ตร.แถลงยิบเครือข่าย 8 ผู้ต้องหา เพจ “เรารัก พล.อ.ประยุทธ์” โยง “ตู่ -จตุพร” บก.ลายจุด

พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. พล.ต.วิจารณ์ จดแตง และ พ.อ.บุรินทร์ พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบก.สยศ.พร้อมคณะร่วมกัน แถลงข่าวข่าวต่อสื่อมวลชน กรณีจับกุม 8 ผู้ต้องหา ความผิดมาตรา 116 เครือข่าย เพจ "เรารักพล.อ.ประยุทธ์"

ตร.แถลงยิบเครือข่าย 8 ผู้ต้องหา เพจ”เรารักประยุทธ์” โยง “ตู่ -จตุพร” บก.ลายจุด – 2 ราย ณัฏฐิกา -หฤษฎ์ โดนข้อหา ม.112 เพิ่ม

เมื่อเวลา 18.00 น.วันที่ 28 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. พล.ต.วิจารณ์ จดแตง และ พ.อ.บุรินทร์ พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบก.สยศ.พร้อมคณะร่วมกัน แถลงข่าวข่าวต่อสื่อมวลชน โดยพล.ต.ต.ชยพล กล่าวว่า จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงพบการกระทำการที่เป็นการต่อต้านการทำงานของ คสช.รวมถึงรัฐบาล และผู้นำรัฐบาล โดยมีภาพและข้อความถูกเผยแพร่ทางเพจเฟซบุ๊กต่างๆ ซึ่งข้อความเหล่านั้นส่งผลให้เกิดความกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ในระดับที่จะก่อให้เกิดความไม่สงบขึ้น มีการยุยงปลุกปั่น โดยทางเจ้าหน้าที่ได้สืบสวนติดตามจนพบว่ากลุ่มผู้ต้องหาได้ร่วมกันกระทำผิดดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่ทหาร ได้เชิญตัวผู้ที่เกี่ยวข้องมาซักถามปากคำ และได้ส่งตัวมามอบให้พนักงานสอบสวนรับไว้ดำเนินคดี โดยทาง พล.ต.วิจารณ์ ได้เข้าร้องทุกข์ต่อ บก.ป.เพื่อดำเนินคดี ซึ่ง พล.ต.อ.ศรีวราห์ ได้รับมอบตัวและควบคุมการสอบสวนดำเนินคดีด้วยตนเอง และทางผู้ต้องหาก็มีความประสงค์จะขอให้ทางสภาทนายความ จัดทนายความเข้ามาร่วมรับฟังการสอบสวนและดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย

พล.ต.ต.ชยพล กล่าวต่อว่า ส่วนรายละเอียดพฤติการณ์ นั้น สืบเนื่องจากมีกลุ่มบุคคลกลุ่มหนึ่งแบ่งการทำงานออกเป็นขั้นตอน มีผู้บงการ มีผู้รับคำสั่ง มีหัวหน้า มีผู้ปฏิบัติในการทำเว็บเพจขึ้นมา โดยเริ่มจากผู้สั่งการคือ นายชัยธัช ต่อด้วยนายหฤษฎ์ ที่ทำเพจ “เรารัก พล.อ.ประยุทธ์ และเพจ ยูดีดีไทยแลนด์ ได้รับคำสั่งจากนายชัยธัช ได้เงินเดือนๆ ละ 28,000 บาท โดยนายหฤษฎ์ เป็นผู้คัดเลือกข้อมูลกำหนดแนวทางให้ น.ส.ณัฏฐิกา ก็จะมีทีมงาน 6 คน ประกอบด้วย นายนพเก้า ซึ่งดูแลเว็บเพจ “เรารัก พล.อ.ประยุทธ์” ประกอบข้อความส่งให้ น.ส.ณัฏฐิกา วรธัยวิชญ์ หรือนัท มีการสื่อสารถึงกันทางช่องทางพิเศษ โดยจะได้รับเงินเดือน 16,000 บาท

พล.ต.ต.ชยพล กล่าวอีกว่า รายต่อมา คือ นายวรวิทย์ จะทำหน้าที่อัพโหลดข้อความเข้าไปในเพจกลุ่มดังกล่าว ได้รับเงินเดือนจาก น.ส.ณัฏฐิกา ได้รับเงินเดือน 16,000 บาท ส่วนนายโยธิน ทำหน้าที่ตรวจสอบการโพสข้อความในเว็บเพจยูดีดี ไทยแลนด์ ได้รับเงินเดือน 18,000 บาท ต่อไปคือ นายธนวรรธน์ ทำหน้าที่ดูแลเพจพีซทีวี เป็นโปรดิวเซอร์ แต่ไม่ได้รับเงินเดือนจากน.ส.ณัฏฐิกา เนื่องจากมีหนี้สินต่อกัน จึงทำงานใช้หนี้แทน ขณะที่ นายศุภชัย ทำหน้าที่ดูแลเพจ “เรารัก พล.อ.ประยุทธ์” เช่นกัน มีหน้าที่ตัดต่อรูปและส่งต่อข้อมูลให้น.ส.ณัฏฐิกา เพื่อโจมตีการทำงานของ คสช.ได้รับเงินเดือนๆ ละ 17,000 บาท

พล.ต.ต.ชยพล กล่าวอีกว่า จากผังจะเห็นว่านายจตุพร พรหมพันธ์ จ้างให้นางณัฎฐิกา ดูแลเว็บ สำหรับ นส.ณัฏฐิกา ทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลเพจ “เรารัก พล.อ.ประยุทธ์” และเป็นแอดมินเพจ ทั้งหมด 6 แห่ง ได้แก่ เว็บเพจ จตุพร พรหมพันธ์ (Jatuporn Prompan) , พีซทีวี (Peace TV.) ,เรารัก พล.อ.ประยุทธ์ , ยูดีดี ไทยแลนด์ (UDD Thailand) , เรด อินเทลิเจนซ์ (Red intelligence) และ เรด เดมอคเคซี่ (Red democracy) นอกจากนี้แล้วยังรับจ้างทำเว็บเพจให้กับ นายสมบัติ บุญงามอนงค์ ในช่วงที่มีการชุมนุมของกลุ่ม กปปส.โดยได้รับค่าจ้างจากนายหฤษฎ์ เดือนละ 110,000 บาท แล้วนำมาแจกจ่ายให้สมาชิกตามที่ระบุไว้ โดยจะเหลือเงินไว้ใช้จ่ายจำนวน 25,000 บาท

“พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งผู้ร้องทุกข์ บันทึกซักถามต่างๆ ที่ทหารส่งมา และสอบปากคำผู้ต้องหาทั้งหมด อย่างไรก็ดี ในส่วนของ นายหฤษฎ์ และ นส.ณัฏฐิกา นั้น จากการตรวจสอบเว็บเพจส่วนบุคคลยังพบว่ามีการกล่าวก้าวล่วงไปยังสถาบันเบื้องสูง ซึ่งทาง พล.ต.วิจารณ์ ได้พิจารณาแจ้งข้อหาเพิ่มเติมในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 อีกด้วย” พล.ต.ต.ชยพล กล่าวและว่า การดำเนินการทั้งหมดทำอย่างรัดกุม และเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย ซึ่งหลังจากนี้ก็จะคุมตัวไปขออำนาจศาลทหารกรุงเทพ ฝากขังผู้ต้องหาทั้งหมดต่อไป

จากการสอบสวนนายกัณสิทธิ์ ให้การรับสารภาพ ส่วนผู้ต้องหาที่เหลือให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยจะขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น ขณะที่ในส่วนของจำนวนเงินที่ผู้ต้องได้รับเป็นค่าจ้างนั้น ทุกคนให้การรับสารภาพว่ารับเงินเป็นทอดๆจริง แต่จำนวนไม่ตรงกับที่มีการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน โดยมีเพียงนายหฤษฎ์เพียงคนเดียว ที่ปฏิเสธว่าไม่ได้รับเงินค่าจ้างใดๆทั้งสิ้น

นส.ณัฏฐิกา กล่าวว่า ส่วนของค่าจ้างที่อ้างว่าตนได้รับนั้น ยืนยันว่าตนรับเงินจริง แต่รับจากบริษัทพีซ ทีวี ในการดูแลเพจ จตุพร พรหมพันธ์ (Jatuporn Prompan) และเพจพีซทีวี เป็นจำนวน 20,000 บาท ต่อเดือนเท่านั้น ส่วนที่ตนและนายหฤษฎ์ถูกดำเนินคดีเพิ่มเติมในความผิด ป.อาญา มาตรา 112 นั้น ตนข้องใจ เพราะตนและนายหฤษฎ์รู้จักกันผ่านเฟซบุ๊ก ไม่ได้สนิทสนมกันมาก่อน ซึ่งในการติดต่อกันพวกตนก็ไม่ได้พูดจาก้าวล่วงเบื้องสูงแต่อย่างใด เหตุใดจึงถูกดำเนินคดีหมิ่นสถาบันฯ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon