วันนี้ (14 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อไม่นานมานี้ นายไทกร พลสุวรรณ อดีตแกนนำกลุ่มกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ โพสต์ข้อความ
(1)กลุ่มพรรคการเมืองแนวร่วม ดร.ทักษิณ เช่น พรรคเพื่อไทย พรรคเพื่อธรรม พรรคเพื่อชาติ พรรคประชาชาติ พรรคเสรีรวมไทย พรรคอนาคตใหม่ ซึ่งพรรคการเมืองเหล่านี้ได้ประกาศอย่างชัดเจนว่าไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจมานานแล้ว โดยเฉพาะพรรคการเมืองหลักๆของกลุ่ม เช่น พรรคเพื่อไทย พรรคอนาคตใหม่ พรรคเสรีรวมไทย
(2)พรรคประชาธิปัตย์ หลังจากถูกมองว่าแทงกั๊ก แต่ล่าสุดท่านอภิสิทธิ์ผู้จะได้เป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์อีกสมัยก็ได้ประกาศชัดเจนว่าไม่เอาด้วยกับการสืบทอดอำนาจและยังบอกชัดเจนว่าต้องการให้ทหารถอยออกไปจากการเมืองกลับเข้ากรมกอง โดยท่านพร้อมนำพรรคประชาธิปัตย์กลับมายืนอยู่ฝ่ายประชาธิปไตย ลบคำครหาว่าเอนเอียงไปข้าง คสช.
และยังมีพรรคการเมืองใหม่ๆที่ถูกมองในระยะเริ่มแรกว่าเป็นแนวร่วม คสช. เช่น พรรคพลังธรรมใหม่ พรรคไทยศิวิไลย์ ก็ประกาศว่าไม่เอาด้วยกับการสืบทอดอำนาจ และในอนาคตก็จะมีอีกหลายพรรคการเมืองทยอยประกาศไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์
3)ส่วนที่ยึดมั่นแน่วแน่ ร่วมกอดคอกับ พล.อ.ประยุทธ์ ก็มีเพียงสามพรรคการเมือง คือ พรรคพลังประชารัฐ พรรครวมพลังประชาชาติไทย พรรคประชาชนปฏิรูป ทั้งสามพรรคนี้ก็ไม่มีฐานประชาชนสนับสนุนอย่างชัดเจน มีแต่อำนาจรัฐสนับสนุน ส่วนพรรคการเมืองอย่างภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคชาติพัฒนา พรรคพลังพลเมือง แนวทางยังแทงกั๊กไม่ได้ยืนหยัดอยู่กับการสืบทอดอำนาจ มันเกิดอะไรขึ้น..?
คำตอบและคำอธิบายที่ง่ายที่สุดคือ พรรคการเมืองโน้มเอียงไปตามกระแสความคิดของประชาชน เพราะพรรคการเมืองต้องลงพบปะประชาชนที่เป็นฐานคะแนนเสียงของพรรคตนเองทำให้พรรคการเมืองรับรู้ความรู้สึกและทัศนคติของประชาชนกลุ่มที่สนับสนุนพรรคของตนว่าเป็นเช่นไร มันจึงสะท้อนให้เห็นว่า ประชาชนส่วนใหญ่มากกว่า 3 ใน 4 ของประเทศ ไม่เอา ไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ และ คสช. เพราะพรรคการเมืองต่างๆที่กล่าวถึงข้างต้นมีฐานคะแนนเสียงของประชาชนคนละกลุ่ม คนละส่วน คนละภาค กัน
หากเป็นเช่นนี้ เป้าหมายการสืบทอดอำนาจที่ต้องการ ส.ส. 126 คน มายกมือร่วมกับวุฒิสมาชิก 250 คน เพื่อโหวตเลือก พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯหลังเลือกตั้งนั้นแทบเป็นไปไม่ได้เลย
พรรคการเมืองที่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจจะถูกปิดล้อมและบีบให้เหลือพื้นที่ทางการเมืองไม่มาก หรือแทบไม่มีพื้นที่ให้เคลื่อนไหวทางการเมืองเลย
ช่องทางการสืบทอดอำนาจเริ่มปิดลง อีกไม่นานก็”ปิดตาย”

