จากกรณีเมื่อวันที่ 27 ต.ค.ที่ผ่านมา พ.ต.ท.มิตรชัย บุญล้ำ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองยโสธร ได้นำตัว น.ส.ละม่อม เรืองรัมย์ อายุ 49 ปี บ้านตาไก้ ต.เมืองไผ่ อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ มายื่นคำร้องขอผัดฟ้องครั้งที่ 1 ผู้ต้องหาในคดีร่วมกันฉ้อโกงแสดงตนเป็นบุคคลอื่น ต่อศาลจังหวัดยโสธร ซึ่งเป็นคดีอาญาหมายเลขดำที่ ฝ.1009/2561 โดยศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ฝากขังครั้งที่ 1 เป็นเวลา 12 วัน พนักงานสอบสวนไม่คัดค้านการประกัน
ล่าสุดเมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 1 พฤศจิกายน ที่ห้องควบคุมตัวผู้ต้องหาใต้ถุนศาลจังหวัดยโสธร ผู้สื่อข่าวรายงานว่าส่วนบริการการประชาชนและประชาสัมพันธ์ศาลจังหวัดยโสธรได้รับการประสานจากสำนักงานยุติธรรมจังหวัดยโสธร ขอให้จัดทำคำขอร้องขอให้ปล่อยชั่วคราว น.ส.ละม่อม ผู้ต้องหา ในระหว่างสอบสวนโดยเรือนจำจังหวัดยโสธร เป็นผู้จัดให้ผู้ต้องหาลงลายมืชื่อในคำร้องและรับรองลายมือชื่อ โดยมีบุตรของผู้ต้องหา จำนวน 2 คน เป็นบุคคลอ้างอิง ก่อนนำคำร้องเสนอต่อศาลเพื่อพิจารณา
ศาลจังหวัดยโสธรพิจารณาแล้วเห็นว่าพฤติการณ์ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ ซึ่งคดีมีอัตราโทษไม่เกิน 5 ปี และไม่ปรากฎว่าผู้ต้องหามีพฤติการณ์หลบหนี ประกอบกับเป็นคนยากจน เห็นควรให้ปล่อยชั่วคราวโดยใช้อุปกรณ์อิเลกทรอนิกส์หรือEM
ต่อมาเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เรือนจำจังหวัดยโสธรได้นำตัว น.ส.ละม่อม ผู้ต้องหากลับไปที่เรือนจำเพื่อรอเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองยโสธรมาอายัดตัวเพื่อรอเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก จ.ระยอง ดำเนินการรับผู้ต้องหาในคดี ร่วมกันฉ้อโกงแสดงตนเป็นบุคคลอื่น เหตุเกิดในพื้นที่ จ .ระยอง
น.ส.นาฬิกา เรืองรัมย์ อายุ 21 ปี ลูกสาวของผู้ต้องหาเปิดเผยว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองยโสธร ได้ไปจับกุมตัวแม่ เมื่อเวลา17.00 น. วันที่ 25 ต.ค.ที่ผ่านมา จากนั้นตำรวจส่งตัวแม่มาที่ยโสธร ซึ่งตนได้ติดต่อขอความจากกระทรวงยุติธรรมเพื่อขอเงินประกันตัวแม่ เจ้าหน้าที่จึงให้ติดต่อมาที่ยุติธรรม จ.ยโสธร กระทั่งเจ้าหน้าที่ยุติธรรมจังหวัดได้โทรมาแจ้งว่าศาลอนุญาตให้ประกันตัวแม่โดยใช้อุปกรณ์อิเลกทรอนิกส์ หรือEM ซึ่งหลังจากที่แม่ได้รับการปล่อยชั่วคราวแล้วนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้อายัดตัวแม่ได้อีกเพื่อรอส่งตัวแม่ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จ.ระยอง ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงแสดงตนเป็นบุคคลอื่น เหตุเกิดในพื้นที่ จ .ระยอง ซึ่งตนก็จะทำเรื่องขอปล่อยชั่วคราวต่อศาลจังหวัด ระยองด้วย
น.ส.นาฬิกา กล่าวต่อว่าในช่วงเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ได้มีนางฝน เป็นคนในตำบลเดียวกัน ขี่รถจักรยานยนต์มาหา อ้างว่าจะมีคนมาช่วยเหลือ ช่วยทำบ้านให้ใหม่ และช่วยค่าใช้จ่ายภายในครัวเรือน แต่ต้องไปเปิดบัญชีธนาคาร แม่ตนจึงหลงเชื่อตัดสินใจ เข้าตัวอำเภอไปกับนางฝนเพื่อขอเปิดบัญชีธนาคาร 2 บัญชี และเปิดซิมโทรศัพท์ 2 เบอร์โดยนางฝนให้แม่ไว้หนึ่งเบอร์ และไม่ได้เอกสารหรือสมุดบัญชีใดๆ กลับมาด้วย จากนั้นไม่นานได้มีหมายเรียกมาหาที่บ้านแต่เพราะแม่ป่วยและยากจนพักอาศัยอยู่ในกระท่อม กระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับดังกล่าว
“หนูขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ให้การช่วยเหลือ แต่ถ้าเป็นไปได้อีกขอให้ช่วยหนูอีกครั้งให้แม่ได้รับการปล่อยชั่วคราวจากศาลจังหวัดระยองด้วย เพื่อแม่หนูจะได้ออกมาเพื่อหาหลักฐานต่อสู้คดี และแม่ไม่ใช่คหลอกลวง”น.ส.นาฬิกา กล่าวทั้งน้ำตา

