ความหงุดหงิดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต่อการขับเคลื่อน โครงการ”ไทยนิยม ยั่งยืน” ไม่ว่าจะในฐานะหัวหน้าคสช. ไม่ว่าจะในฐานะหัวหน้ารัฐบาล
เป็นเรื่องที่สามารถเข้าใจได้ และน่าเห็นใจ
เพราะโครงการนี้ได้รับอนุมัติงบประมาณตามพรบ.งบประ มาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2561 จำนวนถึง
95,758.1 ล้านบาท
ลงไปในพื้นที่ 81,151 ชุมชน ทั่วประเทศ
เข้าใจได้เพราะว่าเป็นโครงการที่ไม่ปรากฏผลงานอย่างเป็นรูปธรรม และที่สำคัญเป็นอย่างมากก็คือประชาชนไม่รู้จัก
ยิ่งใกล้”เลือกตั้ง”โครงการก็ยิ่งมีความอ่อนไหว
หากฟังเสียงจากคสช.ความกังวลเป็นอย่างสูงอยู่ที่นักการเมืองใน พื้นที่เริ่มเข้าไปตรวจสอบ ปรากฏว่า
1 ไม่เพียงแต่ไม่ปรากฏ “เจ้าภาพ” อย่างแจ้งชัด
หาก 1 ยังเชื่อว่าจะมีการนำมาขยายประเด็นให้เห็นถึงความล้มเหลว
เพราะว่าโครงการครอบคลุมถึง 81,151 ชุมชน
เพราะว่าบทสรุปจากคสช.ก็คือ ไม่ว่ากระทรวงมหาดไทย ไม่ว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไม่ว่ากระทรวงพลังงาน ไม่ว่ากระ ทรวงสาธารณสุข ไม่ว่ากระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
ล้วน “ไม่ผลักดันโครงการอย่างเต็มที่”
มีความเป็นไปได้ว่าทางสำนักเลขาธิการคสช.จะหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาก่อนที่ความล้มเหลวจะบานปลายและขยายมากยิ่งไปกว่านี้
ปลายทางจึงอยู่ที่ “หัวหน้าคสช.”
ความอ่อนไหวเป็นอย่างมากอันจะกระทบต่อโครงการไทยนิยมก็คือ ลักษณะ”เกียร์ว่าง”กำลังแพร่ระบาด
ลักษณะ “เกียร์ว่าง” อาจเป็นเรื่องปรกติอย่างยิ่งของรัฐบาลในห้วง แห่งการเปลี่ยนผ่าน
แต่หากเมื่อใดแพร่ระบาดไปถึง”ข้าราชการ”
เมื่อนั้นย่อมเป็นเรื่องน่าเป็นห่วง เพราะเท่ากับว่าทั้งข้าราช
การฝ่าย”การเมือง”และข้าราชการ”ประจำ”เป็นโรคเดียวกัน
นั่นก็คือ โรคแห่งการรอคอยและงันชะงัก

