ประธาน ป.ป.ช.รับวุ่น สภามหาลัยจ่อลาออก ไม่อยากยื่นบัญชีทรัพย์สิน จ่อถกด่วนที่ประชุมใหญ่พรุ่งนี้
เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่บรรดาประธานสภามหาวิทยาลัยเตรียมลาออกจากตำแหน่ง หลัง ป.ป.ช.ประกาศต้องยื่นแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของเจ้าหน้าที่รัฐว่า ขณะนี้เรากำลังรับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนต่างๆ และรอรับหนังสือแสดงความคิดเห็นอย่างเป็นทางการจากสภามหาวิทยาลัยต่างๆ หลังจากที่ได้ทราบอย่างไม่เป็นทางการจากสภามหาวิทยาลัยว่ามหาวิทยาลัยต่างๆ รวมถึงมหาวิทยาลัยราชภัฏทุกแห่ง จะส่งหนังสือทักท้วงมาถึง ป.ป.ช. จากนั้น ป.ป.ช.จะรับไว้พิจารณา
ทั้งนี้ เบื้องต้นได้ชี้แจงไปว่า จะต้องปฏิบัติตามข้อกฎหมาย เนื่องจากเป็นบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ แต่หากพบว่ามีเหตุผลที่สามารถรับไว้พิจารณาได้ ก็จะต้องพิจารณา ซึ่งยังมีเวลา เนื่องจากประกาศฉบับดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 2 ธันวาคมนี้
พล.ต.อ.วัชรพลกล่าวว่า ตอนนี้กฎหมายเขียนไว้อย่างไร เราก็ต้องปฏิบัติตามนั้น ไม่มีทางเป็นอย่างอื่น ซึ่งกฎหมายใหม่บัญญัติให้เจ้าหน้าที่รัฐทุกคนต้องยื่นแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน โดยระดับสูงต้องยื่นต่อ ป.ป.ช. ส่วนที่เหลือยื่นต่อผู้บังคับบัญชาเพื่อให้เกิดความโปร่งใส ดังนั้น เจ้าหน้าที่รัฐกว่าล้านคน ในอนาคตจะต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินทุกคนเพื่อความโปร่งใส
ผู้สื่อข่าวถามว่าสภามหาวิทยาลัยขอให้ทบทวนและยกเลิกให้ผู้บริหารในสภามหาวิทยาลัยยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สิน และหนี้สินต่อ ป.ป.ช. ประธาน ป.ป.ช.กล่าวว่า กฎหมายไม่เปิดโอกาสให้เราทำเช่นนั้น เพราะถ้าทำได้คงไม่ออกประกาศดังกล่าวตั้งแต่ต้น เนื่องจากกฎหมายบัญญัติว่า ผู้บริหารระดับสูงจะต้องยื่นแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน แม้รู้ว่าจะมีปัญหาตามมาเช่นในกรณีนี้ ที่จะให้ส่งผลมีการลาออกจากตำแหน่ง ทำให้หน้าที่การงานต้องสะดุดหยุดลง ดังนั้น จึงต้องหาหนทางอย่างอื่นว่าจะทำอย่างไรได้บ้าง หากไม่สามารถแก้ไขได้ ก็อาจต้องเลื่อนระยะเวลาการยื่นในช่วงเริ่มต้นนี้ เพื่อให้ทุกอย่างลงตัวมากขึ้น เราเข้าใจถึงปัญหาดี แต่ก็ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561
พล.ต.อ.วัชรพลกล่าวว่า ทั้งนี้ ป.ป.ช.จะรายงานปัญหาดังกล่าวให้รัฐบาล และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) รับทราบต่อไป พร้อมกับประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาทางออก ไม่ใช่ว่าเราไม่รับฟัง โดยในการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ในวันอังคารที่ 6 พฤศจิกายนนี้ จะมีการหยิบยกปัญหาดังกล่าวเข้าหารือในที่ประชุมเป็นเรื่องเร่งด่วนด้วย
พล.ต.อ.วัชรพลกล่าวว่า เรื่องนี้ต้องมีทางออกอยู่แล้ว เรารับฟังความคิดเห็นทุกฝ่าย ไม่ใช่ว่าประกาศออกมาแล้วก็ปิดบ้านทันที ส่วนจะขอให้คสช.ใช้มาตรา 44 หรือไม่นั้น จะต้องมาพิจารณาอย่างถี่ถ้วนเสียก่อนว่า ควรจะมีทางออกอย่างไร เพราะเจตนารมณ์ของกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่เขียน พ.ร.ป.ป.ป.ช.เกี่ยวกับการแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินนั้นเพื่อต้องการให้เกิดความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ส่วนทางออกจะเป็นอย่างไรจะชี้แจงให้สาธารณชนได้ทราบต่อไป

