หน้าแรก การเมือง โครงร่างตำนาน...

โครงร่างตำนานคน : ประภัตร โพธสุธน สัญญาณนี้มีความหมาย : โดย การ์ตอง

28.10.18 | 13:00 น.

ผลการประชุม “พรรคชาติไทยพัฒนา” เพื่อเลือกคณะกรรมการบริหารน่าสนใจยิ่ง

มติที่ประชุมเป็นไปตามข่าวที่ปล่อยออกมาก่อนหน้านั้น 3-4 วัน ถึงการปรับเปลี่ยนตัวบุคคลในตำแหน่งสำคัญจากเดิมที่ปูพื้นให้รับรู้กันมาระยะหนึ่ง

เป็นการรับรู้ระดับเป็น “ยุทธศาสตร์พรรค” ว่า “ชาติไทยพัฒนา” จะเป็นอีกพรรคที่นำเสนอคนรุ่นใหม่ โดยเปิดตัว “ทีมผู้บริหาร” เป็นคนหนุ่ม ซึ่งเป็นลูกหลานผู้บริหารพรรคชุดเดิม

มี “วราวุธ ศิลปอาชา” ว่าที่หัวหน้าพรรค และ “สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ” ว่าที่เลขาธิการพรรค

โดยนักการเมืองรุ่นเก่า ถอยไปทำงานเบื้องหลัง ฐานะที่ปรึกษาเสียเป็นส่วนใหญ่

Advertisement

แต่แล้วเมื่อถึงคราวที่จะตั้งผู้นำพรรคขึ้นมาจริงๆ หัวหน้าพรรคกลับเป็น “กัญจนา ศิลปอาชา” และเลขาธิการพรรคเป็น “ประภัตร โพธสุธน”

และตามกระแสข่าวที่รับรู้กันอยู่วงในว่า ความสำคัญอยู่ที่ “ประภัตร โพธสุธน” มากกว่าอย่างอื่น

ท่ามกลางเสียงที่ประเมินกันว่าการเลือกตั้งครั้งหน้า กระแสของจะออกไปในทางเป็นการต่อสู้ระหว่างพรรคการเมืองที่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจเผด็จการ กับพรรคที่เดินหน้าชูประชาธิปไตย

ซึ่งพรรคไหนเดินไปทางไหนถูกกดดันให้ต้องชัดในการนำเสนอตัวเองแรงขึ้นทุกที

“ชาติไทยพัฒนา” ในยุทธศาสตร์ “คนหนุ่ม” แม้จะยังรีรอที่จะฟันธงชัดเจน แต่แนวโน้มของท่าทีกลับกระตุ้นให้ประชาชนปักใจเชื่อว่าเอนเอียงไปทางสนับสนุนอำนาจที่ตรงกันข้ามกับประชาธิปไตย

ทำให้มีเสียงเตือนมาจากประชาชนในพื้นที่ภาคกลางซึ่งส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร โดยเฉพาะ “ชาวนา” มาตั้งแต่ต้นทำนองให้ทบทวน

ซึ่งในที่สุดแล้ว เสียงประชาชนก็เป็นตัวตัดสิน

“กัญจนา” มาแทน “วราวุธ” ก็เรื่องหนึ่งที่มีรายละเอียดบางอย่าง

แต่ที่หนักแน่น และเป็นเนื้อหาของการวิเคราะห์การเมืองในภาพรวมว่าจะเป็นไปอย่างไรอยู่ที่ “ประภัตร โพธสุธน” ขึ้นมาทำหน้าที่เลขาธิการ อันหมายถึงผู้ประสานงานหลัก

ว่าไปคือ “ผู้กำหนดทิศทางของพรรค” ว่าจะเคลื่อนไปร่วมกับฝ่ายไหน

“ชาติไทยพัฒนา” อาจจะไม่ใช่พรรคการเมืองใหญ่ แต่ถ้าพูดถึงความเก่าแก่ หากย้อนไปถึงวันเวลาก่อตั้งในชื่อ “พรรคชาติไทย” และต้องเปลี่ยนชื่อเพราะเกม “ยุบพรรค”

ความเก่าแก่จะเป็นรองก็แค่ “ประชาธิปัตย์” เท่านั้น

หมายถึงเป็นพรรคที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาจนพอจะเรียนรู้ว่า จะต้องฟังเสียงความต้องการของประชาชน

ประชาชนภาคกลางต้องการอย่างไร “ชาติไทยพัฒนา” จึงต้องนำ “ประภัตร โพธสุธน” ไปตอบสนอง
มีคำแนะนำว่าให้ดูว่า “ประภัตร” มีความสัมพันธ์อันดีกับฝ่ายไหน

ท่ามกลางการต่อสู้ทางการเมืองที่ดูจะย้อนยุคไปกว่า 50 ปี ประชาชนภาคกลางโดยเฉพาะพื้นที่หลักคือสุพรรณบุรีต้องการให้พรรคการเมืองที่เป็นสัญลักษณ์ของพื้นที่มีจุดยืนอยู่ฝ่ายไหน

คำตอบให้ดูที่ “อดีต” ของ “ประภัตร โพธสุธน” ว่ามั่นคงที่จะเคียงข้างใครมากกว่า

เรื่องราวเหล่านี้ แม้ไม่รับรู้กันทั่วประเทศ แต่คนในแวดวงการเมืองรับรู้

ประชาชนสุพรรณบุรี รับรู้

สัญญาณที่ประชาชนที่เป็นฐานเสียงของพรรคชาติไทยพัฒนา ส่งผ่านมาทาง “ประภัตร โพธสุธน” เที่ยวนี้ คงไม่ใช่สัญญาณที่ให้คำตอบเฉพาะสุพรรณบุรี และพื้นที่ทุ่งนาภาคกลางเท่านั้น

แต่หมายถึงสัญญาณที่จะส่งถึงพรรคการเมืองอื่นด้วย แล้วแต่ใครจะจับสัญญาณได้

เพียงที่ “สุพรรณบุรี” และพื้นที่ภาคกลางบางจังหวัด ผูกพันกับ “พรรคชาติไทย” อยู่มาก

สัญญาณนั้นจึงส่งให้รับรู้อย่างตรงไปตรงมา ว่าท่ามกลางการเมือง 2 ขั้ว

ประชาชนต้องการให้พรรคของเขายืนอยู่จุดไหน

การ์ตอง