เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 12 ตุลาคม นายหม่อง ทองดี อายุ 21 ปี พร้อมกับ น.ส.นิรินทร แสนพันนา แฟนสาว และ นายยุ้น ทองดี อายุ 45 ปี บิดา เดินทางมาที่ว่าการอำเภอเมืองเชียงใหม่ บริเวณศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อรับหนังสือแจ้งอนุญาตให้ถือสัญชาติไทย และ หนังสือกำหนดเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ที่ได้รับการอนุมัติจากกรมการปกครอง โดยสีหน้าของหม่อง ทองดี และครอบครัวเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ท่ามกลางการแสดงความยินดีจากเจ้าหน้าที่และประชาชนที่ไปติดต่อราชการ โดยขอให้หม่อง ทองดี เป็นพลเมืองที่ดีของประเทศไทย
หลังจากนั้นนายหม่องได้นำหนังสือพร้อมเลข 13 หลัก เดินทางไปยังเทศบาลตำบลสุเทพ เพื่อทำเรื่องเพิ่มชื่อเข้าทะเบียนบ้าน ซึ่งเป็นบ้านเช่าเลขที่ 36 หมู่ 7 ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งครอบครัวเช่าอาศัยอยู่ร่วมกัน โดยเจ้าของบ้านเช่าใจดีอนุญาตให้อยู่มานานเกือบ 20 ปีแล้ว
ต่อจากนั้นในช่วงบ่ายวันเดียวกัน นายหม่องและครอบครัวเดินทางกลับมายังที่ทำการอำเภอเมืองเชียงใหม่ เพื่อยื่นเรื่องขอทำบัตรประจำตัวประชาชน โดยมีนางวีนัสรินทร์ มีทรัพย์ ครูโรงเรียนบ้านห้วยทราย ซึ่งนายหม่องเคยเรียนหนังสือในระดับประถมมาให้กำลังใจ

โดยหลังได้รับบัตรประชาชนแล้ว นายหม่องได้เข้าไปขอบคุณนายบุญส่ง แสงกฤช ปลัดอำเภอเมืองเชียงใหม่ ซึ่งนายหม่องมีสีหน้ายิ้มแย้มตลอดเวลาด้วยความดีใจ พร้อมทั้งกล่าวว่า รู้สึกดีใจและขอบคุณทุกฝ่ายที่ให้การช่วยเหลือและให้กำลังใจในการดำเนินเรื่องเพื่อขอสัญชาติไทยมาตลอด 9 ปี วันนี้เป็นวันที่ดีที่สุดของชีวิตอีกวันหนึ่ง หลังจากเป็นคนไทยเต็มตัวจะรีบไปดำเนินเรื่องเกี่ยวกับการเกณฑ์ทหาร เพราะตอนนี้อายุครบ 21 ปีแล้ว
ส่วนแผนที่วางไว้หลังได้รับสัญชาติและได้บัตรประชาชน นายหม่อง กล่าวว่า เตรียมตัวที่จะเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรี ซึ่งกำลังตัดสินใจว่าจะเรียนสายวิศวกรรมโยธา เพื่อต่อยอดงานของครอบครัวที่พ่อแม่รับจ้างก่อสร้างมานาน หรืออาจเป็นสาขานิเทศศาสตร์ แต่ขณะเดียวกันก็จะดูแลครอบครัวไปพร้อมกันด้วย เนื่องจากพ่อไม่ค่อยสบาย รวมทั้งจะเดินทางไปแข่งขันเครื่องบินพับกระดาษ เพื่อสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ รวมทั้งจะเป็นพลเมืองที่ดีไม่ยุ่งเดี่ยวกับยาเสพติด และสิ่งไม่ดี
“ผมขอฝากไปถึงหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องว่า ปัจจุบันยังมีเด็กและเยาวชนไร้สัญชาติที่รอความหวังจะได้รับสัญชาติและมีบัตรประชาชนคนไทยอีกจำนวนมาก หลายคนอยู่ในขั้นตอนการยื่นเรื่องขอสัญชาติ จึงอยากวิงวอนขอให้หน่วยงานภาครัฐช่วยเร่งรัดให้ เพราะการได้รับสัญชาติถือเป็นสิ่งสำคัญที่เด็กไร้สัญชาติรอคอย” นายหม่องกล่าว
ในขณะที่นายยุ้น ทองดี พ่อของหม่อง กล่าวว่า ภูมิใจมากที่ลูกทำคุณประโยชน์จนได้เป็นคนไทย หลังจากนี้ก็ขอให้เป็นคนดี ทำความดี ไม่ทำสิ่งผิดกฎหมาย และขอให้ตั้งใจเรียนหนังสือเพื่อมาเป็นเสาหลักของครอบครัว และที่สำคัญขอให้เป็นแบบอย่างที่ดีกับเยาวชนทุกคน


