‘เหวง’ชวนปชช.เลือกพรรคฝ่ายปชต.ให้เกิน350เสียง ล้มเผด็จการแบบไม่ต้องต่อสู้-เดินขบวน

14.10.18 | 13:46 น.

วันนี้ (14 ต.ค.) น.พ.เหวง โตจิราการ อดีตสส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความทางเฟสบุ๊กรำลึกเหตุ 14 ตุลา โดยระบุว่า 45 ปี 14ตุลาคม ยุทธศาสตร์ชาติ20ปีที่จะสิ้นสุดปี2580 ประกาศราชกิจจาฯบังคับใช้แล้ว เท่ากับมีอำนาจเหนือ “การตัดสินใจทางการเมืองของประชาชนไทยทั้งประเทศ”ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
เพราะ รัฐบาลทุกรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนต้องก้มหน้าก้มตา ทำตามยุทธศาสตร์ชาติที่กำหนดและควบคุมกำกับโดย “คณะรัฐประหาร2557หรือคณะรัฎฐาธิปัตย์”

รัฐบาลไหนไม่ทำตามก็จะต้องมีอันเป็นไปทางการเมืองและทางอาญามีโทษถึงจำคุก

เท่ากับว่า “อำนาจของรัฎฐาธิปัตย์”ยังคงยั่งยืนจีรังต่อไปอีกไม่น้อยว่า20ปี

อนิจจา “อำนาจอธิปไตยของปวงชนชาวไทย”ต้องตกอยู่ใต้อำนาจบงการของรัฎฐาธิปัตย์
ซึ่งนอกจากมิติเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ20ปีแล้วยังแสดงออกในมิติอื่นๆอีกหลายมิติ

น่าอเนจอนาถใจเหลือเกิน ภายหลัง45ปี

Advertisement

14ตุลาคม ที่พลังสามัคคีอันยิ่งใหญ่ของประชาชนชาวไทยทั้งประเทศสามารถโค่นล้ม “ระบอบเผด็จการ สฤษดิ์-ถนอม-ประภาส”เพื่อคืนอำนาจอธิปไตยให้แก่ปวงชนชาวไทยได้สำเร็จ

ไม่น่าเชื่อเลยว่ามาถึงวันนี้ สังคมไทยจะถอยหลังไปจนสุดกู่เช่นนี้

เมื่อเป็นเช่นนี้ก็เป็นความรับผิดชอบของประชาชนไทยทุกคนที่จะต้องช่วยกันผลักดันให้สังคมไทยก้าวไปข้างหน้า อย่างน้อยก็ต้องไม่ถอยหลังไปกว่าเมื่อ14ตุลาคม2516

โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่เป็นเยาวชนเมื่อ2516

ปัจจุบันก็คงเข้าสู่วัยกว่า60ซึ่งก็ยังมีเรี่ยวแรงสติปัญญาพอที่จะช่วยกันนำเอาบทเรียนเมื่อ14ตุลามาเป็นประโยชน์ในการขับเคลื่อนสังคมไทยในวันนี้

อย่างน้อยก็ต้องให้ผู้แทนประชาชนไม่ว่าจะเป็นส.ส.หรือส.ว.ต้องมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนไทย องค์กรอิสระ หรือศาลรัฐธรรมนูญ ถ้าจะมีก็ต้องมีที่มาจากประชาชนไทย

ยุทธศาสตร์ชาติไม่ว่าจะกี่ปี ถ้าจะมีก็ต้องมีที่มาจากประชาชนไทย การปฏิรูปประเทศก็ต้องมีที่มาจากประชาชนไทย

ในเมื่อเวทีการต่อสู้ในวันนี้ ก็คือสนามเลือกตั้งทั่วประเทศ ที่จะมีขึ้นในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562นี้

จึงเป็นความรับผิดชอบของประชาชนไทยทุกคน ที่ต้องการให้สังคมไทยก้าวรุดไปข้างหน้า ต้องเลือก “พรรคการเมืองที่ประกาศแนวทางประชาธิปไตย ไม่เอารัฎฐาธิปัตย์”ชัดเจนเท่านั้น

เป้าหมายทางยุทธศาสตร์ของประชาชนคือ ต้องเลือกพรรคฟากประชาธิปไตย ให้ได้รวมกันแล้วจำนวนไม่น้อยกว่า 350 เสียง

เพื่อเป็นหลักประกันในการได้มาซึ่ง “สามปฏิเสธ รัฏฐาธิปัตย์”อย่างมีพลัง นั่นคือ

1.ปฏิเสธรัฐธรรมนูญ60
2.ปฏิเสธยุทธศาสตร์ชาติ20ปี
3.ปฏิเสธผลงานทางการเมืองของพวกรัฏฐาธิปัตย์ทั้งหมด

ครั้งนี้ไม่ต้องมีการเดินขบวนขนานใหญ่ ไม่ต้องมีการเผชิญหน้ากับทหารติดอาวุธสงคราม ไม่ต้องเสียสละชีวิตเลือดเนื้อของวีรชนผู้กล้า

ต้องการเพียงความปักใจเด็ดเดี่ยว ในการเลือกพรรรคการเมืองฟาก ที่เป็นปรปักษ์กับรัฏฐาธิปัตย์ ที่เป็นปรปักษ์กับคสช. “ไม่เอาคสช.” เท่านั้นครับ