09.00 INDEX คุณูปการ คารวะแผ่นดิน จี้ไปยัง รากเหง้า “ปัญหา”

เหมือนกับว่า “ปฎิบัติการเดินคารวะแผ่นดินทั่วประเทศ” ของพรรครวมพลังประชาชาติไทย อันมีจุดเริ่มบริเวณเชิงสะพานพุทธยอดฟ้า ฝั่งกทม.จะเป็น “อภิสิทธิ์”

เป็นอภิสิทธิ์อันพรรครวมพลังประชาชาติไทยได้ “ไฟเขียว” มาจากคสช. และกกต.

เหมือนกับว่า “ปฏิบัติการ” เดินสายหาเสียงเพื่อชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม นายอลงกรณ์ พลบุตรจะเป็น “อภิสิทธิ์”

เป็นอภิสิทธิ์อันพรรคประชาธิปัตย์ได้ “ไฟเขียว” มาจากคสช.และกตต.

อาจมีความโน้มเอียงแฝงอยู่ แต่ก็ต้องยอมรับในความพลิ้ว

 

เป็นความพลิ้วที่ ภายในพรรครวมพลังประชาชาติไทย ภายในพรรคประชาธิปัตย์มี “มือกฎหมาย”

เป็นมือกฎหมายที่รู้จักใช้ช่องของกฎหมาย

ไม่ว่าจะเป็นพรป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ไม่ว่าจะเป็นประกาศคสช.ฉบับที่ 57/2557 ไม่ว่าจะเป็นคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 3/2558 ที่ 53/2560 และแม้กระทั่งที่ 13/2561

ขณะเดียวกัน พรรครวมพลังประชาชาติไทย พรรคประชาธิปัตย์ มีความเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ในการเคลื่อนไหว

ภายใต้ “องค์กรนำ”ที่แน่นอนภายในพรรค

จึงสามารถแปร “วิกฤต” อันเนื่องแต่ความกำกวมภายในข้อห้ามของประกาศและคำสั่งคสช.ให้กลายมาเป็น “โอกาส” ในการเคลื่อนไหว แปรลักษณะ “แช่แข็ง” ของประกาศและคำสั่งคสช.ให้มีลักษณะในทาง “พลวัตร”

ผลก็คือ พรรครวมพลังประชาชาติไทย และแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ สามารถเคลื่อนไหวได้ในขอบเขต “ทั่วประเทศ” โดยที่คสช.และกกต.มิอาจทำอะไรได้

ผลก็คือ นำไปสู่การลอกเลียนแบบตามมาอย่างคึกคัก

 

แทนที่จะมัวอิจฉาตาร้อนพรรครวมพลังประชาชาติไทย พรรคประชาธิปัตย์ มองไปยังรากเหง้าอันเป็นต้นตอของ “ปัญหา” ไม่ดีกว่าหรือ

นั่นก็คือ อุปสรรคแท้จริงที่ทำให้กระบวนการของการเลือกตั้งไม่ราบรื่นเป็นปรกติมาจากไหน

มาจากประกาศและคำสั่งคสช. มิใช่หรือ

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ระทึก! รถสองแถวไฟไหม้โลคัลโร้ด หน้าสน.ดอนเมือง
บทความถัดไปแร็พ ‘ประเทศกูมี’ หมิ่นเหม่ ‘ศรีวราห์’ ฟังแล้วสุ่มเสี่ยง เชิญให้ปากคำ ส่อขัดคสช.