การไม่เปิดตัวนั้นถ้าพูดกันตามภาษาการเมือง ก็เป็นการเอาเปรียบที่ไม่ยอมให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งการจะประกาศลงสู่การเมืองตอนนี้หรือจะประกาศช่วงใกล้เลือกตั้ง ผมมองว่าผลคงไม่แตกต่างกัน คือไม่ได้ถูกวิพากษ์วิจารณ์มากขึ้นหรือน้อยลง แต่ท่านคงคิดอีกแบบหนึ่ง

ไชยันต์ รัชชกูล
คณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
เมื่อไม่นานมานี้ พล.อ.ประยุทธ์พูดว่าสนใจงานการเมือง แต่ยังไม่ชี้ชัดเป็นการแย้มเล็กน้อยสามารถตีความไปทางไหนก็ได้ ซึ่งที่ผ่านมาคำพูดของบิ๊กตู่หลายครั้งค่อนข้างย้อนแย้งและไม่ชัดเจน จึงอาจทำให้เกิดข้อสงสัยว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่มีคนจัดเนื้อหาข้อมูลให้พูด
ซึ่งการที่บิ๊กตู่ไม่เปิดตัวทางการเมืองก็เป็นไปได้ว่ายังตกลงกันไม่ได้ หรืออาจจะไม่แน่ใจว่าจะเป็นหัวหน้าพรรคใด เพราะหากเป็นพรรคที่ได้คะแนนเสียงน้อยก็จะไม่มีโอกาสได้เป็นนายกรัฐมนตรี ส่วนประเด็นที่หลายคนมองว่าไม่เปิดตัวทางการเมืองเพราะกลัวเสียงวิพากษ์วิจารณ์เหมือนกับรัฐมนตรี 4 คนก่อนหน้านี้นั้น ผมมองว่า เป็นเรื่องรองเท่านั้น ประเด็นหลักคือไม่แน่นอนว่าประกาศลงเล่นการเมืองไปแล้วจะได้เป็นนายกฯ ตรงกันข้ามอาจจะโดนกดจากพรรคการเมืองพรรคอื่นก็ได้ อย่างไรก็ตาม จากแนวโน้มในขณะนี้มีโอกาสเป็นไปได้ค่อนข้างสูงที่บิ๊กตู่จะไม่ได้กลับมาเป็นนายกฯอีก

