เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2561 ที่ตลาดจริงใจมาร์เก็ต ภายในโครงการเจเจมาเก็ตเชียงใหม่ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ นายอลงกรณ์ พลบุตร ผู้สมัครชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 3 พร้อมทีมงานเดินทางมาพบปะกับพ่อค้าแม่ค้า และประชาชนชาวเชียงใหม่ที่มาจับจ่ายซื้อสินค้า
นายอลงกรณ์ กล่าวว่า การเดินทางมาจังหวัดเชียงใหม่ครั้งนี้ เพื่อขอเสียงจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ในภาคเหนือตอนบน ซึ่งเรามีสาขา อดีต ส.ส. และสมาชิกพรรคจำนวนมาก เพราะพรรคประชาธิปัตย์ก่อกำเนิดขึ้นโดยคนภาคเหนือมีส่วนในการจัดตั้งเมื่อ 72 ปีก่อน ขณะเดียวกันพรรคประชาธิปัตย์ก็เป็นพรรคของคนทุกภาคทั่วประเทศ ดังนั้นหากได้รับการสนับสนุนเป็นหัวหน้าพรรค จะประกาศนโยบายและแนวทางการบริหาร ที่เรียกว่าการเมืองสีขาว เป็นการเมืองที่เน้นความซื่อสัตย์สุจริต เน้นความทันสมัย และเน้นความเสมอภาคโดยไม่มีการแบ่งสีอีกต่อไป ซึ่งเป็นประชาธิปไตยแท้จริง
นอกจากนี้จะมุ่งเน้นส่งเสริมนโยบายโมเดลเศรษฐกิจใหม่ เพราะประเทศติดกับประเทศรายได้ปานกลางมานานแล้ว โดยโมเดลตัวใหม่มีทั้งหมด 6 เรื่อง ที่จะยกระดับประเทศไทยและคนไทยให้มีรายได้สูงอย่างน้อย 1 เท่าตัวภายใน 10 ปี โดยเหตุนี้จึงจำเป็นต้องมีเครื่องยนต์แรงไม่ใช้เครื่องยนต์รถอีแต๋นอีกต่อไป นั้นคือ ครีเอทีฟ อีโคโนมี หรือ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยเชียงใหม่จะเป็นศูนย์กลางครีเอทีฟฮับของภาคเหนือ เนื่องจากเชียงใหม่มีอารยธรรมล้านนาเป็นพื้นฐาน มีความหลากหลายของชาติพันธุ์ และวัฒนธรรม รวมทั้งยังเป็นศูนย์กลางของสินค้าออแกนิค มีสถาบันการศึกษาด้านเกษตรที่โด่งดัง คือ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ซึ่งจะเป็นฐานของไบโอฮับ สำหรับการส่งเสริมเกษตรอินทรีย์
นายอลงกรณ์ กล่าวอีกว่า สิ่งที่จะต่อยอดเรื่องคลีเอทีฟอีโคโนมี คือ การใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ สร้างตลาดออนไลน์ให้มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น เพราะปัจจุบันยังมีมูลค่าไม่ถึงหมื่นล้านบาท เมื่อเทียบกับตลาดโลกที่มีมูลค่ากว่า 2 ล้านล้านบาท ดังนั้นจึงมีโอกาสอีกมาก ส่วนการเป็นเมืองศูนย์กลางด้านการท่องเที่ยวหนึ่งใน 5 เชียงที่มีชื่อเสียง จะต้องมีการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ เพื่อทำให้ภาคเหนือเป็นฮับด้านโลจิสติกส์ของประเทศไทย เพราะการเดินทางทางอากาศที่เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมาย สามารถใช้เครื่องบินโดยใช้เชียงใหม่เป็นฮับ เดินทางเชื่อมโยงไปยังมณฑลยูนนาน เมืองคุนหมิง เสฉวน เฉินตู ฉงชิ่ง กวางสี หนานหนิง สาธารณรัฐประชาชนจีน ฮานอย ประเทศเวียดนาม และเมืองจิตตะกอง ประเทศบังคลาเทศ และเจียวเพียว เมืองท่าใหม่ของเมียนมา สิ่งเหล่านี้ต้องใช้นโยบายยุคใหม่เรียกว่าเชียงใหม่ 4.0 ภายใต้นโยบายและแนวทางในฐานะที่ตนเองเป็นผู้สมัครหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เห็นว่า 72 ปีของพรรคถึงเวลาจะต้องยกเครื่องใหม่ ให้เป็นประชาธิปัตย์ 4.0 สร้างพรรคให้เป็นองค์กรทันสมัย ก้าวล้ำนำหน้า แต่ต้องยึดมั่นระบอบประชาธิปไตยและระบบรัฐสภา เพราะวันนี้หมดยุคของการเมืองยุคเก่าที่มาโจมตีกันไปมา ประชาธิปัตย์จะเป็นผู้นของประชาธิปไตย และความทันสมัย
นายอลงกรณ์ บอกด้วยว่า จะไม่ยอมให้มีการรัฐประหารอีกต่อไป จะไม่ยอมให้ประชาชน และสมาชิกพรรคสูญเสียเลือดเนื้ออีก ความร้าวฉานจะเป็นอดีต สิ่งเหล่านี้จะต้องรวมกันสร้างด้วยมือของคนไทยทุกภาคทั่วประเทศ ให้เป็นวันแฟมิลี่ เบอร์ 3

เมื่อถามถึงกรณีที่ ผบ.ทบ.ออกมาแสดงความคิดเห็นว่า ต่อไปจะไม่มีการปฏิวัติโดยกองทัพอีก นายอลงกรณ์ บอกว่า การให้ความเห็นในตำแหน่งที่สำคัญต้องระมัดระวัง ซึ่งสิ่งที่ ผบ.ทบ. พูดนั้นถูกต้องทั้งหมด แต่เมื่อถามว่าจะประกันหรือว่าจะไม่มีการรัฐประหาร โดยส่วนตัวบอกเลยว่า 86 ปีของประชาธิปไตย ไม่มีผู้นำทางทหารคนใด หรือนายกรัฐมนตรีคนใด ประกันได้ว่าจะไม่มีรัฐประหาร เพราะมีรัฐประหารสำเร็จมาแล้ว 13 ครั้ง และไม่สำเร็จอีก 7 ครั้ง เท่ากับ 4 ปีมี 1 ครั้ง เท่ากับรัฐธรรมนูญ จึงไม่ควรถามคำถามเหล่านี้เพราะเป็นปลายเหตุ แต่ถ้าถามตนเองซึ่งเป็นนักบริหาร หากได้เป็นนายกรัฐมนตรี จะประกันว่าไม่มีรัฐประหารภายใต้การนำของตนเอง เพราะจะแก้ที่ต้นเหตุ ซึ่งมาจากการคอร์รัปชั่น และความแตกแยก สองปัญหาหลักนี้คือเงื่อนไขที่ใช้อ้างทำรัฐประหาร
“ผมจะแก้ที่ต้นเหตุด้วยการเมืองสีขาว รัฐมนตรีของผมถ้ามีข่าวทุจริตจะให้ชี้แจงภายใน 36 ชั่วโมง หากชี้แจงไม่ได้จะเอาออกทันที ส่วนพรรคที่จะมาเข้าร่วมเป็นรัฐบาลจะไม่มีทางให้การทุจริตหาผลประโยชน์เกิดขึ้น” นายอลงกรณ์กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงบ่ายวันนี้ นายอลงกรณ์ จะเข้าร่วมประชุมกับสมาชิกพรรคในภาคเหนือที่โรงแรมเชียงใหม่ภูคำ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อขอเสียงสนับสนุนในการลงสมัครชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ต่อไป

