เปิดใจ’ฟิล์ม รัฐภูมิ’ จาก ‘ดารา – นักร้อง’ สู่สนามการเมือง

เปิดใจ’ฟิล์ม รัฐภูมิ’จาก’ดารา – นักร้อง’สู่สนามการเมือง
ยึดสไตล์’คนรุ่นใหม่ วัดที่ผลงาน’ ไม่เน้นพูด เน้นลงมือทำ

สร้างสีสันให้กับแวงวงการเมืองเป็นอย่างมาก เมื่อนักร้องนักแสดง แสดงชื่อดัง ‘ฟิล์ม’ รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ ตัดสินใจสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรค ‘พลังท้องถิ่นไท’ ที่มีตัวย่อ (พทถท.) เมื่อวันที่ 3 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันแรกของการเปิดรับสมัครสมาชิกอย่างเป็นทางการ เตรียมลงสมัครเลือกตั้งส.ส. รับใช้พี่น้องประชาชน เข้าสู่สนามการเมืองแบบเต็มตัว

สำหรับพรรค พทถท. จดทะเบียนจัดตั้งพรรคตั้งแต่ปี 2555 โดยปัจจุบันพรรคมีสมาชิกคนสำคัญตบเท้าเข้าร่วมมากมาย อาทิ ชัชวาลล์ คงอุดม หรือ ชัช เตาปูน , ชื่นชอบ คงอุดม อดีต ส.ส. กทม. พรรคประชาธิปัตย์ บุตรชายของนายชัชวาลล์ , เกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.), นพดล แก้วสุพัฒน์ อดีตนายกสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) แห่งประเทศไทย, เกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง อดีตนายกสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย (ส.ท.ท.) และพิพัฒน์ วรสิทธิดำรง นายกสมาคมข้าราชการส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย โดยพรรคมีกำหนดประชุมใหญ่ในวันเสาร์ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี เพื่อเลือกหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค และคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่

ทั้งนี้ ฟิล์ม รัฐภูมิ เปิดใจถึงเหตุผลที่ตัดสินใจลงเล่นการเมืองว่า จุดเริ่มต้นของเส้นทางการเมือง มองว่าการเมืองเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับคนไทยทุกคน คู่กับคนรุ่นใหม่รวมทั้งคนรุ่นเก่าด้วย สำหรับการเมืองต้องบอกว่าสนใจมานานมาก เพราะว่านโยบายต่างๆบางทีมันส่งผลต่อธุรกิจ บางทีก็ไม่ส่งผลต่อธุรกิจ เราเริ่มมีความคิดเห็นในวงกลุ่มเพื่อนบ้าง วงกลุ่มสังคมเล็กๆบ้างว่าทำไมเป็นแบบนี้ หรือทำไมไม่เป็นเหมือนประเทศเพื่อนบ้านเราแบบญี่ปุ่นหรือแบบประเทศมหาอำนาจแบบจีนหรืออเมริกา ก็จะเริ่มมีความคิดด้านการบริหารประเทศเข้ามาบ้าง เริ่มคิดว่าอยากจะมาช่วย เหตุผลที่ใช้คำว่าอยากจะมาช่วย ไม่ใช่เพราะว่าเก่ง แต่มองว่าการเมืองหรือการที่เราลงไปทำอะไรสักอย่างเหมือนเป็นจิตอาสา ก็เลยจะเรียกตัวเองว่าเป็น “จิตอาสาการเมือง” เพราะว่าวันนี้รัฐบาลเปิดกว้าง เริ่มให้โอกาสคนรุ่นใหม่ได้แสดงความคิดเห็น ร่วมกันบริหารประเทศ ผมเป็นส่วนหนึ่งที่อยากออกมาเป็นแบบอย่างเหมือนที่หลายท่านออกมากัน ผมไม่ใช่คนแรกที่ออกมาแสดงพลังคนรุ่นใหม่ที่จะออกมาช่วยบริหารประเทศ พัฒนาประเทศไปสู่ความเจริญ ส่วนตัวอยากมาเป็นส่วนหนึ่งมาเป็นพลังในการบริหารประเทศแบบฉบับของคนรุ่นใหม่ เพื่อให้คนรุ่นใหม่ ที่มีความเก่ง มีความสามารถ ออกมาแสดงพลังด้วยการเอาความเก่งออกมาช่วยกันบริหารประเทศ นี่คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมมาถึงวันนี้

ส่วนเหตุผลที่ตัดสินใจเข้าร่วมกับพรรคพลังท้องถิ่นไท ก่อนอื่นต้องบอกว่ามีหลายพรรคเข้ามาชักชวน มีคนติดต่อเข้ามา ก็ไปฟังนโยบายจากหลากหลายพรรคซึ่งทุกพรรคดีหมด แต่ก็ยังไม่เจอที่มันใช่และเหมาะกับตัวเรา พอได้มารู้จักกับพรรคพลังท้องถิ่นไท ได้เห็นแนวคิด รวมทั้งบุคคลที่อยู่ในพรรคก็เป็นบุคคลที่เราปลื้มและมีพระคุณคนหนึ่ง เราได้ไปรู้จักกับท่านชัชวาลล์ คงอุดม หรือ ชัช เตาปูน อดีต ส.ว. กรุงเทพมหานคร ตอนเด็กไม่ได้อยู่โรงเรียนที่ดีนัก แต่ว่าได้รับรู้ประวัติของท่านว่าได้บริจาคเครื่องกรองน้ำให้กับโรงเรียนในประเทศไทย สร้างถนนในถิ่นธุรกันดาร มอบเงินให้กับผู้ยากไร้ เปลี่ยนสลัมให้มาเป็นที่อยู่อาศัยที่เรียกว่าบ้านให้กับผู้ยากไร้ ซึ่งมันตรงกับสิ่งที่ทำมาตลอดชีวิต ตั้งแต่เข้าวงการบันเทิงมานั้นผมมีความคิดและรู้สึกขัดใจในความไม่เท่าเทียมของมนุษย์และก็น้อยใจทุกครั้งที่เห็นความเจริญที่เข้าไปไม่ทั่วถึง และต้องยอมรับว่าดารานักร้องที่เป็นอยู่ ลงพื้นที่มากกว่านักการเมืองแน่นอน เข้าถึงประชาชนอยู่ทุกเหตุการณ์ ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ปัญหาภัยธรรมชาติหรือเหตุการณ์ทางการเมือง ก็จะมีกลุ่มดาราเข้าถึงพื้นที่และลงไปอยู่กับคนไทยทั้งประเทศ เวลาทุกข์ก็ทุกข์ไปด้วยกัน เวลาสุขก็สุขไปด้วยกัน มันอยู่ในสายเลือดของการเป็นจิตอาสา

“การมาเป็นจิตอาสาทางด้านการเมืองแทบจะไม่ต้องคิดอะไรเลย ถ้าเปิดผมพร้อมเสมอ จึงเป็นส่วนหนึ่งที่มองว่านโยบายพรรคนี้ตรงกับเราและคือสิ่งที่เราต้องการ ซึ่งผมมองว่าเวลาเข้ามาอยู่พรรคนี้ เขาไม่เคยบอกว่าพรรคเป็นของท่านใดท่านหนึ่ง มีแต่บอกว่าพรรคนี้เป็นของคนไทยทั้งประเทศ เราต้องมาช่วยกันบริหาร มองว่าจุดยืนพรรคนี้ได้เลย บวกกับแนวคิดและนโยบายต่างๆ ขณะที่ผู้นำในองค์กรคือบุคคลที่ทำจริง ไม่พูดเยอะ แต่เน้นการทำงาน ซึ่งตรงกับสิ่งที่เราต้องการ จึงเลือกพรรคพลังท้องถิ่นไท ”


สำหรับแนวคิดเรื่องนโยบายพรรคค่อนข้างเปิดกว้างให้กับผู้ที่เข้ามาในพรรค ผมตื่นเต้น เพราะมีแต่คนรุ่นใหม่ โดยใช้ประสบการณ์ของคนรุ่นเก่ามาร่วมกัน ทำให้มีเสน่ห์ ซึ่งความคิดของเด็กรุ่นใหม่เจ๋ง เพราะมีแต่คนรุ่นใหม่มาทำงานร่วมกัน และที่ชอบมากๆ คือไม่มีใครพูดถึงเรื่องผลประโยชน์ มีแต่พูดถึงแนวคิด นโยบายและนวัตกรรมต่างๆ ที่จะเอามาเสนอกัน ส่วนไอเดียของผมหรือนโยบายของผมนั้น จะเน้นสิ่งที่ผมถนัดคือเรื่องเกี่ยวกับโซเชียลมีเดีย นวัตกรรมต่างๆ ภาพลักษณ์องค์กร การพัฒนาประเทศโดยมุมมองของคนรุ่นใหม่ให้คนทั้งโลกได้เห็นว่าประเทศไทยมีมุมดีๆเยอะมากมายผ่านโซเชียลทั้งออนไลน์และออฟไลน์ การสร้างแอพลิเคชั่น การขายของออนไลน์ การหาช่องทางขายสินค้าเกษตรกร เป็นต้น ผมอยากจะนำเสนอสิ่งที่ผมถนัดทุกอย่างเพื่อมาพัฒนาประเทศ

‘ฟิล์ม รัฐภูมิ’ ยืนยันเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าการลงเล่นการเมืองครั้งนี้ไม่ได้มาเพื่อเป็นจุดขายของพรรค เพราะหากใครมองว่าเป็นเชิงพีอาร์หรือมองว่าเพื่อมาโปรโมตให้พรรคใด ถ้าเป็นแบบนั้นเลือกไปอยู่กับพรรคการเมืองขนาดใหญ่ดังๆระดับท็อปของประเทศดีกว่า มาตรงนี้เพราะอยากมาแสดงจุดยืนและแสดงนโยบายของตนเองว่าอยากมาทำเพื่อคนไทยจริงๆ มีความตั้งใจที่จะมาเป็นแบบอย่างในการฉีกกฎเดิมๆ ของประเทศ เพราะประเทศคือของพวกเราทุกคนไม่ได้ของใคร มีคนถามว่าทำไมมาอยู่พรรคขนาดเล็ก ไม่มีชื่อเสียง นั่นเพราะไม่ได้มองเรื่องชื่อเสียง เงินทอง เพราะชื่อเสียงและเงินทอง สัมผัสมาหมดแล้ว แต่สิ่งที่ยังไม่เคยเจอคือความเจริญของประเทศหรือความสำเร็จของประเทศ หรือสิ่งที่ประเทศเรากำลังตามหาอยู่ อยากเห็นการเปลี่ยนแปลง อยากเห็นบ้านเมืองไปสู่ความสำเร็จ หากจุดยืนของตัวเองคือเข้ามาเพื่อคว้าตำแหน่ง ก็คงซีเรียสกับมัน แต่กลับไม่ได้ซีเรียส เพราะตั้งใจอยากมาแสดงพลังความสามารถของคนรุ่นใหม่ เชื่อว่าคนเจอเนอเรชั่นใหม่แบบพวกเรารู้ว่าจะแก้ไขอย่างไรโดยผ่านประสบการณ์ของคนรุ่นเก่า

“การเป็นดารา นักร้อง ไม่มีส่วนที่ทำให้คนมาเลือกเรา คนไทยทุกวันนี้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความคิด การตัดสินใจ ฉลาดมาก ทุกคนมีข้อมูล หากเป็นดาราแล้วทำนโยบายที่ไม่ดี ผมทายได้เลยว่าไม่มีใครเลือกผมแน่นอน แต่ถ้าผมมีนโยบายที่ดี ตั้งใจที่จะทำจริงๆและประชาชนวิเคราะห์ว่าเป็นไปได้ เขาเลือกผมแน่นอน การที่จะเลือกใครมาเป็นปากเสียงให้เขานั้น ไม่ได้วัดที่ความดังแต่วัดว่าคุณจะทำประโยชน์ให้ประเทศชาติได้จริงหรือไม่ การเป็นฟิล์ม รัฐภูมิ ไม่ได้เป็นแต้มต่ออะไรกับประชาชนเลย ทั้งนี้ หลังจากเปิดตัวว่าลงเล่นการเมือง ต้องบอกว่าความรู้สึกเหมือนตอนออกอัลบั้มใหม่ๆ คือ ตื่นเต้นและตกใจเพราะวันรุ่งขึ้นก็ได้ลงหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ทุกเล่ม มีคนติดต่อสัมภาษณ์ ผมดีใจที่ได้เป็นกระบอกเสียงแทนประชาชนไทย ผมเชื่อว่าประสบการณ์การทำงานจากการทำธุรกิจทั้งประสบความสำเร็จและไม่ประสบความสำเร็จเชื่อว่าอาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่มาเติมเต็มให้เจริญก็ได้ ”

ส่วนอนาคตจะลงสมัครส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งหรือแบบบัญชีรายชื่อนั้น ยังไม่ได้มองถึงจุดๆนั้น มีหลายท่านถามเข้ามาว่าจะลงสมัครแบบใด อยากจะบอกว่าที่มาไม่ได้หวังว่าจะเป็นอะไร แค่อยากจะมาแสดงพลังคนรุ่นใหม่ และให้คนรุ่นใหม่ได้ออกมาแสดงศักยภาพ เพราะประเทศคือประเทศของเรา เราต้องออกมาช่วยกัน อย่าไปกลัว มันไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวเลย เราไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ถ้าถามว่าถ้าต้องตัดสินใจ จะเลือกแบบใด ก็อยากลงสมัครแบบแบ่งเขตมากกว่าแบบบัญชีรายชื่อ อาจจะเลือกพื้นที่กทม. แต่ยังไม่รู้ว่าเขตใด ที่อยากลงแบบเขตเพราะประสบการณ์ทั้งชีวิตคลุกคลีกับประชาชน ทำให้อยากลงพื้นที่เพื่อจะได้เข้าถึงประชาชนลงพื้นที่พบปะประชาชน

อย่างไรก็ตาม ‘ฟิล์ม รัฐภูมิ’ ทิ้งท้ายด้วยว่า ” การเข้ามาทำงานการเมืองครั้งนี้ของตัวเองนั้น ตั้งใจทำการเมืองแบบสไตล์คนรุ่นใหม่ มีความชัดเจน วัดที่ผลงาน ไม่เน้นพูด เน้นลงมือทำมากกว่า”

บทความก่อนหน้านี้สช.ตั้งทีมแก้ พ.ร.บ.โรงเรียนเอกชน เพิ่มรายหัว 100%-ค่ารักษาพยาบาล
บทความถัดไป‘โค้ชด่วน’ รับภูมิใจลูกทีมแม้วอลเลย์สาวไทยแพ้จีน – เย็นนี้ตบ ‘อิตาลี’