เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม ที่ จ.ศรีสะเกษ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมคณะ ได้เดินทางไป จ.ศรีสะเกษ เพื่อติดตามความคืบหน้าการบังคับใช้กฎหมายแก้ปัญหาหนี้นอกระบบในพื้นที่ภาคอีสาน มีลูกหนี้กว่า 6 แสนราย เดือดร้อนจากการเป็นหนี้นอกระบบทั่วประเทศ ที่มีถึง 9 แสนราย หรือเกือบร้อยละ 70 ของทั้งหมด ทั้งนี้ พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ภาพรวม ประชาชนในพื้นที่ภาคอีสานให้ความเชื่อมั่นและสนับสนุนการทำงานแก้ปัญหาหนี้นอกระบบของภาครัฐมากขึ้น หลังจากสามารถช่วยปลดพันธสัญญาที่ถูกเอารัดเอาเปรียบมายาวนาน โดยช่วยไกล่เกลี่ยปรับสัญญาให้เป็นธรรมและทยอยนำทรัพย์สินที่ถูกยึด กลับคืนสู่ประชาชนได้ อย่างไรก็ตาม ยังคงมีลูกหนี้หลายราย ถูกข่มขู่ เบียดเบียน จำกัดสิทธิเสรีภาพ จากพันธสัญญาที่ไม่เป็นธรรม รอการช่วยเหลืออยู่จำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรและผู้มีรายได้น้อย

จากนั้น พล.อ.ประวิตร และคณะ ได้ร่วมกันส่งมอบทรัพย์สินคืนให้ลูกหนี้ จากการบังคับใช้กฎหมาย ครั้งที่ 4 ด้วยบรรยากาศรอยยิ้มแปดเปื้อนน้ำตาของประชาชนกันทั่วหน้า โดยพร้อมๆ กันทั่วประเทศ รวมจำนวน 2,424 ราย มูลค่ากว่า 2,858 ล้านบาท เป็นโฉนดที่ดิน 1,861 ฉบับ รวมที่ดินกว่า 6,300 ไร่ มูลค่า 2,858 ล้านบาท ซึ่งโดยสรุป การบังคับใช้กฎหมายเข้มข้นที่ผ่านมา สามารถคืนทรัพย์สินให้ลูกหนี้แล้วกว่า 9,500 ราย เป็นโฉนดที่ดิน 7,391 ฉบับ รวม 25,101 ไร่ มูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาท

พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ขอแสดงความขอบคุณและเป็นกำลังใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ทั้งทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง กอ.รมน. รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกระทรวงยุติธรรมและกระทรวงการคลัง ที่ร่วมกันทำงานหนักต่อเนื่องกันมา โดยย้ำให้เร่งบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นกับเจ้าหนี้นอกระบบต่อเนื่องกันไป โดยเฉพาะกลุ่มอิทธิพลเหนือกฎหมาย ที่ยังมีพฤติกรรมข่มขู่ เหยียดหยาม ที่บั่นทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ที่พบเห็นในรูปแบบต่างๆ พร้อมทั้งขอให้ฝ่ายความมั่นคงเร่งให้การช่วยเหลือเจรจาไกล่เกลี่ย และบังคับใช้กฎหมาย เพื่อคลี่คลายปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่มีสถานะเป็นลูกหนี้ที่ยังตกค้างให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว ต้องเข้าไปช่วยเหลือให้ทั่วถึง โดยไม่ทิ้งประชาชนโดดเดี่ยวจมกับกองหนี้ที่ถูกกดขี่ เอารัดเอาเปรียบแต่เพียงลำพังต่อไป เพื่อความเสมอภาค เป็นธรรมกันในสังคมอย่างทั่วถึง

