เดินหน้าชน : “2เงื่อนตาย” เพื่อไทย

11.10.18 | 13:30 น.

ความเคลื่อนไหวของ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางมายังเกาะฮ่องกง เพื่อหารือกับแกนนำพรรคเพื่อไทยในการเตรียมรับมือเลือกตั้ง ซึ่งประเด็นการหารือคือการตั้งพรรคสำรองของพรรคเพื่อไทย

สิ่งที่ผมได้ยินจากปากแกนนำพรรคเพื่อไทยทุกครั้ง ต่างบอกเป็นเสียงเดียวว่า ไม่ได้กลัวแพ้การเลือกตั้ง แต่กลัวแพ้ฟาวล์มากกว่า เพราะประวัติศาสตร์ของพรรคนี้คือถูกยุบพรรคมาแล้ว 2 ครั้ง ทั้งไทยรักไทย และพลังประชาชน

ถึงวันนี้ รากของพรรคเพื่อไทยได้แตกแขนงออกเป็น พรรคเพื่อธรรมและเพื่อชาติ โดยทั้ง 3 พรรคประกาศเป็นพันธมิตรกันทางการเมืองในการเลือกตั้ง หากต้องการให้พรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลต้องเลือก 3 พรรคดังกล่าวให้ได้ 250 เสียงขึ้นไป รวมทั้งปาร์ตี้ลิสต์

ถือเป็นการแก้เกมรัฐธรรมนูญฉบับ คสช.ที่วางกับดักการเลือกตั้งระบบใหม่ เพราะหากพรรคเพื่อไทยได้ ส.ส.ระบบเขตมากก็จะได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์น้อยลงไป ยิ่งการเลือกตั้งใช้บัตรใบเดียว ระบบ “เลือกคนที่รัก เลือกพรรคที่ชอบ” จึงใช้ไม่ได้ผล

การตั้งพรรคสำรอง หรือพรรคนอมินี จึงวางเกมว่า พรรคเพื่อไทยเน้น ส.ส.เขต ส่วนพื้นที่ที่ไม่มีโอกาสได้ ส.ส.เขตอย่างพื้นที่ภาคใต้ ภาคกลาง เปิดทางให้ผู้สมัครจากพรรคเพื่อธรรมและเพื่อชาติจะได้เสียงจาก ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์แทน

Advertisement

ประเด็นนี้ต้องบันทึกคำพูดของ วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ที่บอกว่า พรรคการเมืองตั้งพรรคสำรอง พรรคการเมืองจะแตกยอดจดทะเบียนออกไปอีกกี่พรรคเป็นเรื่องของเขา เพราะเมื่อแยกออกไปแล้ว จะถือว่าเป็นคนละพรรคกัน ไม่ใช่หัวหน้าพรรคคนเดียวกัน คนละนโยบาย ถือเป็นคนละนิติบุคคล

เรื่องนี้ไม่มีอะไรผิดกฎหมาย แม้บางพรรคจะออกมา
ยอมรับว่าได้ตั้งพรรคสำรองไว้ก็ตาม

“ส่วนใครจะมีทุน มีสติปัญญา จะไปคิดตั้งพรรคเพิ่มก็ไม่แปลกอะไร มันมีมาทุกยุค ทุกสมัย เพียงแต่เราอาจไม่รู้สึกว่าโจ่งแจ้ง ที่เขาต้องตั้งพรรคเพิ่ม เพราะต้องการเก็บคะแนนให้ได้มากที่สุด เมื่อเขามองว่าเป็นช่องทางที่สามารถทำได้
ก็เรื่องของเขา”

แต่ประเด็นที่น่าเป็นห่วงและยังคลุมเครือ คือ ประเด็นบรรดาแกนนำเพื่อไทยเดินทางไปพบทักษิณที่เกาะฮ่องกงมากกว่า

เพราะ “อาจารย์วิษณุ” ระบุว่า “เรื่องนี้คิดว่าไม่มีอะไรที่น่าจะผิดกฎหมาย สื่อไม่ควรสรุปเองว่าการซื้อตั๋วเครื่องบินเดินทางไปต่างประเทศ ก็เพื่อที่จะไปคุยกันในเรื่องที่เป็นข่าว เพราะเขาอาจจะไปทำอย่างอื่น เช่น ช้อปปิ้ง เดินเล่น กินข้าวในฮ่องกง การจะทำอะไรผิดกฎหมายนั้น จะต้องมีพฤติการณ์ที่ชัดเจน แต่การซื้อตั๋วไปฮ่องกง ดูไบ มอนเตเนโกรนั้น ไม่ใช่เรื่องแปลก ทุกคนมีเสรีภาพในการเดินทาง

“ต่อให้ไปเจอคุณทักษิณ ผมก็ไม่เห็นว่าจะมีปัญหาอะไร จะถือว่าคุณทักษิณครอบงำพรรคหรือไม่ ขออย่าได้วินิจฉัยเลย เรื่องนี้ถูกกฎหมายหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ถูกต้องหรือไม่ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง”

ประเด็น “ทักษิณ” ครอบงำพรรค “อาจารย์วิษณุ” ไม่ได้
ฟันธงว่าถูกกฎหมายหรือถูกต้องหรือไม่ ถือเป็นประเด็นที่ต้องตีความกันไปหากเรื่องนี้กลายเป็นคดีความ

ถึงวันนี้พรรคเพื่อไทยกำลังเผชิญชะตากรรม 2 เงื่อนตาย คือ 1.การแถลงข่าวเรื่อง 4 ปีที่ล้มเหลวของรัฐบาล และ คสช.นำประเทศไปสู่ความมืดมนและอันตราย ณ ที่ทำการของพรรคเพื่อไทย ในวาระครบรอบ 4 ปี คสช. เพราะคณะทำงานด้านกฎหมาย คสช.เตรียมดำเนินคดี เพราะเข้าข่ายความผิด 3 เรื่อง คือ ฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. เรื่องการห้ามดำเนินกิจกรรมของพรรคการเมือง ความผิด พ.ร.บ.การชุมนุม ที่มีการมั่วสุมเกิน 5 คน และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เนื่องจากมีการไลฟ์สดทางเฟซบุ๊ก

และเงื่อนตายที่ 2 คือ ปมทักษิณครอบงำพรรค เพราะหากฝ่ายตรงข้ามยื่นเรื่องร้องเรียนเมื่อไหร่ก็จะกลายเป็นประเด็นข้อกฎหมายเมื่อนั้น

ไปๆ มาๆ ยิ่งใกล้วันเลือกตั้ง โอกาสที่พรรคเพื่อไทยจะหายไปจากสารบบการเมืองไทยยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น…