วันที่ 17 ตุลาคม 2561 ที่วัดบ้านโนนชัย ภายในเขตเทศบาลนครขอนแก่น ช่วงเช้านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีและอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยคุณหญิงกัลยา โสภณพาณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ นายอิสระ สมชัย อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ถือฤกษ์ดีเดินทางร่วมประกอบพิธีงานบุญทอดเทียนประจำปี ของชาวบ้านในชุมชนโนนชัย โดยมีพระธรรมดิลก เจ้าคณะภาค 9 เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ภายในพิธีได้มีการจัดขบวนฟ้อนและการแสดงวงกลองยาวต้อนรับ
นายอภิสิทธิ์กล่าวกับทางคณะสงฆ์และประชาชนอุบาสก อุบาสิกา ที่มาร่วมในงานบุญว่า ตนเองรู้สึกประทับใจในการให้การต้อนรับ และมองเห็นถึงความรัก สามัคคี และความสามัคคีของประชาชน ซึ่งหากประชาชนในประเทศ มีความรักสามัคคีกันในทุกพื้นที่ ก็จะทำให้ประเทศเกิดความสงบ และเกิดการพัฒนาไปในทุกด้าน

ต่อมานายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางไปที่มหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย วิทยาเขตอีสาน ว่า วันนี้มาทำบุญตอนเช้าและช่วงบ่ายจะพบปะกับสมาชิกพรรค แล้วก็จะได้มีการพูดคุยกันถึงการเลือกตั้งของหัวหน้าพรรค ซึ่งผมได้แสดงจุดยืนชัดเจน ว่าต้องการที่จะพาพรรคประชาธิปัตย์ เป็นทางเลือกหลักของประเทศ เพราะว่าวันนี้พบว่าประชาชนก็รอคอย ให้การต้อนรับ การเลือกตั้งครั้งต่อไปเป็นการเลือกตั้งที่ประชาชนได้ประโยชน์ ไม่ใช่เป็นเรื่องของการที่ คนนั้นจะไปช่วยคนนี้ คนนี้จะไปจับมือคนนั้น คนโน้นจะไปทะเลาะกับคนนี้ แต่เรากำลังคิดถึงว่าประชาชนต้องการหลุดพ้นปัญหาความยากจน สังคมต้องแก้ด้วยเรื่องการเหลื่อมล้ำ เรื่องการศึกษา เรื่องสังคมสูงวัย จำเป็นต้องทำกันทั้งระบบ และนั่นคือแนวทางที่ผมต้องการให้พรรคประชาธิปัตย์เป็นจุดยืนอย่างชัดเจน เพื่อที่จะเป็นทางเลือกของประชาชนต่อไป
เบื้องต้นตอนนี้เศรษฐกิจคือสิ่งที่ประชาชนรอคอยได้รับการแก้ไขมากที่สุด จะทำพร้อมกันไปเลย และกระตุ้นให้เกิดการเติบโตมากขึ้น และเพิ่มความสามารถการแข่งขันของประเทศ และแก้ความเหลื่อมล้ำของในเชิงโครงสร้าง จริงๆทั่วประเทศในขณะนี้ที่น่าดีใจ มีความตื่นตัว ทั้งในกลุ่มคนที่เป็นสมาชิก เขาก็ตื่นเต้นกับการที่จะได้มีส่วนร่วมส่วนสมาชิกพรรค ก็มีให้ความสนใจเพราะเป็นเรื่องใหม่กับประเทศ ก็น่าชื่นใจเพราะว่าการเมืองเป็นเรื่องที่ทุกคนมีส่วนร่วมมากที่สุด เป้าหมายสุดท้ายของผมคือทำอย่างไรจะเกิดผลกับพรรคขับเคลื่อนประเทศไปสู่การเปลี่ยนแปลงมากที่สุด ผมไม่ลืมเป้าหมายใหญ่ตรงนั้น ระหว่างทางจะต้องมีการแข่งขันหรืออะไรก็แล้วแต่เป้าหมายสุดท้ายอยู่ตรงนั้นผมเชื่อว่าถ้าทำตรงนั้นได้ต้องเป็นคนที่มีใจให้กับประชาชนมุ่งมั่นทุ่มเทเรียนรู้และที่สำคัญที่สุดซื่อสัตย์สุจริตยึดมั่นในหลักประชาธิปไตยจริงๆ ตอนนี้ยังไม่ได้ถึงขั้นของการหาเสียงใหญ่เลือกตั้งใหญ่
จากนั้นคณะของนายอภิสิทธิ ได้เดินทางไปยังมหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย วิทยาเขตอีสาน โดยมีพระสุธีจริยวัฒน์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมกุฎราชวิทยาลัย วิทยาเขตอีสาน พร้อมนักศึกษาให้การต้องรับ โดยนายอภิสิทธิกล่าวกับคณะอาจารย์พร้อมทั้งผู้บริหารว่า สภาพการศึกษาในปัจจุบัน อยู่กับการเรียนรู้กับสื่อใหม่ๆ ส่งผลให้การสื่อสารในการดำเนินชีวิตเป็นไปอย่างลำบากในสังคม ตนจึงมองว่ามหาวิทยาลัยโดยเฉพาะมหาวิทยาลัยสงฆ์ จะสามารถสร้างทักษะชีวิตให้กับเด็กๆ ให้รู้ถึงการเรียนรู้ชีวิตและสังคม ซึ่งเป็นโอกาสที่ตนเองมองเห็น

ส่วนการบริหารจัดการงบประมาณ ตนเองและพรรค มองว่าต่อไปอาจจะต้องให้ทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น น่าจะเป็นกลไกในการขับเคลื่อนส่งเสริม ซึงในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น แม้พรรคจะได้เป็นรัฐบาลหรือไม่ก็ตาม แต่ทางพรรคก็พร้อมที่จะอยู่เคียงข้างกับมหาวิทยาลัย เพื่อร่วมขับเคลื่อนในแนวทางที่ตั้งไว้ให้เป็นจริง
ช่วงบ่าย ที่ห้องมงกุฎเพชร โรงแรมโฆษะ อ.เมือง จ.ขอนแก่น นายอภิสิทธิ์ เดินทางมาเพื่อพบปะกับประชาชน ผู้นำชุมชน จาก 26 ชุมชน ในจังหวัดขอนแก่น กว่า 600 คน พร้อมกล่าวกับประชาชนว่า ในการเดินทางมาในครั้งนี้ ตนและคณะ รู้สึกประทับใจ ที่ประชาชนในจังหวัดขอนแก่น ที่ให้การต้อนรับ การที่ตนมาในวันนี้อยากที่จะมาขอโอกาส ร่วมเขียนประวัติศาสตร์การเมืองไทยและการเมืองในภาคอีสาน ความตั้งใจของผม อยากให้ประชาชนหลุดพ้นปัญหาความยากจน สังคมต้องแก้ด้วยเรื่องการเหลื่อมล้ำ เรื่องการศึกษา เรื่องสังคมสูงวัย จำเป็นต้องทำกันทั้งระบบ อยากให้เศรษกิจกระจายสู่ประชาชนอย่างทั่วถึง ไม่ไปกระจุกอยู่เพียงกลุ่มไดกลุ่มหนึ่ง
ทั้งนี้ทางพรรคได้มีการหารือกับผู้บริหารพรรคว่า การที่จะทำให้พรรคประชาธิปัตย์เข้มแข็ง คือประชาชนที่เป็นสมาชิก ต้องเป็นเจ้าของพรรคประชาธิปัตย์อย่างแท้จริง คือการให้สมาชิกพรรคแสดงสิทธิในการเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จึงออกมาเดินสาย เพื่อชี้แจงให้สมาชิกของพรรคได้รับทราบถึงสาเหตุที่ต้องมีการเลือกตั้งหัวหน้าพรรค ซึ่งตนลงสมัครลงเลือกตั้งเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 1 โดยขณะนี้กรรมการบริหารพรรคกำลังกำหนดวิธีการลงคะแนน ซึ่งอาจจะเป็นการลงคะแนนทางโทรศัพท์ ผ่านแอปพลิเคชั่นของพรรค หรือการลงคะแนนในคูหา เหมือนการเลือกตั้งทั่วไป ซึ่งวิธีการจะทราบในเร็วๆนี้

