เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเพชรบูรณ์ โดยนายไมตรี มีหล้า ผู้อำนวยการการเลือกตั้ง(ผอ.กต)จ.เพชรบูรณ์ ออกประกาศรูปแบบการแบ่งเขตเลือกตั้งส.ส.เพชรบูรณ์ 3 รูปแบบ เพื่อรับฟังความคิดเห็นของพรรคการเมืองและประชาชน โดยกำหนดวันที่ 13 ตุลาคมนี้เป็นวันสุดท้ายของการรับฟังความคิดเห็นนั้น ปรากฏว่าที่ผ่านมาประชาชนและตัวแทนพรรคการเมืองรวมทั้งตัวแทนองค์กรเอกชนในพื้นที่ เกิดความตื่นตัวร่วมแสดงความคิดเห็นต่อการแบ่งเขตเลือกตั้งส.ส.ทั้ง 3 แบบๆละ 5 เขตเลือกตั้งกันอย่างหลากหลาย
โดยมีทั้งเห็นด้วยและทักท้วงไม่เหมาะสม โดยเฉพาะการแบ่งเขตเลือกตั้งในแบบที่1แม้จะมีเสียงสนับสนุนค่อนข้างมากก็ตาม แต่ก็ยังมีชาวบ้านในตำบลป่าเลา อ.เมืองเพชรบูรณ์จำนวนกว่า 200 คน ร่วมกันลงชื่อคัดค้าน หลังจากถูกโยกไปอยู่ในเขตเลือกตั้งที่ 3 รวมกับอำเภอชนแดนและอำเภอวังโป่งแทนที่จะอยู่ในเขตเลือกตั้งเดิม นอกจากนี้ยังมีผู้เสนอการแบ่งเขตเลือกตั้งในแบบอื่นๆเพิ่มเติมอีกด้วย
นายไมตรี กล่าวว่า เกณฑ์การแบ่งที่กกต.กำหนดให้มีพื้นที่อำเภอเป็นหลัก หากจำนวนประชากรระดับอำเภอแต่ละเขตแตกต่างกันมากให้แบ่งไปถึงระดับตำบล แต่ต้องเป็นตำบลที่ต่อเนื่องกันห้ามข้ามพื้นที่ โดยเขต 1 ให้ยึดอำเภอเมืองเป็นหลักก่อน แต่จังหวัดเพชรบูรณ์พื้นที่เป็นแนวยาวทำให้การแบ่งเขตค่อนข้างยาก ขณะเดียวกันก็มีชาวบ้านบางตำบลที่ทักท้วงไม่ต้องการอยู่ในแบบเขตเลือกตั้งที่ประกาศไป อย่างไรก็ตามทางกกต.กลางอยากให้นำความคิดเห็นทั้งหมดมาประมวล จากนั้นให้นำเสนอเป็นแบบที่ 4 ไปให้กกต.พิจารณา
“อุปสรรคใหญ่ก็คือบางอำเภอจำนวนประชากรเขย่งกันมาก และระเบียบกกต.ให้แบ่งได้แค่ระดับตำบล ลงหมู่บ้านไม่ได้ทำให้จำนวนประชากรห่างกันเยอะเมื่อบวกลบแล้วต่างกันถึง 4,000-5,000 คน ในขณะที่กกต.มีแนวคิดกำหนดให้เขย่งกันไม่เกิน 2,000 คน โดยพยายามทำทุกวิธีแล้วก็ยังไม่ลงตัว และพยายามดูจากข้อคิดเห็นที่มีตัวแทนพรรคการเมืองนำเสนอ อย่างเก่งก็ยังเขย่งกันราว 3,800 คน ซึ่งเกณฑ์มาตรฐานของเขตเลือกตั้ง ส.ส.เพชรบูรณ์ 5 เขต จำนวนประชากรแต่ละเขต 199,066 คน”นายไมตรีกล่าวและว่า หลังปิดรับการแสดงความคิดเห็นแล้ว ทาง สนง.กต.เพชรบูรณ์จะสรุปความคิดเห็นทั้งหมดเพื่อส่งให้ กกต.กลางพิจารณา
ด้านนายชัยณรงค์ สืบสุรีย์กุล ตัวแทนจากพรรคประชาธิปัตย์ จ.เพชรบูรณ์ กล่าวว่า ดูทั้ง 3 แบบเห็นว่า แบบเขตเลือกตั้งที่ 1 ซึ่งใกล้เคียงสุด มีการโยกตำบลป่าเลา อ.เมืองเพชรบูรณ์ไปอยู่ในเขต 3 รวมกับอ.ชนแดน,วังโป่ง ซึ่งการสัญจรไม่สะดวกภาพรวมไม่เห็นด้วย ตรงนี้ควรมีการทบทวน ในขณะที่ชาวบ้านตำบลป่าเลาทราบว่าไม่เห็นด้วยและทราบว่าไปยื่นคัดค้านเช่นกัน เพราะอยากอยู่ในเขตเลือกตั้งเดิมต่อไป ส่วนแบบ 2 และ 3 แม้จำนวนประชากรจะใกล้เคียงแต่ในด้านภูมิศาสตร์ไม่มีความใกล้เคียงเลย
ขณะที่นายบุญติ่ง อุ่นแก้ว ตัวแทนพรรครวมพลังประเทศไทย(รปช.) จ.เพชรบูรณ์ กล่าวว่า เห็นด้วยกับการแบ่งเขตเลือกตั้งในแบบที่ 1 ซึ่งน่าจะตรงตามเกณฑ์ที่กกต.กำหนดที่สุด




