09.00 INDEX ทิศทาง ของ ประชาธิปัตย์ ทิศทาง สุเทพ เทือกสุบรรณ

สุเทพ

แถลงอันมาจากทั้ง นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ และ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช
ที่ว่า คำประกาศพรรคประชาธิปัตย์ต่อ ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร
ไม่มี “เบื้องหลัง”

เป้าหมายอาจเพื่อ “ตอบโต้” และ “แย้ง” ต่อรายงานจาก “แหล่งข่าว”ลับ-ลับจากศาลากรุงเทพมหานคร
ยืนยัน “ประชาธิปัตย์” ทำอย่าง “ตรงไปตรงมา”

ยืนยัน สายสัมพันธ์ระหว่าง “ประชาธิปัตย์” กับ ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร เป็น”ปัญหา”จริงๆ
เรื่องนี้จึงไม่เกี่ยวกับ ทฤษฎี “สมคบคิด”

แม้ว่าความจำเป็นต้อง “ตัดเชือก” มาจากการยืนยันโดย “คสช.” ไม่ให้มีการประชุมพรรคอย่างเด็ดขาด
แม้ว่าบทบาท “คสช.” เท่ากับ “ต่ออายุ”ให้ ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร

แม้ว่าคำยืนยัน “คสช.” ทำให้ไม่เพียงแต่ “ประชาธิปัตย์” ไม่สามารถประชุมพรรค
อันส่งผลให้กลายเป็น “มติ” ซึ่งมิใช่ “มติพรรค”

รูปธรรมและความสนใจของ “สังคม” จึงมองไปยังกระบวนการเดินทางไปยัง “เกาะสมุย” เป็นพิเศษ
ไม่ว่าของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
ไม่ว่าของ ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร

ทั้ง 2 ล้วนมี “เป้าหมาย” อย่างเดียวกัน คือ การไปร่วมงานที่ นายสุเทพ เทือกสุ บรรณ เป็นหัวเรือใหญ่
เท่ากับเป็นการชู “บทบาท” ของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ “สูงเด่น”

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ “ตัวจริง” จึงมิใช่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หากแต่คือ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ
บทสรุปนี้ “เจ็บปวด” แต่ก็เป็น “ความจริง”

เรียกตามสำนวนของ “ศรีบูรพา” ก็ต้องว่า เป็นความจริงอันร้ายกาจ เป็นความจริงอันแน่แท้
ความจริงของการเมืองปัจจุบัน ความจริงของพรรคประชาธิปัตย์

จากนี้เป็นต้นไป ไม่ว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ จะดำรงตนอย่างไรในทางการเมืองแต่สถานะของเขามีอยู่อย่างแน่นอน
นั่นก็คือ “สถานะ” แห่ง “ตัวจริง”

สถานะนี้ปรากฏให้เห็นตั้งแต่เมื่อ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เดินออกจากพรรค ประชาธิปัตย์มาจัดตั้ง “กปปส.”ปลายปี 2556
แม้ตำแหน่งหัวหน้าพรรคจะเป็นของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

แต่ศักย์แห่ง “การนำ” มิได้อยู่ในมือของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แต่อย่างใด เพราะหูทุกหูคอยเงี่ยฟังจาก นายสุเทพ เทือกสุบรรณ
การขับเคลื่อน”กปปส.”มาจากอดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์

แม้กระทั่งการขับเคลื่อนเพื่อให้ช่วยเหลือและเยียวยา “ยางพารา” ล่าสุดที่สำเร็จได้ก็เพราะ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ
ไม่ใช่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

หาก นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ไม่ต่อสายพูดคุย ทำความเข้าใจกับ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ผลจะออกมาอย่างนี้หรือ
และเมื่อ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ โอเค การชุมนุมก็เงียบสงบ

การออกมาร้องเอะอะโวยวายผ่าน นายถาวร เสนเนียม ผ่าน นายเจือ ราชสีห์ ก็ยุติ
ยุติเหมือนกับที่ “ชาวสวนยางพารา” วางมือ

อนาคตของพรรคประชาธิปัตย์จึงมิได้ขึ้นอยู่กับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จึงมิได้ขึ้นอยู่กับ ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร แต่อย่างใด
หากขึ้นอยู่กับ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ว่าจะ “เอา”ยังไง
หากขึ้นอยู่กับ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ จะต่อสายไปพูดคุยกับ “คนใหญ่”ในคสช.ยังไง
นี่คือ ทิศทางของ”ประชาธิปัตย์”

บทความก่อนหน้านี้กรธ.ถกบทเฉพาะกาลสัปดาห์นี้ อึกอัก! เพิ่มอำนาจศาล รธน.แก้วิกฤติ
บทความถัดไปThe Hel(l)met show EP.67 : “ลูกเทพ” อุ้มผีอุ้มรัก ยึดเหนี่ยวใจคนยุคใหม่ในวิธียุคเก่า