เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 14 ตุลาคม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พร้อมด้วยนายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เดินทางไปหาเสียงในการตั้งหัวหน้าพรรค ปชป.คนใหม่ ที่บ้านพักนายมนตรี ปาน้อยนนท์ อดีต ส.ส.ปชป.เขต 1 จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่ ต.ไร่ใหม่ อ.สามร้อยยอด โดยมีสมาชิกกว่า 2,000 คน ให้การต้อนรับ ต่อมานายอภิสิทธิ์ได้ขึ้นเวทีปราศรัยชี้แจงแนวทางการเลือกหัวหน้าพรรคโดยสมาชิกเป็นครั้งแรกและพรรคแรกของประเทศ แทนการโหวตของ ส.ส. เพื่อต้องการทำให้พรรค ปชป.เป็นสถาบันทางการเมืองและเป็นพรรคการเมืองของประชาชน และขอให้ลงคะแนนให้กับตนเองที่สมัครหัวหน้า จึงขอให้เลือกหมายเลข 1 เท่านั้น เพื่อก้าวไปกับอภิสิทธิ์ พร้อมชูนิ้วโป้งเป็นสัญลักษณ์เบอร์ 1 เช่นเดียวกับการกดไลค์ในเฟซบุ๊ก เพื่อให้มีโอกาสไปทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีคนต่อไป

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ขณะนี้ประชาชนสะท้อนปัญหาภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ สวนทางกับกรณีที่นายกรัฐมนตรีประกาศว่าเศรษฐกิจในประเทศเติบโตมาก 4-10% แต่ไม่ทราบว่าไปโตอยู่ที่ไหน ดังนั้น แนวทางของพรรคหลังการเลือกตั้งต้องการเข้าไปแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศเป็นหลัก การประกันรายได้ของเกษตรกรจะต้องเกิดขึ้นเพื่อไม่ให้ขาดทุนจากการขายสินค้าเกษตร นโยบายเรียนฟรี 15 ปี ต้องทำได้จริง การเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ปัญหาการทำประมงที่มีเงื่อนไขยุ่งยากจะต้องได้รับการแก้ไข ซึ่งที่ผ่านมายังไม่มีโอกาสได้ทำเรื่องเหล่านี้ และหลังเลือกตั้งประเทศต้องไม่วุ่นวายต้องไม่มีการประท้วงเกิดขึ้นอีก ทั้งนี้ ตนขอโอกาสเข้าไปสานต่อนโยบายอีกครั้ง หากหลังจากนี้คงรอไม่ได้เพราะอายุมากขึ้น
จากนั้น นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ว่า สำหรับเป้าหมายรวมของยุทธศาสตร์ 20 ปี ที่ออกมาบังคับใช้คงไม่มีปัญหา เนื่องจากต้องการให้ประเทศเติบโตทางเศรษฐกิจมีความมั่นคง ทำแบบยั่งยืน ทุกฝ่ายน่าจะสนับสนุนได้ แต่ปัญหาจะอยู่ที่รายละเอียดต่างๆ อาจเป็นอุปสรรค ต้องไปแก้ไขในการกำหนดนโยบาย เพราะสถานการณ์โลกและประเทศจะเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ส่วนตัวมั่นใจว่าหากพรรคเข้าไปทำงาน สิ่งใดเป็นเรื่องดีก็ต้องผลักดันให้ได้ พรรคการเมืองอื่นจะว่าอย่างไรก็ตาม เป็นสิทธิของแต่ละพรรค แต่สำหรับตนจะผลักดันในสิ่งที่ดีมีประโยชน์สำหรับประชาชน ไม่ต้องการนำเรื่องนี้เป็นประเด็นเพื่อให้เกิดความขัดแย้ง

ผู้สื่อข่าวถามว่า สำหรับการเลือกตั้งหัวหน้าคนใหม่ จะมีปัญหาซ้ำรอยเหมือนกลุ่ม 10 มกรา สมาชิกพรรค ปชป.เดิมในอดีตลาออกจากพรรคหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ทุกคนก็พูดชัดแล้วเมื่อการเลือกตั้งภายในจบก็พร้อมที่จะช่วยกันทำงาน และที่ผ่านมาผมไม่ได้พูดถึงการต่อรองเข้าร่วมรัฐบาลกับใคร ผมบอกว่าถ้าประชาธิปัตย์จะต้องร่วมรัฐบาลกับใครถ้าผมเป็นหัวหน้าพรรคผมจะขีดเส้นใต้ว่าผมจะใช้นโยบายนำพาประเทศไปทางไหน เพราะเชื่อว่านโยบายที่ปรับใช้ต้องปรับปรุงครั้งใหญ่แบบก้าวกระโดด ถ้าบริหารเศรษฐกิจแบบเดิมๆ ก็ไม่อยากไปร่วม เพราะจะเป็นปัญหา
“เป้าหมายของผมก็คือนำประชาธิปัตย์มาเป็นพรรคอันดับ 1 แล้วชวนคนมาร่วมกับผม เพราะการเลือกตั้งต่อไปเศรษฐกิจเป็นเรื่องใหญ่สุดในใจของประชาชน ต้องทำเศรษฐกิจให้ฟื้น ทำให้แข่งขันได้ และต้องแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้าง ต้องทำ 3 เรื่องพร้อมกัน” นายอภิสิทธิ์กล่าว และว่า สำหรับการจัดสรรตัวบุคคลลง ส.ส. เขตหรือบัญชีรายชื่อเป็นเรื่องภายในของพรรคที่สามารถบริหารจัดการได้ เพราะไม่มีผลกระทบกับประชาชน พรรคไม่มีพรรคเล็กพรรคกลาง ประชาธิปัตย์ตรงไปตรงมา เพราะส่วนตัวเบื่อการเมืองที่ฉ้อฉล และพรรคจะเล่นตามกติกา



