หน้าแรก การเมือง เสธ.แมว ชี้ เ...

เสธ.แมว ชี้ เกมทุบพรรคทหาร ชู พท.ทัพหลวง ควบรวมซีกปชต.ทะลุ 280 เสียงแน่

22.10.18 | 17:11 น.
พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร

“พธ.-พ.พ.ช.” แค่ถังดับเพลิง – เสธ.แมว ชี้ เกมทุบพรรคทหาร ชู พท.ทัพหลวง ควบรวมซีกปชต.ทะลุ 280 เสียงแน่ เชื่อ “ภท.-ชทพ.” พร้อมทิ้งพปชร.ร่วมตั้งรบ.

เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาธิการสภาความมมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และสมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึง กระแสการตั้งพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ว่า ยังคงเป็นกระแสข่าวไม่เป็นทางการ เบื้องต้นยุทธศาสตร์ยังคงมุ่งเน้นโดยให้พรรคเพื่อไทยเป็นแกนกลางของพรรคในซีกประชาธิปไตย ตรงกันข้ามกับพรรคทหาร ที่คาดกันว่าเป็น พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ส่วนพรรคเพื่อธรรม(พธ.) และพรรคเพื่อชาติ (พ.พ.ช.) นั้น เกิดจากหลักคิดเพื่อใช้ตอบโจทย์บัตรใบเดียว ที่คาดว่าทุก 70,000 เสียง เท่ากับส.ส. 1 คน สำหรับส.ส.บัญชีรายชื่อที่มีดีเด่นดังของพรรคเพื่อไทย ในการต่อต้านเผด็จการทหาร การนำเสนอเพื่อไทย เพื่อธรรม และเพื่อชาติ ช่วงเวลาที่ผ่านมาเป็นเพื่อการสร้างการรับรู้ให้ความเข้าตรงกันว่า พรรคเหล่านี้ คือ แนวร่วมของฝ่ายประชาธิปไตย

“สำหรับสถานการณ์ในตอนนี้ พรรคเพื่อไทย จะยังคงเป็นหลัก ส่วนพรรคเพื่อธรรมจะเปรียบเสมือน ถังดับเพลิงสีแดง เผื่อเกิดวิกฤตฉุกเฉินอุบัติเหตุทางการเมือง เช่น พรรคเพื่อไทยถูกยุบ ซึ่งตามทิศทางข่าวตอนนี้ ก็จะพบว่าเริ่มมีกระแสการดำเนินคดีกับอดีตส.ส.เพิ่มเติมแล้ว ด้านพรรคเพื่อชาตินั้น เกิดจากปฏิสัมพันธ์จากแนวร่วมการเคลื่อนไหวของกลุ่มนปช.เป็นสำคัญ บทสรุป ณ ตอนนี้พรรคเพื่อไทยยังคงเป็นทัพหลวง อีกมุมหนึ่งคือ การจะใช้เทคนิคให้อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ไปพรรคเพื่อธรรมนั้น จะต้องรอผลการแบ่งเขตเลือกตั้งทั้ง 350 เขตให้แล้วเสร็จก่อน จึงจะทำการเอ็กเรย์รายเขตทั้ง 350 เขตโดยละเอียด ว่า มีโอกาสชนะแบบแบ่งเขตแล้วเท่าไร” พล.ท.ภราดรกล่าว

พล.ท.ภราดร กล่าวอีกว่า ในทางคณิตศาตร์การเมืองของการเลือกตั้งแบบนี้ มากที่สุดที่พรรคการเมืองพึงได้คือ 250 ส.ส. ต้องยอมรับว่า ในทางปฏิบัตินั้นเป็นไปได้ยาก แต่ในทางทฤษฎีก็ยังเห็นความเป็นไปได้อยู่ โดยไม่จำเป็นต้องได้คะแนนเสียงถึงกึ่งหนึ่งของผู้ออกมาใช้สิทธิ เพื่อมากำหนดจำนวนที่ส.ส.พึงมี เช่น มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 30 ล้านคน การจะได้สัดส่วนส.ส.ที่พรรคหนึ่งพึงมี ต้องได้เสียงรวมกันทั้งประเทศที่ 15 ล้านเสียง แต่หากพรคคเพื่อไทย มุ่งเน้นไปยังส.ส.เขตเป็นหลัก โดยวางเป้าหมายไปที่ 250 เขต จากทั้งหมด 350 เขต ประเมินว่าเสียงที่ชนะแบบเขตอยู่ที่ 50,000 คะแนนนั้น ก็จะพบว่า การจะได้กึ่งหนึ่งหรือ 250 เสียงของส.ส.นั้น เพียง 12.5 ล้านเสียง ก็จะเห็นว่านี่คือความเป็นไปได้ ซึ่งต้องรอเอกซเรย์รายเขตอย่างถี่ถ้วนอีกครั้งเมื่อกกต.แบ่งเขต 350 แห่ง เสร็จเรียบร้อย

“หากพรรคเพื่อไทยได้ไม่ถึง 250 เสียง แต่ยังอยู่ในหลักสองร้อยต้นๆ ซัก210-220 เสียง เมื่อผนวกรวมกับพรรคการเมืองที่จุดยืนทางประชาธิปไตยชัดเจน อย่างพรรคประชาชาติและพรรคอนาคตใหม่ ให้ถึงราว 280 เสียง ก็เชื่อว่าเพียงพอจะทำให้พรรคขนาดกลางอย่าง พรรคชาติไทยพัฒนา(ชทพ.) และพรรคภูมิใจไทย(ภท.) ที่คาดหมายว่าจะเป็นตัวแปรในการจัดตั้งรัฐบาล มาเข้าร่วมกับซีกประชาธิปไตยได้อย่างแน่นอน เพราะทั้งชทพ.และภท.เอง ทุกคนต่างก็รู้ว่ามีจุดยืนในการฟังเสียงประชาชน เมื่อซีกประชาธิปไตยที่มีความชอบธรรมมีส.ส.ยืนพื้นได้หลัก 280 เสียง ก็เชื่อว่าพรรคกลางจะฟังเสียงประชาชน กลายเป็นกระแสกดดัน 250 ส.ว.ที่คสช.แต่งตั้ง ไม่กล้าดึงดันเลือกคนจากพรรคทหารมาเป็นนายกฯแน่นอน เพราะถ้าตั้งรัฐบาลโดยมีเพียง 126 เสียงส.ส.นั้น ไปไม่รอดแน่นอน” อดีตเลขาสมช.กล่าว

Advertisement