สถานีคิดเลขที่ 12 : ผู้นำอดีตทหาร : โดย ชุมฉันท์ ชำนิประศาสน์

31.10.18 | 12:20 น.

ประเด็นร้อน “ประเทศกูมี” ของไทยแลนด์ จบไปแบบเย็นลง หลังกระแสแบบไฟไหม้ฟางช่วยทำยอดคลิกเข้าชมคลิปเอ็มวีเพลงนี้พุ่งกระฉูดไปเรื่อยๆ เกินสิบล้านสิบห้าล้าน น่าจะเป็นกรณีศึกษาทางการเมืองแห่งปีเลยทีเดียว

ส่วนประเด็นร้อนของประเทศอื่นในแง่มุมการเมืองและประชาธิปไตยก็น่าเก็บมาศึกษาเช่นเดียวกัน

บราซิล เป็นประเทศที่คนไทยรู้จักเป็นพิเศษในแง่ฟุตบอล ตั้งแต่ยุคเปเล่ โรนัลโด้ จนมาถึงเนมาร์ แต่ถ้าเป็นเรื่องการเมืองอาจจะไม่คุ้นเคยนัก ที่เพิ่งผ่านมาคือการเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่ ผลออกมาว่า นายชาอีร์ โบลโซนาโร นักการเมืองนิยมขวาจัดที่ได้ฉายา “ทรัมป์สอง” และ “ดูแตร์เตแห่งบราซิล” คว้าชัยชนะ

นักการเมืองคนนี้น่าสนใจมากตรงที่เคยเป็นนายทหารระดับสูงของกองทัพ แกมักแสดงความคิดเห็นว่าอยากให้ประเทศกลับเข้าสู่ยุคของการปกครองภายใต้ทหารอยู่บ่อยๆ

ไม่เท่านั้นยังเคยพูดถึงขั้นทำให้คนฟังที่มีจิตใจปกติต้องเลิกคิ้วว่า ช่วงที่บราซิลภายใต้ระบอบเผด็จการทหาร ช่วงปี พ.ศ.2507-2528 ไม่น่าปล่อยให้เกิดสถานการณ์ “เสียของ” น่าจะฆ่ากลุ่มนักเคลื่อนไหวฝ่ายซ้ายไปให้หมดๆ ไปเลย เพราะเป็นภัยต่อชาติ

Advertisement

คุณสมบัติปากจัดและชอบพูดอะไรแรงๆ ทำให้มีกระแสต่อต้านแกไม่น้อย เมื่อช่วงเดือนกันยายนที่อยู่ระหว่างการหาเสียง แกเลยโดนคนสติไม่ค่อยดีและต่อต้านแนวคิดของแกมาก ใช้มีดแทงเข้าให้ที่ท้องจนบาดเจ็บสาหัส นอนรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลนานเกือบเดือน

แต่เหตุการณ์นั้นสื่อมวลชนรายงานว่ากลับช่วยให้เกิดคะแนนเห็นใจนายโบลโซนาโรมากขึ้น บวกกับการหาเสียงชูนโยบายทำให้กฎหมายเด็ดขาดแบบสะใจ โดยเฉพาะการใช้มาตรการรุนแรงปราบปรามผู้ค้ายาเสพติด คล้ายกับนโยบายการทำสงครามยาเสพติดของฟิลิปปินส์

ตามด้วยคำประกาศนำความสงบเรียบร้อยกลับคืนสู่ประเทศ ก้าวออกจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย ล้างปัญหาทุจริตอื้อฉาวที่รัฐบาลชุดเอียงซ้ายเคยทำไว้

นโยบายดังกล่าวนั้นยังไม่รู้จะทำได้เพียงใดแต่ก็ถูกใจชาวบราซิลที่กำลังคับแค้นใจกับรัฐบาลชุดเก่าและความวุ่นวายที่มีการโค่นอำนาจหักเหลี่ยมทางการเมือง จนนายทหารเก่าท่านนี้ชนะการเลือกตั้งในที่สุด

การเริ่มต้นรัฐบาลบทใหม่ที่พลิกมาแนวขวาชิดขอบของบราซิลครั้งนี้จะเป็นอย่างไรต่อไปจึงน่าติดตามและน่าศึกษามาก เพราะบราซิลเป็นประเทศยักษ์ใหญ่ของภูมิภาคละติน เคยส่องประกายทางเศรษฐกิจจนผงาดเป็นเจ้าภาพมหกรรมกีฬารายการใหญ่ที่สุดของโลกติดๆ กัน อย่าง ฟุตบอลโลก 2014 และโอลิมปิก ริโอเกมส์ 2016

ตอนนี้เศรษฐกิจของบราซิลก็ไม่สู้ดี และไม่ดีพอที่จะข่มชาติรัฐบาลฝ่ายซ้ายอย่างเวเนซุเอลา ซึ่งเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจติดต่อมาหลายปีได้

เมื่ออดีตทหารขึ้นมาเป็นผู้นำจะช่วยกู้สถานการณ์ให้ดีขึ้นได้หรือไม่ยังไม่รู้ แต่อย่างน้อยสิ่งที่ทำให้บราซิลยังไม่เสียศูนย์คือมีการเลือกตั้งแทนที่จะเป็นรัฐประหาร

ชุมฉันท์ ชำนิประศาสน์