สถานีคิดเลขที่ 12 : อเมริกาเลือกตั้ง

7.11.18 | 09:00 น.

ระหว่างที่ประเทศไทยยังง่วนอยู่กับการตามยึดปฏิทินคนหนีคดี มหาอำนาจสหรัฐ
อเมริกา ก็เข้าสู่ศึกการเลือกตั้งกลางเทอมแล้ว

เป็นสองปีต่อจากการเลือกตั้งประธานาธิบดี 2016 หลังจาก โดนัลด์ ทรัมป์ นักการเมืองนิยมขวาเข้มข้น คว้าชัยชนะปาดหน้านางฮิลลารี คลินตัน ไปอย่างพลิกความ
คาดหมายของผู้คนส่วนใหญ่

ช่วงสองสามปีมานี้ เหล่าประชาชนแห่ง “ประเทศเรามี” ได้แต่ดูความเคลื่อนไหวทางการเมืองในประเทศประชาธิปไตย ผ่านการเลือกตั้งไปแล้วหลายประเทศ

แม้หลายๆ แห่งจะเคลื่อนไปในทิศทางแปลกๆ ทั้งแปลกใหม่ และแปลกประหลาด
แต่อย่างน้อยที่สุดคือไม่มีผู้มาแสดงตนเก่งกาจยึดอำนาจจากประชาชนเอาไปคิดเองทำเอง

สำหรับอเมริกา การเลือกตั้งกลางเทอม เป็นขั้นตอนหนึ่งของการคานอำนาจระหว่างฝ่ายบริหารกับฝ่ายนิติบัญญัติ

Advertisement

หลังปล่อยให้ผู้ชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีบริหารประเทศมาครึ่งทางแล้ว ถ้าประชาชนส่วนใหญ่เห็นว่าดูไม่เข้าท่า และมีแนวโน้มไม่เข้าที ก็หันไปเลือกพรรคฝั่งตรงข้ามเพื่อเข้าไปเบรกรัฐบาลได้ในด้านการออกกฎหมาย กระทั่งผ่านพ้นไปจนหมดสมัยแล้ว จึงค่อยเลือกผู้นำกันใหม่

แต่ถ้าเห็นดีด้วย ก็เลือกพรรครัฐบาลเข้าไปสนับสนุน เพื่อให้รัฐบาลใช้กลไกทางกฎหมายได้เต็มที่

หากดูจากสถิติการเลือกตั้งกลางเทอม 21 ครั้ง นับแต่ปี ค.ศ.1934 เป็นเรื่องยากมากสำหรับพรรคฝ่ายที่ประธานาธิบดีสังกัดอยู่จะได้ผู้แทนเพิ่ม หลังมีเพียง 3 ครั้งในสภาล่าง และ 5 ครั้งในสภาสูง

สำหรับผลการเลือกตั้งกลางเทอมครั้งของสหรัฐออกมาเป็นอย่างไร วันพุธที่ 7 พฤศจิกายน ตามเวลาไทย น่าจะรู้กันแล้ว ว่าผลเลือกตั้งสภาล่าง 435 คน สภาสูง 35 คน และผู้ว่าการรัฐ 36 คน พรรคใดจะชนะ

เห็นได้ว่าไม่ว่าตำแหน่งการเมืองอะไร สหรัฐใช้วิธีเลือกตั้งทั้งสิ้น

ส่วนถ้าเลือกเสร็จแล้ว ถึงจะไปเลือกใครมาร่วมทีมทำงาน ก็ล้วนอยู่ในสายตาและการตรวจสอบของประชาชน ดังนั้น ต่อให้ไปเลือกคนสนิท เลือกญาติ หรือเลือกเพื่อนก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่

ประเด็นที่น่าสนใจอีกเรื่องในการเลือกตั้งครั้งนี้คือมีผู้หญิงลงรับสมัครเลือกตั้งกันเยอะมาก โดยเฉพาะจากพรรคเดโมแครต

นักวิเคราะห์เชื่อว่าเป็นอารมณ์ค้างมาตั้งแต่นางฮิลลารีพ่ายเลือกตั้ง อดสร้างประวัติเป็นประธานาธิบดีหญิงคนแรกของอเมริกา อีกทั้งยังได้กระแส #MeToo ที่มีผู้หญิงกล้าเปิดตัวว่าตนเองตกเป็นเหยื่อทางเพศ

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายนายทรัมป์ที่ทุ่มทุนช่วยพรรครีพับลิกันหาเสียง เพื่อให้มาเป็นแนวร่วมสนับสนุนงานบริหารของตนในอีกสองปีข้างหน้านี้ ก็พยายามจะสร้างปรากฏการณ์ให้ได้แบบการคว้าชัยครั้งก่อน ด้วยการยกผลงานปลุกเศรษฐกิจให้คึกคักตามนโยบายอเมริกาต้องมาก่อน พร้อมด้วยการกีดกันผู้อพยพเข้าประเทศ

ถึงขั้นส่งทหารหลายพันและว่าจะให้เกินหมื่นไปตรึงชายแดนไว้แน่นอนว่าผู้นิยมขวาน่าจะต้องชื่นชอบนโยบายอันดุดันนี้ และน่าจะไปลงคะแนนให้นายทรัมป์ไม่น้อย

บรรดาดาราฮอลลีวู้ดหลายคนที่ไม่ชอบนายทรัมป์จึงหวั่นใจว่าที่คิดว่าเดโมแครตจะชนะอาจแห้วอีกก็ได้ จึงพยายามรณรงค์ให้ประชาชนออกมาเลือกตั้งเยอะๆ

ไม่ยักมีใครเป่านกหวีดต่อต้านการเลือกตั้ง

 

ชุมฉันท์ ชำนิประศาสน์