“นครราชสีมา” เป็นจังหวัดมีพื้นที่กว่า 20,000 ตร.กม. กว้างที่สุดในประเทศ และมีประชากรมากถึง 2.6 ล้านคนใน 32 อำเภอ จึงเป็นที่หมายของพรรคการเมืองต่างๆ ที่จะช่วงชิงเก้าอี้ ส.ส.
การเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งหลังสุดปี 2557 จ.นครราชสีมา มี 15 เขตเลือกตั้ง เท่ากับมี ส.ส.ได้ 15 คน โดยมี ส.ส.จาก 3 พรรคที่ได้รับเลือกเข้ามา ได้แก่ พรรคเพื่อไทย (พท.) พรรคชาติพัฒนา (ชพน.) และพรรคภูมิใจไทย (ภท.)
แต่การเลือกตั้งใหม่ในปี 2562 เริ่มส่อเค้าวุ่นวายแล้ว หลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ลดเขตเลือกตั้งจาก 15 เขต เหลือ 14 เขต เท่ากับมี ส.ส.เหลือ 14 คน
จึงต้องแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ โดย กกต.นครราชสีมา จัดทำเขตเลือกตั้ง ส.ส. 3 รูปแบบ โดยมีหลักเกณฑ์ 5 ข้อ ได้แก่ 1.แต่ละเขต ต้องแบ่งเป็นอำเภอเต็มๆ ให้มากที่สุด 2.แต่ละเขตที่ใกล้เคียงกัน ถ้าแบ่งเป็นอำเภอเต็มๆ แล้ว จำนวนประชากรแต่ละเขตแตกต่างกันมาก ก็สามารถแบ่งอำเภอเป็นตำบลได้ แต่ห้ามแบ่งตำบลลงไปถึงหมู่บ้าน 3.พื้นที่ต้องติดต่อใกล้ชิดกัน 4.การคมนาคมสะดวก และ 5.การแบ่งเขตต้องใกล้เคียงกับรูปแบบการเลือกตั้งครั้งล่าสุด
โดยการแบ่งเขตเลือกตั้งทั้ง 3 รูปแบบนั้น คิดจากจำนวนประชากร 2,639,226 คน เฉลี่ย 188,516 คนต่อ ส.ส. 1 คน โดยเปิดให้ประชาชนแสดงความคิดเห็นระหว่างวันที่ 4-13 ตุลาคมที่ผ่านมา มีประชาชนร่วมแสดงความคิดเห็น 1,183 คน ซึ่งมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับบางรูปแบบ แต่ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับรูปแบบที่ 1 และมี 13 คนที่ไม่เห็นด้วยกับทั้ง 3 รูปแบบ แถมเสนอรูปแบบที่ 4 แนบมาให้ กกต.นำไปพิจารณาด้วย
ประเสริฐ จันทรรวงทอง อดีต ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ออกมาเผยถึงความไม่ชอบพามากลในการแบ่งพื้นที่เขตเลือกตั้งของ จ.นครราชสีมา โดยมีไอ้โม่งร่วมกับผู้มีบารมีใช้อิทธิพลเปลี่ยนแปลงเขตเลือกตั้ง โดยผ่าอำเภอเดียวออกไปในหลายเขตเลือกตั้ง
“ประเสริฐ” ระบุว่า ที่ผ่านมา กกต.นครราชสีมา เสนอรูปแบบการแบ่งเขตเลือกตั้ง 3 รูปแบบ ปรากฏว่า ชาวนครราชสีมาเห็นชอบรูปแบบที่ 1 มากที่สุด เพราะมีพื้นที่ติดต่อใกล้ชิดกัน แบ่งตำบลออกจากอำเภอน้อยที่สุด มีความสะดวกในการเดินทาง และใกล้เคียงกับการเลือกตั้งครั้งหลังสุด แต่ทราบว่า มีไอ้โม่งและผู้มีบารมีหนุนหลังพยายามใช้อิทธิพลยื่นรูปแบบการแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับพรรคการเมืองหนึ่ง

รูปแบบดังกล่าวไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็น และไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของ กกต. โดยแบ่งแยกอำเภอขนาดใหญ่ไปอยู่ใน 3 เขตเลือกตั้ง อาทิ ผ่าอำเภอเมืองนครราชสีมาให้เขตเลือกตั้งที่ 2 ไปรวมกับอำเภอด่านขุนทด ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน หรือผ่าอำเภอพิมายเป็น 3 เขตเลือกตั้ง ทั้งๆ ที่อำเภอพิมายเป็นอำเภอขนาดใหญ่ ส่วนอำเภอสีคิ้ว, อำเภอโนนไทย, อำเภอด่านขุนทด และอำเภอวังน้ำเขียว ก็ถูกแบ่งเป็น 2 เขตเลือกตั้ง หลายเขตไม่เคยอยู่ในเขตเลือกตั้งเดียวกันมาก่อน ขัดกับ พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ทำให้ประชาชนสับสนและไม่พอใจ
“แต่เชื่อมั่นในการทำงานของ กกต.ว่าใครไม่สามารถแทรกแซงหรือครอบงำการทำงานได้ ถ้าการเลือกตั้งมีความบริสุทธิ์ยุติธรรมจะทำให้ได้นักการเมืองที่มีคุณภาพ ปราศจากการกระทำความผิด ซึ่งเป็นความหวังของประชาชนทุกคน” อดีต ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย สรุป
ขณะที่ ปุระพัฒน์ วิเศษจินดาวัฒน์ อดีต ส.ส.พรรคภูมิใจไทย และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคเสรีรวมไทย และ พงษ์พันธุ์ พันศรีนคร ส.อบจ.นครราชสีมา เขตอำเภอพิมาย พร้อมสมาชิกรวม 6 คน เข้ายื่นหนังสือถึง กกต.ประจำจังหวัดนครราชสีมา เพื่อคัดค้านการแบ่งเขตเลือกตั้งแบบที่ 4
“ปุระพัฒน์” บอกว่า ทราบว่ามีการยื่นเสนอแบ่งเขตเลือกตั้งเพิ่มแบบที่ 4 ของ สถาพร โชติกลาง และคณะ ซึ่งน่าละอายที่สุด ฉลาดแกมโกง แบ่งตามใจชอบของเขา ไม่ได้ดูกฎกติกาและมารยาทของ กกต.กลาง ว่าการแบ่งเขตอำเภอใหญ่ก่อนแล้วถึงจะแบ่งอำเภอขนาดเล็กและเขตต้องติดต่อกัน
แต่แบบที่ 4 แบ่งอำเภอขนาดใหญ่ 3-4 เขตเลือกตั้ง อำเภอขนาดกลาง-เล็ก 2-3 เขตเลือกตั้ง เช่น อำเภอพิมาย เป็นอำเภอแม่ของบรรดาอำเภอลูกทั้งหลายที่แบ่งไป อำเภอห้วยแถลง, อำเภอจักราช, อำเภอชุมพวง และอำเภอโนนสูง, ส่วนอำเภอวังน้ำเขียว แบ่งไปให้อำเภอครบุรี, อำเภอเมืองนครราชสีมา แบ่งเป็น 5 เสี่ยง มีเขต 1 เขต 2 เขต 3 เขต 9 และเขต 11, อำเภอชุมพวง, อำเภอครบุรี, อำเภอด่านขุนทด, อำเภอสีคิ้ว, อำเภอโนนไทย, อำเภอคง และอำเภอวังน้ำเขียว แบ่งอำเภอละ 2 เขต
แบ่งเขตกันอย่างนี้ได้อย่างไร ใครได้ประโยชน์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคต่างๆ เลือกการแบ่งเขตของ กกต.แบบที่ 1 เรียบร้อยแล้ว แต่แบบที่ 4 แบ่งโดย สถาพร โชติกลาง และคณะ เชื่อว่าเป็นการแทรกแซงจากพรรคการเมืองบางพรรค และแทรกแซง กกต.ด้วย โดยใช้อำนาจรัฐทุกวิถีทางเพื่อชัยชนะ

ด้าน ศิริชัย วิริยพงศ์ ผอ.กกต.ประจำจังหวัดนครราชสีมา แจกแจงว่า ทาง กกต.ประกาศแบ่งเขตเลือกตั้ง 3 รูปแบบ และรับฟังความคิดเห็นของกลุ่มการเมือง และประชาชนแล้ว มีผู้ส่งความคิดเห็นมา 1,183 ความคิดเห็น มี 13 ความเห็น ที่ไม่เห็นด้วยกับทั้ง 3 รูปแบบ บางคนก็เสนอรูปแบบที่ 4 มาให้พิจารณาด้วย ซึ่งทาง กกต.ก็รับมาพิจารณาทั้งหมด โดยประมวลความคิดเห็นนำเสนอต่อ กกต.ส่วนกลางไปแล้ว
ส่วนข่าวลือที่ออกมานั้น ผมไม่รู้ว่าได้ข้อมูลมาจากไหน ถ้าหมายถึงคนที่ไม่เห็นด้วยกับทั้ง 3 รูปแบบที่ กกต.เสนอไป และได้เสนอรูปแบบใหม่มา ทาง กกต.ก็ต้องดูถึงความเหมาะสมด้วย เพราะบางคนเสนอมาเพื่อให้ได้ประโยชน์ในเขตของตนเอง อย่างเช่น บางอำเภอแบ่งเป็น 5 เขตเลือกตั้งบ้าง บางอำเภอแบ่งเป็น 3 เขตเลือกตั้งบ้าง ซึ่งขัดกับหลักเกณฑ์การแบ่งเขตเลือกตั้งที่เป็นธรรม
“ผมยืนยันว่า กกต.จังหวัดนครราชสีมา ทำงานอย่างเป็นกลางที่สุด ไม่มีใครที่จะมาบงการ หรือชี้นำได้ เราเป็นอิสระและทำตามเกณฑ์ทุกประการ ไม่มีเหตุผลที่จะทำให้ถูกใจใคร หรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ขอให้พี่น้องชาวโคราชเชื่อมั่น กกต.จังหวัดนครราชสีมา ว่าทำงานอย่างสุจริตโปร่งใสแน่นอน” ศิริชัยยืนยันเป็นกลาง
แค่แบ่งเขตเลือกตั้งก็วุ่นกันแล้ว ต้องรอดูว่าผลสรุปจาก กกต.ส่วนกลาง การแบ่งเขตเลือกตั้งของ “นครราชสีมา” จะคลอดออกมาหน้าตาอย่างไร
จะจุดชนวนให้การเลือกตั้งป่วนขึ้นไปอีกหรือไม่

