รายงาน : แนวโน้ม การเมือง จาก เดินคารวะ แผ่นดิน ถึง ‘ประเทศกูมี’

31.10.18 | 13:00 น.

เหมือนกับปรากฏการณ์ “ประเทศกูมี” ที่ทะลุยอดวิว 20 ล้าน กับ เสียงร้องตะโกนใส่หน้า “โกหกแล้ว” ในขบวน “เดินคารวะแผ่นดิน” ที่สีลม

จะเป็นคนละเรื่อง คนละกรณี

แต่ถามว่า การเดินคารวะแผ่นดินของพรรครวมพลังประชาชาติไทยต้องการอะไร ต้องการสมาชิก ต้องการตรวจสอบอุณหภูมิทางสังคม

จึงได้ย้อนไปยังบรรยากาศ “มวลมหาประชาชน” จึงเริ่มต้นจากปากคลองตลาด ต่อเนื่องไปยังวรจักร ต่อเนื่องไปยังเยาวราชและก็ลงเอยที่สีลม อันเคยกึกก้องด้วยเสียง “นกหวีด”

แล้วผลเป็นอย่างไร

Advertisement

ผลก็เป็นเช่นเดียวกับยอดวิวต่อเพลง “ประเทศกูมี” ที่ทะยานขึ้นอย่างรวดเร็วจากเพียงหลักหมื่นในวันที่
13 ตุลาคม กลายเป็น 20 ล้านในวันที่ 29 ตุลาคม

อย่าลืมว่าคำแปลของ RAD คือ แร็พต่อต้านเผด็จการ

หากประเมินท่าทีในห้วง 2-3 วันอันดังมาจากภายในทำเนียบรัฐบาล อันดังมาจากสำนักเลขาธิการ คสช.
อันดังมาจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ก็จะเห็นอาการ “พลิกกลับ”

น้ำเสียงที่บอกว่าเป็นการ “ทำร้ายประเทศ” น้ำเสียงที่ยืนยันว่า “ผิดแน่” และกำลังรอ “หมายจับ” อยู่ ได้เกิดการแปรเปลี่ยน

แปรเปลี่ยนเหมือนที่สัมผัสจาก “มวลมหาประชาชน”

อาการยืนกอดอกอย่างเฉยเมยที่ปากคลองตลาดขณะที่ผู้นำ “มวลมหาประชาชน” ยกมือไหว้นับว่าเด่นชัดอย่างที่สุด

ทั้งนี้ แทบไม่ต้องตรวจสอบจากเสียงตะโกน “โกหกแล้ว”

ปฏิกิริยาไม่ว่าจะเห็นจาก 20 ล้านวิว ปฏิกิริยาไม่ว่าจะเห็นจากชาวบ้านปากคลองตลาด เยาวราช และสีลม
ไม่มีอย่างแน่นอนจากเดือนพฤษภาคม 2557-เดือนพฤษภาคม 2560

แต่เมื่อผ่านเดือนพฤษภาคม 2561 ก็เริ่มเห็น เริ่มรับรู้

ถามว่าปฏิกิริยาที่เห็นผ่านปฏิบัติการ “เดินคารวะแผ่นดิน” กับ ปฏิกิริยาที่สัมผัสผ่าน 20 ล้านวิวและ “ประเทศกูมี” จะส่งผลอะไรต่อ “การเลือกตั้ง”

นั่นก็ขึ้นอยู่กับว่า จะมองจากมุมใด

หากมองจากมุมของพรรครวมพลังประชาชาติไทย หรือมองจากมุมของพรรคประชาชนปฏิรูป ก็อาจไม่ระคายเคือง

แต่หากมองจาก เพื่อไทย เพื่อธรรม เพื่อชาติ ก็ตรงกันข้าม

ยิ่งหากมองจาก พรรคอนาคตใหม่ ประสานเข้ากับ พรรคประชาชาติ ยิ่งเห็นแตกต่างไปจากพรรคประชาชนปฏิรูป พรรครวมพลังประชาชาติไทย อย่างสิ้นเชิง

พรรคการเมืองต้องจับ “อารมณ์” ในทางสังคมให้ได้

ไม่ว่าจะเป็นพรรคชาติไทยพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นพรรคภูมิใจไทย ไม่ว่าจะเป็นพรรคชาติพัฒนา ย่อมกระสาต่อแต่ละจังหวะก้าวได้เป็นอย่างดี

และก็พอมองออกว่าผลในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 จะเป็นอย่างไร

หากนับจากเดือนพฤศจิกายน 2561 ผ่านเดือนธันวาคม ไปยังเดือนมกราคม และเดือนกุมภาพันธ์ 2562 เหลือเวลาเพียง 4 เดือนเท่านั้น

เป็น 4 เดือนอันทรงความหมายยิ่ง

ทรงความหมายต่อความล่าช้าของ คสช.ที่จะ “ปลดล็อก” ทรงความหมายต่อความกระตือรือร้นของแต่ละ “พรรคการเมือง” ที่จะเข้าสู่สมรภูมิ

ทุกการเคลื่อนไหวย่อมอยู่ในสายตาประชาชน