กรณีที่ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลพรรคเพื่อไทยหยิบยกเอาการเดินทางไปพบปะกับนักธุรกิจกลุ่มหนึ่งที่โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ เมื่อ 8 ก.พ.2555 ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีขณะนั้นมาโจมตีเป็นเรื่องสองแง่สองง่าม โดยใช้คำว่า “ว.5” และคำว่า “เอาอยู่” มาประกอบการกล่าวโจมตีในที่ต่างๆ และมีนักการเมืองพรรคประชาธิปัตย์ 3 คน คือ นายศิริโชค โสภา นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต และนายเทพไท เสนพงศ์ ได้จัดรายการสายล่อฟ้า ทางโทรทัศน์ช่องบลูสกายกล่าวโจมตีในเรื่องนี้จนมีการฟ้องร้องเป็นคดี โดยศาลอาญาและศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาว่าทั้ง 3 จำเลยกระทำผิดฐานร่วมกันหมิ่นประมาท น.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้จำคุกคนละ 1 ปี ปรับคนละ 50,000 บาท ทั้ง 3 จำเลยฎีกา โดยศาลฎีกานัดอ่านคำพิพากษาในวันที่ 19 ต.ค.นี้
ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 ต.ค.ที่ผ่านมา นายศิริโชค โสภา นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต และนายเทพไท เสนพงศ์ 3 จำเลยในคดีนี้ ได้เผยแพร่จดหมายเปิดผนึกทางเฟซบุ๊ก Leky Sopha ตอนหนึ่งว่า ข้าพเจ้านายศิริโชคกับพวกอีกสองคน เห็นด้วยกับคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ว่า ข้อความและการกระทำของพวกข้าพเจ้าดังกล่าว เป็นการหมิ่นประมาท น.ส.ยิ่งลักษณ์ขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และในฐานะส่วนตัวจริง ข้อความและป้ายดังกล่าวที่นำมาประกอบนั้นไม่ถูกต้อง และไม่เป็นความจริง บัดนี้ ข้าพเจ้ากับพวกรวมสามคนได้สำนึกผิดแล้ว และขออภัยต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ซึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ก็ได้ให้อภัยต่อข้าพเจ้า และได้ยื่นคำร้องขอถอนฎีกาให้กับข้าพเจ้ากับพวก ทำให้ข้าพเจ้ากับพวกหลุดพ้นจากคดีนี้ ข้าพเจ้ากับพวกทั้งสามคนขอขอบคุณ และถือโอกาสนี้แจ้งข่าวให้เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไป
นับจากรัฐประหาร 19 ก.ย.2549 เป็นต้นมาสังคมไทยแตกร้าวอย่างหนัก ด้วยเกมการเมือง ปลุกความชิงชังต่อ “ระบอบทักษิณ” อย่างเป็นระบบ จากนั้นใช้เรื่องนี้แบ่งแยกประชาชนออกจากกัน ประดิษฐ์วาทกรรมต่างๆ มาป้ายสีบดขยี้ฝ่ายตรงข้าม เพื่อประโยชน์ทางการเมืองของตนเอง กรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ซึ่งชนะเลือกตั้งปี 2554 เป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศ ถูกโจมตีอย่างรุนแรงหยาบคายจากฝ่ายที่พ่ายแพ้และฝ่ายที่เสียประโยชน์ แม้แต่บรรดานักการเมืองสตรี นักสิทธิสตรีในกลุ่มการเมืองเหล่านี้ ก็ผสมโรงร่วมไปด้วย กรณีนี้เป็นปัญหาจริยธรรมและมาตรฐานทางการเมืองที่ควรมีการถกเถียงและสะสาง โดยกลุ่มการเมืองที่สนับสนุนพฤติกรรมเช่นนี้ ควรแสดงความรับผิดชอบด้วย

