สื่อสารออนไลน์

18.10.18 | 12:00 น.

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ได้เปิดเพจเฟซบุ๊กส่วนตัวใช้ชื่อว่า “ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha” เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม โดยระบุวัตถุประสงค์ว่า ส่วนใหญ่นิยมสื่อสารกันผ่านเฟซบุ๊ก จึงถือโอกาสเปิดเฟซบุ๊กส่วนตัว เพื่อใช้เป็นอีกช่องทางในการสื่อสารแนวนโยบาย การทำงานรัฐบาล รวมถึงเล่าข้อมูลที่จะเป็นประโยชน์ และเป็นช่องทางติดต่อกับพี่น้องประชาชน และยังสามารถรับฟังข้อเสนอแนะ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการดูแลแก้ไขปัญหาประชาชนได้ด้วย

วันรุ่งขึ้น ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อเวลา 22.00 น.
ว่า มีผู้กดถูกใจ (ไลค์) 106,137 ราย ยอดติดตาม 111,471 ราย ส่วนข้อความแรกที่ พล.อ.ประยุทธ์โพสต์นั้น มีผู้กดถูกใจกว่า 2,000 คน มีการแชร์ 3,000 ครั้ง มีผู้แสดงความเห็นกว่า 3,600 ครั้ง ซึ่งส่วนใหญ่มีทั้งต่อว่า และชื่นชม โดย พล.อ.ประยุทธ์โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊กในช่วงเย็นว่า “ขอบคุณทุกคนมากที่ให้ความสนใจในการที่ผมเปิดเฟซบุ๊ก เห็นคนเขียนมาหามากมาย ผมดูแล้วส่วนใหญ่จะมาเขียนเอาสนุก ทั้งชอบทั้งไม่ชอบ เป็นเรื่องปกติ” ซึ่งหลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์โพสต์ข้อความขอบคุณประมาณ 1 ชั่วโมง มีผู้เข้ามากดไลค์ประมาณ 10,000 คน และมีผู้แสดงความเห็น 2,200 คน

การเปิดเพจเฟซบุ๊กครั้งนี้ มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง หลายฝ่ายมองว่า พล.อ.ประยุทธ์เปิดเพจขึ้นมาเพื่อหวังผลทางการเมืองด้วย แต่ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า เป็นเรื่องธรรมดาที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ พร้อมทั้งยืนยันว่า การเปิดเพจดังกล่าวเพื่อเป็นช่องทางที่นายกฯต้องการติดต่อสื่อสารกับประชาชนโดยตรง ส่วนการวิพากษ์วิจารณ์ในคอมเมนต์ของเพจนั้น พล.ท.สรรเสริญเห็นว่าเป็นเรื่องธรรมดาของคน ที่หากรู้สึกเห็นด้วยหรือชอบก็อาจเฉยๆ แต่ถ้าไม่ชอบจะโพสต์ไม่เห็นด้วย หรือโพสต์ข้อความอะไรก็ตาม ดังนั้นหากอยู่ในแวดวงนี้ก็ต้องทำใจ

สรุปว่า พล.อ.ประยุทธ์และรัฐบาลเห็นประโยชน์การเปิดเพจสื่อสารกับประชาชน และเห็นความเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยเป็นเรื่องปกติ ดังนั้น การเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองหรือนักการเมืองเปิดเพจและสื่อสารกับประชาชนจึงควรจะสนับสนุน ข้อความหรือคำสั่งใดที่ห้ามบังคับให้ต้องขออนุญาตก่อนสื่อสารกับประชาชนควรจะยกเลิก แล้วปล่อยให้การสื่อสารขับเคลื่อนไปตามธรรมชาติ ด้วยระบบกฎหมายปกติ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารที่ครบถ้วน เพื่อการตัดสินใจ