ไม่ว่าการก่อรูปขึ้นของ “พรรคเพื่อธรรม” ไม่ว่าการก่อรูปขึ้นของ
“พรรคเพื่อชาติ” ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว ดำเนินไปอย่างคึกคัก
พรรคเพื่อธรรม มี นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ขับเคลื่อน
ขณะที่พรรคเพื่อชาติ มี นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานนปช. ขับเคลื่อน
ยิ่งหากมองไปยัง “พรรคประชาชาติ” ยิ่งเห็นลักษณะ”ร่วม”
เพราะว่าหัวหน้าพรรคประชาชาติ คือ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตประธานรัฐสภา
ไม่ว่า นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ไม่ว่า นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ไม่ว่า นายจตุพร พรหมพันธุ์ ล้วนมีสายสัมพันธ์กับ พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน พรรคเพื่อไทย
นี่คือ การแยกแตกตัวในทางการเมือง
การแยกออกไปของ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา เหมือนกับการแยกออกไปของ นายจำลอง ครุฑขุนทด หรือไม่
ตอบได้เลยว่า ไม่เหมือน
การแยกออกไปของ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ เหมือนกับการแยกออกไปของ นายสุพล ฟองงาม หรือไม่
ตอบได้เลยว่า ไม่เหมือน
การแยกออกไปของ นายจตุพร พรหมพันธุ์ เหมือนกับการแยกออกไปของ นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข หรือไม่ ตอบได้เลยว่า ไม่เหมือน
เพราะ นายจำลอง ครุฑขุนทด นายสุพล ฟองงาม นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข แยกไปอยู่กับพรรคพลังประชารัฐ หากแต่ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ไปอยู่กับพรรคประชาชาติ หากแต่ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ไปอยู่กับพรรคเพื่อธรรม หากแต่ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ไปอยู่กับพรรคเพื่อชาติ
เป้าหมายคือ ยืนอยู่ตรงกันข้ามพรรคพลังประชารัฐ เป้าหมายคือ ยืนอยู่ตรงกันข้ามกับคสช.
พรรคเพื่อธรรม พรรคเพื่อชาติ จึงมีอุดมการณ์อย่างเดียวกันกับของพรรคเพื่อไทย
เป็นพรรคตระกูล “เพื่อ”
เป็นการแยกเพื่ออนุวัติให้สอดรับกับลักษณะพิเศษภายในโครงกรอบการเลือกตั้งอันกำหนดโดย “รัฐธรรมนูญ”
ดำเนินไปตามกลยุทธ์”ยืมหอกสนองคืน”ให้กับคสช.

