วันที่ 27 เมษายน เวลา 14.00 น.ที่อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จ. เชียงใหม่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวระหว่างพบปะประชาชน จ.เชียงใหม่ ตอนหนึ่งว่า ข้าราชการต้องปรับตัวหาประชาชน ต้องเป็นคู่คิดประชาชน สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจกับประชาชนให้ได้ ทุ่มเทซึ่งกันและกัน ปฏิรูปตัวเอง ปฏิรูปหัวใจตัวเอง ทั้งส่วนกลาง ภูมิภาค ท้องถิ่น ไม่เห็นแก่ผลประโยชน์และฝ่าฝืนกฎหมาย และไม่ปล่อยให้ใครฝ่าฝืนกฎหมาย ใช้แนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประวัติศาสตร์ประเทศไทยถ้านับแค่กรุงศรีอยุธยามาปัจจุบันก็หกร้อยกว่าปี ย้อนกลับไปดูการสูญเสียกรุงศรีฯ เพราะอะไร ก็เพราะมีคนไทยเปิดประตูให้เขา วันนี้หากเรามาเปิดฉากความขัดแย้งขึ้นเองภายในประเทศ ไม่ต้องไปเรียกใครเขาเข้ามาดู ดังนั้นที่วันนี้จะไปเรียกใครเข้ามาดู ทั้งประชามติบ้าง เลือกตั้งบ้าง ตนถามว่าเขาเข้ามาบริหารจัดการให้เราหรือไม่ ไม่รักกันบ้างหรือ แผ่นดินที่พระมหากษัตริย์ บรรพบุรุษสร้างไว้ ทำไมให้คนอื่นเข้ามาดูแล คิดแบบนี้แล้วจะหาคำตอบได้เอง
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า 2 ปีที่ผ่านมา พยายามการแก้ปัญหาความขัดแย้งเป็นแบบนี้มา 10 ปีแล้ว สาเหตุมาจากอะไรไม่รู้ อย่าให้ใครมาพูดว่าไม่เป็นธรรม ตนอยู่มาทุกรัฐบาลที่ผ่านมาก็ทำตามหน้าที่ ไม่เคยมีความขัดแย้ง แต่เมื่อใดที่ชาติไม่ปลอดภัย ตนจึงเข้ามา ถ้าเมื่อปี 2557 ไม่เข้ามา พวกท่านก็ไม่มีเงินเดือน เพราะรัฐบาลตอนนั้นไม่มีอำนาจเต็ม ไม่มีกฎหมายอะไรที่จะเดินหน้าไปได้ วันนี้ทำทุกอย่าง 2 ปีมาแล้ว นอนหลับตาไม่ค่อยลง การทำงานต้องมีเป้าหมายสุดท้ายที่จะต้องการทำลายเพื่อจบภารกิจ คือประเทศชาติมั่งคง มั่งคั่ง ยั่งยืน แต่ต้องตีที่หมายระหว่างทางให้ได้ทั้งหมด คือพัฒนาเศรษฐกิจ เพิ่มรายได้ ซึ่งเป็นเป้าหมายระหว่างทางเพื่อจะไปปลายทาง โดยจะเอาพลเรือนและทหารเข้าตีไปพร้อมกัน แต่ถ้าติดกับดักตัวเอง ติดกับดักประชาธิปไตย กับดักสิทธิ เสรีภาพ มันไร้ขีดจำกัด คนไทยเป็นคนซื่อสัตย์ เป็นคนรู้คุณ ใครให้อะไรมาต้องรับ แต่ต่อไปนี้ต้องคิดใหม่ ต้องดูว่าเขาให้มาด้วยความสุจริตใจหรือไม่ เขาหวังอะไรจากเราหรือเปล่า เขาเอาเงินที่ไหนมาให้ ที่ผ่านมาเงินที่ให้กันเงินรัฐบาลทั้งสิ้น ตนจึงต้องทำพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณเสียใหม่
นายกฯกล่าวว่า วันนี้ที่ตนมาอยู่กับท่านคือทำปัจจุบัน เอาประวัติศาสตร์มาเรียนรู้ แก้ไข ปรับเปลี่ยน ไม่ดีก็ไม่ทำ เพื่อวางพื้นฐานให้กับประเทศ แค่นี้จริงๆ ที่ผ่านมาคนไม่เคยตีกันขนานนี้ เพราะอะไร เพราะอะไรล่ะ เพราะทหารหรือ ผมว่าไม่ใช่ ถ้าย้อนกลับไปดู ปี 2553 ต่างกับ ปี 2557 การชุมนุมมันต่างกันอย่างไร รู้หรือไม่ ทำไมเขาต้องใช้กำลังเพื่อยุติ ก็เพราะมีการใช้อาวุธ มีการยิงส่วนราชการ เผาศาลากลางจังหวัด ตนก็ไม่รู้ว่าใครทำ ไปหามา นั่นแหละทหารจึงต้องไปรักษาความเรียบร้อย ในอดีตคนใช้อาวุธยิงใส่ทหาร ตนถามว่าทหารไม่มีชีวิตจิตใจเลยหรือ อยากจะพูดกับท่านมานานแล้ว ใครพูดกับท่านอย่างไร ท่านฟังตนและอยากให้ไปคิดและแยกแยะเอา
“ถามว่าเผาศาลากลางจังหวัดถูกต้องหรือไม่ ประท้วงไม่ชอบใจรัฐบาล แล้วเผาศาลากลางเล่นหรือ วันหน้าไม่มาเผาสภากันเลยหรือ ยิงทหารใครทำ ฝ่ายไหน ไม่รู้เหมือนกัน แต่อย่าให้เขามาบิดเบือน ปี 53 ปี 49 ใครทำ มันก็ค่ายเดียวกัน มันก็ยิงทั้งคู่ ถามว่าอย่างตน อย่างทหารนี่หรือจะไปยิงพี่น้องประชาชน เพราะทหารมันก็ลูกหลานท่านทั้งนั้น ตนทำไม่ได้หรอก ใครทำตนต้องลงโทษ ไม่เคยสั่งลูกน้องไปทำร้ายคน มีแต่ช่วยประชาชน เพราะคติพจน์ของกองทัพคือเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน ตนทำอย่างอื่นไม่ได้ เป็นความซื่อสัตย์ที่ต้องรักษาไว้ สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินีนาถ ทรงพระราชทานหัวใจสีม่วงให้แก่ทหารเสือ ทรงตรัสว่า หัวใจสีม่วงคือคนที่ใกล้จะตายแล้ว ส่วนใหญ่จึงจะไม่โกหก แต่วันนี้ไม่แน่ใจแล้ว หลายคนมันจะโกหกจนตาย ตายไปแล้วยังโกหก เพราะยังพูดโกหกทุกวันแล้วจะไปเชื่ออีกหรือ จะให้คนเหล่านี้มาสู้กับตนหรือ คนที่มีคดีความ ต้องยอมรับคำตัดสินของศาล ประเทศจึงจะอยู่ได้”
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า บุคคลในประเทศทะเลาะกันเอง เอาโน่นเอานี่ ถามว่าทุกอย่างกลับไปที่เดิมไหม ตีกันเหมือนเดิม เลือกตั้งมาอีกพวกก็ตี ใครสัญญาว่าจะไม่ให้เกิดขึ้น ท่าสัญญากับตนก็แล้วกัน ว่าท่านจะไม่เข้าไปกรุงเทพฯอีก ใครจะเอารถมารับ มันตายเปล่า ตายไปเยอะแล้ว ตอนนี้ยังตอบยมบาลไม่ได้ว่าตายเพราะอะไร เพราะเขาเกณฑ์ไง คนไทยโรแมนติกอยู่แล้ว เขาพูดอะไรก็เชื่อ ตายไม่รู้ตัว ไอ้คนพาไปไม่ตายสักคน วันนี้ยังพูดปาวๆ แต่ตนคิดว่าเวรกรรมมีจริง
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ตนไม่ได้ปิดกั้น ยังพูดกันอยู่เลย อาจจะเรียกไปเตือนก็หาว่าข่มขู่ เขาเรียกขู่อะไร ตนไม่ชอบขู่ ถ้าทำก็ทำเลย แต่ยังไม่ได้ทำ เรื่องประชามติแค่ขอให้แสดงความคิดเห็นโดยสุจริต ไม่ได้บอกว่าให้รับหรือไม่รับ วันนี้ก็พูดกันก็อย่าลืมระมัดระวังกฎหมายด้วย ใครจะจ้างให้มาบอกใครต่อใครเรื่องนี้ระวังติดคุกแล้วกัน กฎหมายคือกฎหมาย มันจะโดนเท่าไหร่ แค่นั้นเอง

