หน้าแรก การเมือง “เลือกตั้ง&#8...

“เลือกตั้ง”บัตรใบเดียว สมรภูมิเข้าทาง”ภท.” ล็อกเป้า60 ที่นั่ง แบบไม่พูดมาก-เจ็บคอ

25.10.18 | 14:09 น.

ศึกเลือกตั้งในปี 2562 ด้วยกติกาใช้บัตรใบเดียว ที่เรียกว่า “ระบบจัดสรรปันส่วนผสม” ชี้ขาดทั้งส.ส.แบบเขต และบัญชีรายชื่อ ชนิดที่ไม่ให้คะแนนตกน้ำ


ทั้งพรรคใหญ่ พรรคเล็ก ต่างงัดสารพัดกลยุทธ์ มารับมือกับกติกาดังกล่าว ทั้งแตกพรรค ตั้งพรรคนอมินี หาจุดขายด้วยนโยบายพรรคที่หวือหวา

กับเป้าหมายหวังโกยแต้มแปรมาเป็นเก้าอี้ส.ส. ให้ได้มากที่สุด

กอปรกับจุดยืนและทิศทางของแต่ละพรรคในทางการเมืองว่าหลังปิดหีบนับคะแนนแล้ว ใครจะอยู่ตรงไหน จับมือกับใคร ที่มีอยู่ 3 ทางเลือก ทั้ง 1.กลุ่มที่หนุน”บิ๊กตู่”และคสช.ให้อยู่ต่อ 2.กลุ่มที่ไม่เอาบิ๊กตู่และคสช. และ3.กลุ่มที่ยังไม่ติดสินใจแบบ100 % ขอรอดูเก้าอี้ส.ส.หลังเลือกตั้ง และทิศทางทางการเมืองในเวลานั้น
จะเป็นอีกปัจจัยที่ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจะใช้พิจารณาก่อนเข้าคูหากาบัตร

Advertisement

ซึ่งพรรคในกลุ่มที่ 3 แม้จะถูกค่อนขอด เหน็บแนมในทางการเมืองว่ามี “จุดยืนแบบไร้จุดยืน”
พูดกันอย่างแฟร์ๆถ้ายังยอมรับว่า “การไม่ตอบก็คือคำตอบแบบหนึ่ง” เหตุใดจะยอมรับไม่ได้ว่า “ความไม่ชัดเจนก็คือความชัดเจนแบบหนึ่ง” เช่นกัน

ซึ่งพรรคหนึ่งที่ไม่เคยกั๊กว่าตัวเองเป็นพรรคการเมืองในกลุ่มที่ 3 นั่นคือ “พรรคภูมิใจไทย”
กับท่าทีล่าสุดของ “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคฯ ที่ประกาศชัดว่า “จะส่งผู้สมัครคุณภาพ ผ่านระบบไพรมารีโหวตในพื้นที่ของพรรค ใครมีคะแนนในมือไม่ถึง 20,000 คะแนน ก็หมดสิทธิ์ลงชิงเก้าอี้ส.ส.เขต ในเขตที่มีโอกาสชนะเลือกตั้ง ส่วนส.ส.บัญชีรายชื่อ จะส่งลงสมัครเรียงตามลำดับความสำคัญของผู้มีส่วนสนับสนุนพรรค ถ้าเกินลำดับที่ 10 ก็อาจจะหลุดพื้นที่เซฟตี้โซน ไม่รับประกันว่าจะได้เป็นส.ส.”

พร้อมยืนยันอีกครั้งว่า “พร้อมเล่นตามกติกา แก้ปัญหาตามระบบประชาธิปไตย คำนึงถึงความอยู่ดีกินดีของประชาชน ไม่เติมฟืนเข้ากองไฟ อยู่อย่างสงบ สันติ ไม่ทำตัวมีปัญหา”

สรุปรวบยอด “ภูมิใจไทยสแตนดาร์ด” คือ เน้นชนะแบบเขต และไม่ขัดแย้งกับใคร เป็นความชัดเจน ที่ไม่รู้จะชัดเจนอย่างไรอีกแล้ว ตลอด 10 ปีของพรรคสีน้ำเงิน
แต่เรื่องเน้นชนะแบบเขตนั้นน่าสนใจ เพราะถ้าแม่ทัพโฟกัสแล้วว่า ตัวเลขกลมๆที่ 60 ที่นั่ง แสดงว่ามั่นใจ จะพาไปถึงเป้าหมายการร่วมรัฐบาลได้

ลองนับนิ้วคร่าวๆ กางสูตรคำนวนแบบไม่เพ้อฝัน ชนิดจับต้องได้ ส.ส.เขตจะอยู่ 35-39 ที่นั่งบวกลบ ส่วนส.ส.บัญชีรายชื่อคาดว่าจะเข้าป้ายมาที่ 15 ที่นั่งบวกลบ สู่เป้าหมายตัวเลขกลมๆที่ 60 เก้าอี้ รอเดินเข้าสภาฯแบบไม่พูดมาก เจ็บคอ ตามสไตล์อินดี้ของพรรคการเมืองที่จะไม่พูดการเมือง(โดยไม่จำเป็น)

ความหวังดังกล่าวของขุนพลภูมิใจไทย สอดคล้องกับการคำนวณของอาจารย์รัฐศาสตร์รั้วจามจุรี “รศ.ดร.สิริพรรณ นกสวน สวัสดี” ที่ระบุว่า ในระบบเลือกตั้งแบบ “จัดสรรปันส่วนผสม” ที่ทุกคะแนนจะถูกแปรเป็นส.ส.บัญชีรายชื่อ เชื่อว่ายุทธศาสตร์ที่ดีของทุกพรรคคือส่ง “ตัวจริง”ลง ส.ส.เขต เพื่อเก็บทุกแต้มให้มากที่สุด และพรรคขนาดกลางอย่างภูมิใจไทย จะได้ที่นั่งเพิ่มขึ้น กลายเป็นตัวแปรสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้ง
ด้วยเหตุนี้ย้อนดูสถิติศึกเลือกตั้งปี 2554 ภูมิใจไทยได้มา 34 ที่นั่ง ถ้าการเลือกตั้งรอบนี้จะตั้งเป้าถึง 60 ที่นั่ง ก็ดูไม่อวดโอ้เกินจริง

อย่างไรก็ดี หากทุกตัวเลขที่ว่ามา เป็นเพียงตัวเลขในโจทย์คณิตศาสตร์ที่มีสูตรและคำตอบตายตัว คงพูดได้ทันทีว่าความผิดพลาดย่อมไม่มีทางเกิดขึ้น

แต่ในเมื่อนี่คือ “คณิตศาสตร์การเมือง” ที่ทุกตัวเลขและคะแนนเสียง ขึ้นอยู่กับประชาชน ความหวัง-ความมั่นใจใดๆ จึงต้องประเมินตามสถานการณ์ เพราะบางครั้ง ผู้ตัดสินใจบนพื้นฐานของเหตุผล(Rationale) ก็เสียท่า เพราะละเลยเรื่องอารมณ์(Emotion)ของผู้คน ซึ่งเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา

แต่เชื่อว่าพรรคที่“เข้ม”ทั้งคณิตศาสตร์ และ“ข้น”ในการเมืองอย่างภูมิใจไทย จะรอบคอบและรอบด้าน
ก่อนจัดทัพลงสู่สมรภูมิเลือกตั้งที่เป็นใจต่อพวกเขามากที่สุดครั้งหนึ่ง