‘ปนัดดา’ ชี้ ‘ปชต.’ยั่งยืน คนเคารพระเบียบ ไม่ห้ำหั่น แบ่งสีแบ่งฝ่าย

7.10.18 | 19:43 น.

เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ที่พิพิธภัณฑ์และหอสมุดสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติราชการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานพิพิธภัณฑ์และหอสมุดสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ให้การต้อนรับคณาจารย์ นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชน ในการเข้าเยี่ยมพิพิธภัณฑ์วังวรดิศ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย


ม.ล.ปนัดดา ได้บรรยายพิเศษโดยกล่าวในระหว่างการพบปะสนทนาในเรื่องกฎหมายและสังคมศาสตร์ และวิชาคุณธรรม ว่าด้วยเรื่องประชาธิปไตย ตอนหนึ่งว่า

“มีคำกล่าวจากนักวิชาการในอารยประเทศว่า ถึงแม้การปกครองตามระบอบประชาธิปไตยจะยังไม่มีคำนิยามอันมีความหมายที่ได้รับการยอมรับอย่างเป็นหนึ่งเดียวโดยทั่วกัน อย่างไรก็ดี มีการให้ความหมายไว้โดยนักปกครองชาวตะวันตกผู้เปี่ยมด้วยคุณธรรมจริยธรรมว่า ‘ประชาธิปไตย คือ ความเสมอภาคและอิสรภาพเป็นคุณลักษณะสำคัญของประชาธิปไตย หลักการนี้สะท้อนถึงความเสมอภาคทางกฎหมายของประชาชนพลเมืองทุกคน และสิทธิของการเข้าถึงกระบวนการทางกฎหมายโดยเท่าเทียมกัน’

สิ่งนี้ที่ผมมองว่า ย่อมนำมาสู่สังคมคุณธรรม กฎหมายคือบรรทัดฐานสำคัญของแผ่นดินหรือเป็น ‘Key To Success’ การดำรงชีวิตของบุคคลที่มีระเบียบ มีความโปร่งใส มีความพอเพียง การใช้โซเชียลเน็ตเวิร์คอย่างมีความรับผิดชอบ ไม่ให้ร้ายป้ายสีผู้อื่น ที่ถือเป็นบาป ไม่อิจฉาริษยา ไม่สำคัญตนผิดๆ ขี้โม้คุยโว ไม่กล่าวคำเท็จ ไม่เอาความดีเข้าตัวเอาความชั่วให้คนอื่น ทั้งหลายเหล่านี้คงเป็นรายละเอียดที่พูดกันได้ไม่รู้จบและหวังผลสัมฤทธิ์ในระดับสูง

Advertisement

สำคัญที่สุดของสังคมประชาธิปไตยในทุกๆ ประเทศ คือ ความซื่อสัตย์สุจริต ปัจจุบันใช้คำว่า ‘มีธรรมาภิบาล 100 %’ มีตัวชี้วัดมากมายหลายตัว แต่อะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับความสำนึกของบุคคล และการครองตนอยู่บนพื้นฐานของหลักการประชาธิปไตยที่สร้างสรรค์และมีระเบียบ เรียกว่า ‘Procedural Democracy’ หลักคิดประการนี้ เมื่อทุกผู้ทุกฝ่ายมีความมุ่งมั่น เห็นพ้องต้องกัน เพื่อนำสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมโดยสังคมส่วนรวม กฎระเบียบได้รับการเคารพและปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ไม่ห้ำหั่นหรือเป็นศัตรูต่อกัน เลิกแบ่งเป็นสีเป็นฝ่าย คำตอบสุดท้าย คือ การปกครองตามระบอบประชาธิปไตยที่มีความยั่งยืน ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็น Perpetual Democracy”