สืบเนื่องจากกรณี ศ.ดร.เรืองวิทย์ เกษสุวรรณ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ เขียนบทความแสดงความเห็นถึงการเลือกตั้งปี 2562 ว่า ผู้ร่างกฎหมายสร้างความเข้าใจผิดให้คนไทยมาตลอดว่า ระบบเลือกตั้งใหม่เก็บคะแนนทุกเม็ด อันที่จริงระบบจัดสรรปันส่วนผสมของไทยไม่ได้เก็บคะแนนทุกเม็ด เพราะจะมีคะแนนตกน้ำจากที่ได้ไม่ถึงเกณฑ์ที่จะได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ที่คิดจากคะแนนดีทั้งหมดหารด้วยจำนวนเก้าอี้ ส.ส.
ศ.ดร.เรืองวิทย์ระบุว่า การเลือกตั้งปี 2562 เปลี่ยนแปลงจากเดิม 2 ประการ คือ ส.ส.เขตลดเหลือ 350 เก้าอี้ จากเดิม 375 เก้าอี้ ขณะที่ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ เพิ่มขึ้นจาก 125 เก้าอี้ เป็น 150 เก้าอี้ วิธีการคิดคะแนนก็เปลี่ยนไป คือ เหลือบัตรเลือกตั้งใบเดียว ได้แก่ การเลือก ส.ส.เขต แล้วใช้คะแนน ส.ส.เขตเป็นฐานในการคิดคะแนนหาเก้าอี้ทั้งหมด แต่โชคดีมากที่ผู้ร่างกำหนดให้คิดเก้าอี้ ส.ส.ก่อน ที่เหลือจึงเป็นเก้าอี้ปาร์ตี้ลิสต์ และเมื่อ ส.ส.เขตลดเหลือ 350 เก้าอี้ ผู้สมัครจึงแย่งกันลง ส.ส.เขตมากขึ้น เพราะเป็นฐานในการคิดเก้าอี้รวม นอกจากนี้ การลดบัตรเลือกตั้งเหลือใบเดียว จะส่งเสริมพรรคใหญ่
“ระบบจัดสรรปันส่วนก่อให้เกิดผลดีต่อพรรคที่แพ้ ก็ต่อเมื่อแพ้สูสี เช่น พรรค ก. ได้ 63,526 คะแนน พรรค ข. ได้ 60,000 คะแนน พรรค ก.จึงได้เก้าอี้ ส.ส.ในเขตนั้น แต่คะแนนพรรค ข. 60,000 คะแนน ตรงนี้แหละที่ไม่ตกน้ำ เพราะจะนำไปคิดเก้าอี้ปาร์ตี้ลิสต์ แต่ถ้าแพ้หลุดลุ่ย เช่น พรรค ก. ได้ 90,000 คะแนน พรรค ข.ได้ 3,000 คะแนน ซึ่ง 3,000 คะแนนนี้แทบไม่มีความหมาย มีแนวโน้มจะเป็นคะแนนตกน้ำ หากเขตอื่นๆ ยิ่งแพ้มากกว่านี้ แต่งตรงกันข้าม พรรค ก.ได้ 90,000 คะแนน เมื่อนำไปคำนวณปาร์ตี้ลิสต์ก็ต้องได้ปาร์ตี้ลิสต์มากตามไปด้วย ที่ตั้งสมมุติฐานว่าพรรคที่ได้ ส.ส.เขตมาก จะยิ่งได้ปาร์ตี้ลิสต์น้อยนั้น จึงเป็นการเข้าใจผิด “เพราะระบบการเลือกตั้งแบบใหม่ของไทยไม่ได้กำหนดเพดานชั้นสูงไว้” ศ.ดร.เรืองวิทย์กล่าว
ศ.ดร.เรืองวิทย์ เกษสุวรรณ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎชัยภูมิ อดีตผู้สมัคร กกต.กล่าวว่า จากประสบการณ์ที่ผ่านมา คนไทยเลือกพรรคใหญ่อยู่แล้ว ยิ่งปี 2562 จะมีพรรคใหม่ๆ เข้าสู่ตลาดการเลือกตั้งอีกมาก การแชร์คะแนนก็ยิ่งมีมาก และผลที่ตามมา คือ มีคะแนนตกน้ำมากขึ้น คะแนนตกน้ำจะถูกนำไปคิดรวม ซึ่งทำให้คะแนนต่อเก้าอี้มากขึ้น แม้พรรคใหญ่ได้ ส.ส.ยากขึ้น แต่พรรคเล็กๆ ยิ่งแย่กว่า การเอาชนะพรรคใหญ่ในการเลือกตั้งปี 2562 จึงไม่ง่าย
“เหตุผลเรื่องการแตกพรรคออกเป็นพรรคย่อย เพื่อป้องกันการยุบพรรคเพื่อไทย เป็นเหตุผลที่น่าฟังกว่า การแตกพรรคเพื่อรองรับคะแนนปาร์ตี้ลิสต์” ศ.ดร.เรืองวิทย์กล่าว และว่า ผู้มีอำนาจคงไม่ผลักดันให้ยุบพรรคเพื่อไทยก่อนเลือกตั้ง เพราะเท่ากับกระตุ้นให้เกิดคะแนนสงสาร แต่จะยุบหลังเลือกตั้งถึงตอนนั้น หากการยุบพรรคมีมากกว่าหนึ่งพรรค และพรรคที่ถูกยุบเกิดถูกครอบงำจากคนนอกคนเดียวกัน ก็ยิ่งหาพรรคใหม่เข้ายาก
“มติชนออนไลน์” ได้ชวนแสดงความคิดเห็นในหัวข้อ “เชื่อหรือไม่ ระบบเลือกตั้งตาม รธน.60 พรรคใหญ่จะได้เปรียบ ได้ปาร์ตี้ลิสต์มาก”
โดยเปิดให้แสดงความคิดเห็นทาง “เฟซบุ๊กมติชนออนไลน์” ผลปรากฎว่ามีการแสดงความคิดเห็นเข้ามาหลากหลาย มีการนำเสนอแง่มุมต่างๆที่น่าสนใจ โดยมีทั้งที่เชื่อ และไม่เชื่อ รวมถึงไม่แน่ใจด้วย
ซึ่งแสดงความเห็นทาง “ทวิตเตอร์มติชนออนไลน์” ปรากฎว่า มีการโหวตเชื่ออยู่ประมาณ 32% ไม่เชื่อ 47% และไม่แน่ใจ 21%
ความคิดเห็น อาทิ







