ปชป. คึกคัก รับสมัครชิง หน.พรรค “มาร์ค” ซิวเบอร์หนึ่ง ด้าน “หมอวรงค์” ได้เบอร์สอง “จ้อน” ขอเบอร์สาม “หมอโก๋” ฟุ้งหมอดูทักได้เป็นกุมบังเหียน พร้อมเล่นของคล้อง “เบี้ยแก้ วัดหนองบัว”
เมื่อเวลา 07.30 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก โดยก่อนที่จะเปิดให้เข้าสมัครชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค มีแฟนคลับของแต่ละกลุ่มต่างเดินทางมาให้กำลังใจ ซึ่งแฟนคลับของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคคนปัจจุบัน ได้นำป้ายไฟและมอบดอกกุหลาบสีแดงมาให้กำลังใจ ขณะที่กลุ่มเพื่อนอลงกรณ์ชูป้ายเชียร์พร้อมกับกล่าวว่า “อลงกรณ์สู้ๆ 4 ปฏิรูป 5 กฎเหล็ก 6 ยุทธศาสตร์” รวมทั้งกลุ่มเครือข่ายผู้ขับรถแท็กซี่ก็ชูป้ายสนับสนุนนายอลงกรณ์เช่นกัน ส่วนกลุ่ม นพ.วรงค์มีเพียงกลุ่มเพื่อนหมอวรงค์เท่านั้น ไม่ได้มีผู้สนับสนุนมาร่วมชูป้ายด้วย ทั้งนี้ ก่อนการรับสมัครจะเริ่มขึ้น ผู้สมัครทั้ง 3 คน ได้แก่ นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองหัวหน้าพรรค นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคคนปัจจุบัน และ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต สส.พิษณุโลก ได้เดินทางมาสักการะองค์พระแม่ธรณีบีบมวยผม
จากนั้นเวลา 08.30 น. มีการเปิดรับสมัครบุคคลเข้ารับการแข่งขันชิงหัวหน้าพรรค ปชป. โดยมีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรค ปชป. ในฐานะรักษาการหัวหน้าพรรค กำกับและดำเนินการรับสมัครดังกล่าว ปรากฏว่าเอกสารรายชื่อรับรองของนายอลงกรณ์เดินทางมาไม่ทันตามกำหนด ทำให้นายอภิสิทธิ์มอบรายชื่อที่สนับสนุนตนเองให้กับนายอลงกรณ์ คือ น.ส.รังสิมา รอดรัศมี อดีต ส.ส.สมุทรสงคราม และ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก อดีต ส.ส.กทม. ส่วนนพ.วรงค์ได้มอบรายชื่อที่สนับสนุนตัวเองให้นายอลงกรณ์ด้วยเช่นกัน คือ ชื่อตนเอง และนายวิชัย ล้ำสุทธิ อดีต ส.ส.ระยอง ทำให้นายอลงกรณ์รู้สึกชื่นชมและขอบคุณที่ทำให้มีชื่อผู้รับรองครบตามที่กำหนด จึงขอสละสิทธิ์ในการจับหมายเลขประจำตัวผู้สมัคร โดยขอเป็นผู้สมัครหมายเลข 3 ทำให้มีผู้จับสลากเหลือเพียง 2 คน ซึ่งนายอภิสิทธิ์ได้สละให้ นพ.วรงค์ เป็นผู้จับหมายเลขประจำตัวผู้สมัครก่อน เนื่องจากมายื่นใบสมัครก่อน ปรากฏว่า นพ.วรงค์ได้หมายเลข 2 และนายอภิสิทธิ์ได้หมายเลข 1
ทั้งนี้ นพ.วรงค์ให้สัมภาษณ์ว่า หลังจากนี้จะลงพื้นที่พบปะสมาชิกพรรคทั่วประเทศทุกภาคจากเหนือจรดใต้ และสุดท้ายมาจบที่ กทม. เพราะตนถือเป็นมวยรองจึงต้องขยันให้มาก เพื่อจะได้ทำความเข้าใจกับสมาชิกพรรคว่าแม้จะมีคนดี คนเก่ง แต่ยังขาดคนกล้า ซึ่งตนได้กล้าเสนอตัวที่จะเปลี่ยนแปลงพรรค โดยการลงแข่งขันครั้งนี้ตนมั่นใจว่าจะได้รับชัยชนะ เพราะมีลางสังหรณ์ประกอบกับพระครูวัดพระธาตุหนองบัว จังหวัดอุบลราชธานี ไปกราบสักการะระหว่างการลงพื้นที่เมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา ท่านบอกว่าจะได้รับชัยชนะ และได้มอบเบี้ยแก้ซึ่งเป็นเครื่องรางของขลังจนกว่าจะแข่งขันเสร็จในวันที่ 5 พฤศจิกายน ซึ่งตรงกับวันจันทร์และตนเกิดวันจันทร์พอดี อีกทั้งพระครูรูปดังกล่าวยังตรวจดวงชะตาพร้อมทำนายว่าตนมีโอกาสได้เป็นหัวหน้าพรรคอีกด้วย
ด้านนายอลงกรณ์ให้สัมภาษณ์ว่า 5 ปีหลังจากนี้จะต้องเป็นช่วงฟื้นฟูพรรค สร้างทางเลือกใหม่ มีการปฏิรูปอย่างจริงจัง โดยตนจะรวบรวมพรรคประชาธิปัตย์ให้เป็นครอบครัวเดียวกัน การหาเสียงครั้งนี้ไม่ได้หวังแค่ชัยชนะอย่างเดียวแต่การเป็นหัวหน้าพรรคคือจุดเริ่มต้นชัยชนะของประเทศและประชาชนคนไทยทุกคน
เมื่อถามว่า ถ้าได้เป็นหัวหน้าพรรคจะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีต่ออีกหรือไม่ นายอลงกรณ์กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีจะต้องมาตามครรลองของ ปชป. ไม่เห็นด้วยที่นายกรัฐมนตรีจะมาจากคนนอกบัญชีที่พรรคการเมืองเสนอ ไม่ว่าจะเป็นใครหรือ พล.อ.ประยุทธ์ต้องอยู่ในบัญชี 3 รายชื่อที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีของพรรคการเมือง เพื่อให้เกิดความสง่างามและชอบธรรม


