เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม นายรชตะ ด่านกุล อดีต ส.จ.อำเภอด่านขุนทด ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย กลุ่มคนรุ่นใหม่ กล่าวถึงการไปยื่นหนังสือต่อ กกต.นครราชสีมา เพื่อนำเสนอรูปแบบการแบ่งเขตเลือกตั้งที่ 13 และ 14 โดยเฉพาะเขตเลือกตั้ง อ.ด่านขุนทด บ้านเกิดของตนเองและเป็นเขตที่ตนจะลงสมัครรับเลือกตั้ง ถูกแบ่งอำเภอออกเป็น 2 ส่วน ทั้งที่ อ.ด่านขุนทดเป็นอำเภอใหญ่ มีประชากรกว่า 128,000 คน การขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ การพัฒนาด้านสังคม สาธารณูปโภค และวัฒนธรรมประเพณี เคยทำร่วมกันอย่างเป็นเอกภาพมาตลอด แต่เมื่อ กกต.จังหวัดนครราชสีมา มาแบ่งอำเภอออกเป็น 2 ส่วน จะส่งผลให้เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาในทุกด้าน เนื่องจากจะมีผู้แทนราษฎรคนละเขต ซึ่งในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาไม่เคยเกิดขึ้น ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ของการแบ่งเขตเลือกตั้ง อ.ขามสะแกแสงกับ อ.ด่านขุนทด ไม่น่าจะอยู่ในเขตเดียวกันได้ เนื่องจากไม่ได้มีพื้นที่ติดต่อกัน เส้นทางคมนาคมก็ไม่ได้เชื่อมต่อกัน ซึ่งผิดหลักการแบ่งเขตเลือกตั้งเพราะเป็นการกระโดดข้ามอำเภอ ฉะนั้น ตนจึงได้ใช้สิทธินำเสนอรูปแบบเขตเลือกตั้งที่ 14 ของ จ.นครราชสีมา ใหม่ต่อ กกต.นครราชสีมา ให้มีการแบ่งเขตเลือกตั้งที่ 14 ประกอบด้วย อ.ด่านขุนทด ทั้งอำเภอ, อ.เทพารักษ์ ทั้งอำเภอ และ อ.พระทองคำ ทั้งอำเภอ รวมประชากรทั้ง 3 อำเภอกว่า 190,000 คน ซึ่งเป็นตัวเลขที่รับได้และเคยเป็นเขตเลือกตั้งเดียวกันมาก่อน
นายรชตะกล่าวอีกว่า ที่ตนนำเสนอรูปแบบการแบ่งเขตเลือกตั้งที่ 14 ของ จ.นครราชสีมา ใหม่ก็เป็นไปตามสิทธิ เพราะเห็นว่าไม่เป็นไปตามกฏเกณฑ์ที่ กกต.กำหนด อย่างไรก็ตาม การเสนอตัวอาสาเข้ามาเป็นผู้แทนราษฎรส่วนตัวก็พร้อมทำงานให้กับประชาชนชาวโคราชทุกอำเภอในนามของพรรคเพื่อไทยอยู่แล้ว โดยไม่ได้มีอคติกับชาวบ้านในอำเภอใดทั้งสิ้น ซึ่งสุดท้ายผลการแบ่งเขตเลือกตั้งของ จ.นครราชสีมา จะออกมาอย่างไรตนก็พร้อมยอมรับ และพร้อมที่จะทำงานเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน

