“อลงกรณ์” ประกาศ 3 จุดยืน จอตอบโจทย์ใหญ่การเมืองปชป-ประเทศ ในวาระครบรอบเหตุการณ์ตุลา14 ตุลา

14.10.18 | 10:57 น.

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 14 ตุลาคม ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองหัวหน้าพรรค และผู้สมัครชิงหัวหน้าพรรคปชป.หมายเลข3 แถลงว่า ปชป.เป็นพรรคการเมืองใหญ่ที่เป็นหลักของประเทศทำให้ประชาชนและสื่อมวลชนต้องการความชัดเจนในจุดยืนของผู้นำพรรคเกี่ยวกับท่าทีต่อการเลือกตั้ง การจัดตั้งรัฐบาลและประเด็นนายกคนนอก วันนี้ปชป.ไม่มีหัวหน้าพรรคเพราะอยู่ระหว่างการเลือกหัวหน้าพรรคมีแต่รักษาการหัวหน้าพรรคและผู้สมัครชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค 3 ท่านซึ่งก็คือว่าที่หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนต่อไป ดังนั้นความเห็นใดๆของผู้สมัครทั้ง 3 ท่านจึงเป็นจุดยืนของว่าที่หัวหน้าพรรคซึ่งเป็นเรื่องดีที่ประชาขนและสมาชิกจะได้ทราบจุดยืนของแต่ละท่าน

นายอลงกรณ์ กล่าวว่า จุดยืนและท่าทีทางการเมืองใน 3 เรื่องใหญ่ที่มีความสำคัญต่อการเมืองไทยและอนาคตของประเทศ จุดยืนต่อการเลือกตั้ง ปชป.โดยการนำของตนคือ 1. จุดยืนต่อการเลือกตั้ง ปชป.โดยการนำของตนจะร่วมแข่งขันในการเลือกตั้งตามกฎหมายและกติกาอย่างสุภาพบุรุษโดยจะไม่มีการขัดขวางหรือบอยคอตการเลือกตั้งในยุคที่ผมเป็นหัวหน้าพรรค เราพร้อมเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล แพ้คือแพ้ ชนะคือชนะ ตามเจตนารมณ์ของประชาชน เมื่อแพ้ก็ปรับปรุงตัวเองให้เป็นทางเลือกที่ดีจนกว่าจะชนะใจประชาชนด้วยแนวทางการเมืองสีขาว 4-5-6 ของประชาธิปัตย์ยุคใหม่ 2. จุดยืนต่อการจัดตั้งรัฐบาล ปชป.โดยการนำของผมจะเคารพสิทธิพรรคการเมืองที่ชนะเลือกตั้งอันดับหนึ่งให้มีสิทธิ์จัดตั้งรัฐบาลก่อนตามครรลองประชาธิปไตยเพื่อแสดงว่าพรรคประชาธิปัตย์เคารพเสียงของประชาชนและต้องพร้อมที่จะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาลบนความชอบธรรมเท่านั้น และ 3. จุดยืนต่อนายกคนนอก พรรคปชป.โดยการนำของตนจะไม่รับนายกคนนอกเพราะจะเป็นชนวนก่อวิกฤติการณ์ทางการเมืองครั้งใหญ่ผมจะไม่ยอมให้ประเทศต้องจมปลักอยู่กับความแตกแยกขัดแย้งอีกต่อไป

“ผมจะไม่ยอมให้ประชาชนของเราไม่ว่าจะคิดต่างกันอย่างไรต้องเสียชีวิตและเลือดเนื้ออีกต่อไป ประเทศบอบช้ำมามากแล้ว วันนี้เป็นวันครบรอบ45ปีของเหตุการณ์14ตุลาวิปโยคเป็นบทเรียนที่จะต้องไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอีก พรรคประชาธิปัตย์มีหน้าที่และความรับผิดชอบต่อชาติศาสนาพระมหากษัตริย์และประชาธิปไตยเหมือนพี่น้องคนไทยทุกคนจึงต้องป้องกันมิให้ประเทศของเราเกิดวิกฤติการณ์ทางการเมืองหลังการเลือกตั้งซึ่งควรเป็นการเลือกตั้งแห่งความหวังที่จะเริ่มเดินหน้าประเทศสู่อนาคตที่ดีขึ้นเพื่อคนไทยทุกคน” นายอลงกรณ์ กล่าว