‘วิษณุ’ ระบุกฎหมายหมา-แมวยังไม่มีผลบังคับใช้ แนะกระทรวงเกษตรฯชี้แจงสังคม

11.10.18 | 15:50 น.

“วิษณุ” ระบุกฎหมายหมา-แมว ยังไม่มีผลบังคับใช้ แนะกระทรวงเกษตรฯชี้แจงสังคม เผย “บิ๊กตู่” กำชับ อย่าให้เป็นภาระประชาชน

เมื่อเวลา 13.20 น. วันที่ 11 ตุลาคม ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ ว่า เรื่องดังกล่าวทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นผู้เสนอให้ ครม.พิจารณา ดังนั้น เมื่อเป็นเจ้าของร่างจึงควรชี้แจงรายละเอียดให้กับสังคมได้รับทราบ อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการกฤษฎีกายังต้องพิจารณาปรับแก้อีกมากและต้องใช้เวลานาน ยังไม่มีผลบังคับใช้ในทันที ทั้งนี้ ในที่ประชุม ครม.เมื่อวันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้แสดงความเป็นห่วงและกำชับด้วยว่า การจัดระเบียบคนที่ชอบนำสุนัขและแมวมาเลี้ยงด้วยความเมตตา 20-30 ตัว จนทำให้เพื่อนบ้านเดือดร้อนรำคาญและมีปัญหา จะต้องไปควบคุมว่าต้องเลี้ยงไว้กี่ตัว เลี้ยงไม่เกินกี่ตัวถึงจะต้องเสียภาษี

เมื่อถามว่า ในที่ประชุม ครม. มีรัฐมนตรีคนใดแสดงความคิดเห็นถึงกรณีดังกล่าวบ้าง นายวิษณุกล่าวว่า ไม่มี เพราะไม่มีใครเดือดร้อน เนื่องจากเห็นว่าเรื่องยังต้องถูกส่งไปให้กฤษฎีกาพิจารณา และยังต้องรับฟังความคิดเห็นก่อน จึงจะส่งกลับเข้ามาให้ ครม.พิจารณาอีกครั้ง ซึ่งยังต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนและคาดว่าไม่ทันในรัฐบาลชุดนี้ มีเพียงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯที่ชี้แจงให้ ครม.เข้าใจ ซึ่งนายกฯก็บอกว่าอาจจะมีปัญหา ขอให้ไปดูที่กฤษฎีกาให้ดีว่าโทษเป็นอย่างไร รวมถึงนายกฯยังบอกว่ามีกฎหมายจัดระเบียบเป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องระวังอย่าให้เป็นการสร้างภาระแก่ประชาชน โดยเฉพาะคนที่เขาเมตตาสัตว์ เลี้ยงสัตว์และนำสัตว์มาไว้จำนวนมาก เพื่อดูแลจากการทิ้งขว้าง ซึ่งถือว่าดี อย่างไรก็ตาม ถ้ารัฐบาลหน้าไม่ชอบกฎหมายนี้ก็นิ่งเฉยเอาไว้ เหมือนกับรัฐบาลนี้ที่เฉยต่อกฎหมายของรัฐบาลก่อนหลายฉบับ แต่กฤษฎีกาก็ต้องตรวจไป

เมื่อถามอีกว่า หากสังคมไม่เห็นด้วยกับกฎหมายฉบับนี้ เป็นไปได้หรือไม่ที่ ครม.จะพิจารณาถอนมติดังกล่าว นายวิษณุกล่าวว่า ได้ เพราะที่ผ่านมาก็มีหลายฉบับ เนื่องจากเมื่อเข้ากฤษฎีกาแล้วมีการแก้ไขจำนวนมาก ทางกระทรวงจึงเห็นว่าหากแก้ไขมากก็ไม่ควรดำเนินการต่อ อย่างไรก็ดี เรื่องนี้ถือเป็นเจตนาดีของกระทรวงเกษตรฯ แต่บางครั้งเราก็พูดกันไปโดยยังไม่ทันได้เห็นตัวกฎหมาย ดังนั้น จึงอยู่ที่กระทรวงเกษตรฯจะต้องชี้แจงกับกฤษฎีกา