รัฐจะแก้ พ.ร.บ.สสส จะรุ่งหรือจะริ่ง
สสส.ได้งบจากภาษีเหล้าบุหรี่ ปีละ 2% โดยภาษีเหล้าบุหรี่ 100% ที่เก็บได้ราวปีละ 2 แสนล้านบาท ก็จะเก็บเพิ่มอีก 2% มาให้ สสส.ทำงานเพื่อสร้างเสริมสุขภาพคนไทย ปีละราว 4,000 ล้านบาท งบจำนวนนี้ 40% ถูกใช้โดยภาครัฐ ที่เหลือเป็นโครงการของมูลนิธิ มหาวิทยาลัย นักวิชาการ ชุมชนและองค์กรประชาชน และมีผลการทำงานที่น่าทึ่งมาก ต่างประเทศนั่นชื่นชมสุดสุด
กระทรวงการคลังสนใจที่จะแก้กฎหมาย สสส. (ตามใบสั่งสีลายพราง) ให้ทำสองอย่างคือ 1.ต่อไปนี้จะจำกัดวงเงินที่ 4,000 ล้านบาทเท่านั้น หากเกินกว่านี้ต้องส่งเข้าคลัง และ 2.ให้นำระเบียบกระทรวงการคลังมาจับในการใช้เงิน ซึ่งชัดเจนว่าทั้งสองข้อนี้คือปรารถนาดีที่ประสงค์ร้าย
เมื่อภัยคุกคามทางสุขภาพมากขึ้น งบต่อสู้กับภัยคุกคามทำไมต้องถูกจำกัดให้คงที่ด้วย อันนี้ไม่สมเหตุสมผล บริษัทเหล้าบุหรี่ยิ้มแฉ่งเลย แถมนอกจากจะลดเงินแล้ว ยังเอาระเบียบกระทรวงการคลังมาจับในการใช้เงินแทนระเบียบ สสส.ด้วย ทำให้ภาระการบริหารจัดการสูงขึ้นอีกมาก เช่น ต้องทำเอกสารอย่างหนาเพื่อซื้อของหรือเมื่อทำกิจกรรม คนอาสามาสร้างสุขภาพก็จะเสียเวลาทำแต่เอกสาร จนไม่มีเวลามาลงทำกิจกรรมระดับชุมชน มีเวลาในการสร้างสุขภาพลดลง
การที่กระทรวงการคลังจะแก้กฎหมายนี้ จึงเท่ากับจะรวบอำนาจกลับไปให้กับกระทรวงกรมกองราชการ อย่าให้ สสส.มีประสิทธิภาพสูง ต้องทำให้ สสส.มีประสิทธิภาพต่ำพอๆ กับส่วนราชการปกติ งานนี้บริษัทเหล้าเบียร์บุหรี่ชาเขียวก็ยิ้มย่อง เพราะเขาชอบความมีประสิทธิภาพต่ำมากของระบบราชการอยู่แล้ว อีกทั้ง คสช.รีบเร่งอย่างมากที่จะแก้กฎหมาย สสส.ให้ได้ในรัฐบาลนี้ จึงมีเลศนัยยิ่ง
คนใต้ส่วนหนึ่งในวันนี้จึงมีมติ “ไม่ยอมรับการแก้ พ.ร.บ.สสส.ในครั้งนี้” และคงจะมีการประสานภาคีสี่ภาคเพื่อแสดงออกให้ คสช.เห็นถึงพลังของภาคประชาชนต่อไปเร็วๆ นี้

