ปะทะ ขัดแย้ง ภายใน ประเทศกูมี ทาง ‘ความคิด’

30.10.18 | 12:00 น.

พลันที่ “ประเทศกูมี” ปรากฏขึ้น พลานุภาพของมันได้ทะลวงเข้าไปภายในความคิด ภายในความเชื่อที่ดำรงอยู่อย่างซึมลึกและกว้างขวาง

ก่อความตระหนกอย่างใหญ่หลวง

เห็นได้จากการออกมาโวยวายของบรรดา “โฆษก” ทั้งหลาย ไม่ว่าจะมาจากทำเนียบรัฐบาล ไม่ว่าจะมาจากสำนักเลขาธิการ คสช. ไม่ว่าจะมาจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ภายในความตระหนกนั่นเองที่ก่อให้เกิด “ปรากฏการณ์”

การทะยานจากยอดวิวเพียงหมื่นในเบื้องต้นเพิ่มเป็นแสน เพิ่มเป็นล้านและหลายล้านอย่างรวดเร็ว เพียงเวลาผ่านไป 3-4 วัน

Advertisement

คำนวณออกมาแล้ว 1 แสนต่อ 1 นาทีในบางช่วง

คำถามก็คือ เคยมี “เพลง” อะไรที่ทำสถิติได้รวดเร็ว ฉับไว เทียมเทียบเท่ากับที่กำลังเกิดขึ้นกับ “ประเทศกูมี” ในขณะนี้

นี่คือ ไวรัล นี่คือ ปรากฏการณ์

การเกิดขึ้นของ “เพลงประท้วง” มิได้เป็นเรื่องแปลก ไม่ว่าจะย้อนกลับไปมองยังสังคมตอนปลายก่อนกรุงศรีอยุธยาแตก ไม่ว่าจะมองไปยังบทบาทของ บ็อบ ดีแลน บทบาทของ โจน บาเอซ

เพลงอีแซว เพลงแหล่ ก็เคยมี

เพลงลูกทุ่ง เพลงบัลลาด หรือแม้กระทั่งเพลงซิมโฟนีของบีโธเฟ่น ก็กลายเป็นตัวอย่างให้ได้ศึกษา ให้ทำความเข้าใจ

อาจเพราะสังคมไทยคุ้นกับ “เพลงเพื่อชีวิต”

ซึ่งมาจากองค์ประกอบของเพลงลูกทุ่งฝรั่ง มาจากองค์ประกอบของเพลงร็อกฝรั่ง ขณะที่ “ประเทศกูมี” เป็น เพลงแร็พ

บางที “แร็พ” อาจสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันก็เป็นได้

แต่ปัจจัยสำคัญเป็นอย่างมากก็คือ เนื้อหาของเพลงสะท้อนสภาพความเป็นจริงของสังคมออกมาในเชิงวิพากษ์อย่างคมเข้ม

คมเข้มกระทั่งเข้าไปอยู่ “กลางใจ” ของคนฟัง

อํานาจอันสะท้อนผ่านบทเพลง “ประเทศกูมี” กำลังเป็นกระจกเงาบานใหญ่ ประเด็นอยู่ที่ว่าเราจะมองเข้าไปและทำความเข้าใจอย่างไร

จะปฏิเสธตั้งแต่ต้น

เหมือนที่หลายคนออกมาทุบโต๊ะว่า ผิดกฎหมาย ทำลายประเทศ พร้อมกับจะเข้าจับกุมและหรือรุนแรงถึงกับขับไล่ออกนอกประเทศ

หรือว่าจะเปิดใจให้กว้าง

ไม่ว่าจะมอง “ประเทศกูมี” ว่าเกิดจากเด็กๆ เนื่องจากเห็นว่า “แร็พ” เป็นเรื่องของเด็กๆ แต่ที่สำคัญเป็นอย่างมากก็คือ ต้องมองไปถึงสภาพความเป็นจริง

สภาพความเป็นจริงของ “เพลง”

สภาพความเป็นจริงของ MV ที่นำมาเป็นส่วนประกอบให้กับแต่ละท่อน แต่ละบาร์ อันดำรงอยู่ภายใน “ประเทศกูมี”

ความเป็นจริงต่างหากที่ทรงความหมาย

การปรากฏขึ้นของ “ประเทศกูมี” เหมือนกับเป็นการเสนอตัวเข้ามาของศิลปะเพลงแร็พว่าจะสามารถดำรงอยู่ในสังคมไทยได้หรือไม่

เป็นการปะทะระหว่าง “เก่า” กับ “ใหม่”

กระนั้น ปริมณฑลของมันก็มิได้จำกัดแต่เพียงในเรื่องของเพลง ในเรื่องของศิลปะ หากแต่สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นและดำรงอยู่อย่างแนบแน่นกับสภาพความเป็นจริงของสังคม

ดูสังคมจากเพลง ดูเพลงจากสังคม