หน้าแรก การเมือง ตามคาด! ไทยรั...

ตามคาด! ไทยรักษาชาติ เลือก ‘ปรีชาพล’ นั่งหัวหน้า ชูรุ่นใหม่เคลื่อนประเทศ-หนุนปชต.

7.11.18 | 17:07 น.

พรรคไทยรักษาชาติ เลือก ‘ปรีชาพล’ นั่งหัวหน้า ชูคนรุ่นใหม่พัฒนาประเทศ เบื่อคนแก่ ไม่ฟังใคร ลั่น พร้อมเป็นนายกฯและร่วมงานกับฝ่ายประชาธิปไตย

เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 15.45 น. ที่ประชุมพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) มีมติเลือกคณะกรรมการบริหารพรรค ประกอบด้วย ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรค ส่วนรองหัวหน้าพรรค ประกอบด้วย นายฤภพ ชินวัตร น.ส.สุณีย์ เหลืองวิจิตร นายพฤฒิชัย วิริยะโรจน์ นพ.พงษ์ศักดิ์ ภูสิทธิ์สกุล ส่วนเลขาธิการพรรค คือนายมิตติ ติยะไพรัช รองเลขาธิการพรรค ประกอบด้วย นายต้น ณ ระนอง นายคณาพจน์ โจมฤทธิ์ นายวิม รุ่งวัฒนจินดา

กรรมการบริหารพรรค ประกอบด้วย นายรุ่งเรือง พิทยศิริ นายจุลพงษ์ โนนศรีชัย ส่วนนายทะเบียนสมาชิกพรรค คือ น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ นายพงษ์เกษม สัตยาประเสริฐ เป็นโฆษกพรรค นางวรรษมล เพ็งดิษฐ์ เป็นเหรัญญิกพรรค

สำหรับคณะกรรมการสรรหาผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค มีทั้งหมด 11 คน ประกอบด้วย ร.ท.ปรีชาพล น.ส.สุณีย์ นายมิตติ นายพฤฒิชัย นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด น.ส.กฤษณา สีหลักษณ์ นายพิชิต ชื่นบาน พล.ต.ต.สุรสิทธิ์ สังขพงศ์ นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล นายวราวุธ ยันต์เจริญ และ น.ส.สุทิษา ประทุมกุล

ร.ท.ปรีชาพลขึ้นกล่าวบนเวทีว่า หลังจากนี้จะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค และคณะกรรมการเลือกผู้สมัคร ส.ส.เพื่อวางกรอบการทำงานร่วมกับคณะที่ปรึกษาซึ่งมีประสบการณ์ในหลายสาขาอาชีพ เพื่อนำแนวความคิดของพรรคเสนอต่อประชาชน และเสนอในการประชุมของพรรคที่จะเกิดขึ้นในเวลาอันใกล้นี้ วันนี้เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนของพรรค ทษช.ว่าเราพร้อมที่จะรับใช้พี่น้องประชาชน และประเทศชาติ พรรค ทษช.จะเชื่อมโลกและคนเพื่อพัฒนาประเทศ เราเป็นพรรคที่เน้นนโยบายด้านเทคโนโลยี เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน นำความทันสมัยมาเพิ่มขีดความสามารถของประเทศ เราเป็นพรรคที่รวบรวมความคิดคนรุ่นใหม่ ทันสมัย พร้อมกับมีความคิดของคนทุกรุ่น

Advertisement

ร.ท.ปรีชาพลกล่าวว่า คนรุ่นใหม่ในพรรคเห็นว่ามีช่องว่างที่เราสามารถเข้าไปเติมเต็ม โดยเราจะเป็นตัวเชื่อม เราจะไม่ยอมให้ประชาชนชาวไทยตกยุค และจะไม่ยอมทิ้งใครไว้ข้างหลังเป็นอันขาด คณะกรรมการบริหารพรรคขอให้คำมั่นสัญญาว่า เราจะเดินไปพร้อมพร้อมกัน แต่จะจับมือและไม่ทิ้งกัน เพราะเมื่อโลกก้าวไกล ไทยต้องก้าวทัน

ร.ท.ปรีชาพลให้สัมภาษณ์ว่า พรรค ทษช. เป็นการผสมผสานของคนทุกรุ่น ที่เห็นตรงกันว่าประเทศไทยรอไม่ได้แล้ว โดยเราจะนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ เชื่อว่าเราจะสามารถทำนโยบายที่สามารถตอบโจทย์ประชาชนได้ ส่วนตัวนั้นอยู่ในแวดวงการเมืองมาตั้งแต่อายุ 27 ปี จนตอนนี้อายุ 38 ปี ครั้งนี้จึงเป็นการตัดสินใจที่สำคัญที่มีโอกาสได้เข้ามาเป็นผู้บริหารร่วมกับคนรุ่นใหม่ เราเชื่อว่าจะสามารถเปลี่ยนแปลงประเทศนี้ไปสู่ทิศทางที่ดีได้

เมื่อถามว่าจะตอบสังคมอย่างไรเพราะเครือญาติของผู้บริหารพรรคส่วนหนึ่งไปอยู่กับพรรคเพื่อไทย ร.ท.ปรีชาพล กล่าวว่า ถือเป็นสิทธิตอบรัฐธรรมนูญ ที่จะไปอยู่พรรคการเมืองใดก็ได้ ยืนยันว่าพรรค ทษช. มีความคิดและอุดมการณ์ของตัวเอง และรัฐธรรมนูญปัจจุบันก็เขียนขึ้นเพื่อให้เกิดพรรคเล็กพรรคน้อยขึ้นจำนวนมาก การย้ายพรรคของแต่ละคนมีเหตุผลที่แตกต่างกันไป แต่เรามาเพราะเห็นว่านี่เป็นโอกาสที่จะได้ทำเพื่อประชาชน ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าพรรค ทษช. เป็นพรรคลูกของพรรคเพื่อไทยหรือไม่นั้น เราได้ปรึกษาหารือกันแล้ว ว่าเมื่อมีโอกาสที่จะได้ช่วยเหลือประเทศเราก็ต้องทำ พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคที่ดีการเดินออกจาก พท. ไม่ใช่ความขัดแย้ง แต่ ทษช. นี้เป็นการหลอมรวมคนรุ่นใหม่ ที่ต้องการเติมเต็มสิ่งที่ประเทศขาดหาย พท.ก็ทำสิ่งดีๆ ให้กับประชาชน แต่ ทษช. ก็จะนำเทคโนโลยีเข้ามาพัฒนาประเทศ

“ที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าเราจะฮั้วกับ พท. คำว่าฮั้วใช้กับธุรกิจ ผมไม่เชื่อว่ามีการฮั้วในทางการเมือง เพราะธุรกิจเป็นเรื่องของคน 2-3 คน แต่การเมืองนั้นเป็นเรื่องของประชาชน เราจะพยายามหาสมาชิกและผู้สมัครพร้อมส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งให้ได้มากที่สุด และเมื่อลงสนามเลือกตั้งแล้ว คงไม่มีการแบ่งคะแนนกัน ผมว่าไม่มีการฮั้วแน่นอน เพราะคนที่ลงคะแนนคือประชาชน” ร.ท.ปรีชาพลกล่าว

ร.ท.ปรีชาพลกล่าวว่า พรรค ทษช.ตั้งเป้าต้องการทั้ง ส.ส.เขต และแบบบัญชีรายชื่อ โดยจะส่งให้มากที่สุด ส่วนจะได้มากน้อยเพียงใดก็ขึ้นอยู่กับประชาชน จากนี้จะต้องรอดูว่าสมาชิกที่จะเข้าร่วมกับพรรคมีแนวความคิดและนโยบายตรงกันมากน้อยเพียงใด ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าอักษรย่อของพรรคนั้น คล้ายตัวย่อชื่อนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถือเป็นเรื่องนานาจิตตัง แต่ ทษช.หมายถึงการรวมกันเพื่อเป็นหนึ่งของคนไทย เพื่อปกป้องรักษาสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองในระบอบประชาธิปไตย เรื่องตัวย่อของพรรคจึงไม่ใช่เรื่องสำคัญที่สุด แต่อยู่ที่อุดมการณ์และหลักการ รวมถึงแนวทางการทำงานของพรรค

เมื่อถามว่าจะวางยุทธศาสตร์การส่งผู้สมัคร ส.ส.อย่างไร เพื่อไม่ให้ทับซ้อนกับ พท. ร.ท. ปรีชาพลกล่าวว่า ถ้าจะต้องทับก็ต้องทับ ถือเป็นเรื่องปกติการเลือกตั้งไม่ได้บอกว่าลงเขตนี้ได้แต่ลงเขตนี้ไม่ได้ ดังนั้น จึงขึ้นอยู่กับบุคลากรที่เข้ามาอยู่ในพรรคว่าจะมีศักยภาพลงรับสมัครพื้นที่ใดบ้าง ซึ่งวันนี้ยังตอบไม่ได้ว่าจะส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งมากน้อยเพียงใด

เมื่อถามว่า นายพานทองแท้ ชินวัตร ได้ติดต่อเข้าพรรคหรือไม่ ร.ท.ปรีชาพลกล่าวว่า ยังไม่ได้รับการติดต่อ คนของพรรค พท.ก็มีการพูดคุยกันบ้าง แต่ยังไม่รู้ว่าใครจะเข้าร่วมกับเราบ้าง เพราะเป็นเรื่องการตัดสินใจของแต่ละคนขอให้ติดตามอีกสักพักหนึ่ง เพราะก่อนวันที่ 26 พ.ย. ทุกคนต้องเลือกเข้าสังกัดพรรคที่ต้องการแล้ว

4-5 ปีที่ผ่านมา คนอายุ 70-80 ปี คิดว่าตัวเองนั้นถูกทุกอย่าง ไม่ค่อยเปิดใจรับฟังคนอายุน้อยกว่า หมายถึงคนตั้งแต่อายุ 50 ปีลงมา เราเป็นคนรุ่นใหม่ มีประสบการณ์และความรู้จึงมุ่งมั่นตั้งใจร่วมกันเดินบนถนนสายนี้ แม้หนทางข้างหน้าจะไม่ราบรื่น แต่เราก็เดินด้วยหัวใจของเรา ทำเพื่อประชาชน ให้บ้านเมืองเดินหน้าไปได้ ด้วยมือของเราทุกคน จึงขอเชิญชวนคนทุกรุ่นที่มีอุดมการณ์เดียวกับเรามาสมัครเป็นสมาชิกหรือร่วมทำกิจกรรมกับเรา

เมื่อถามว่า นโยบายของพรรคจะคล้ายกับของ พท.หรือคล้ายกับพรรคไทยรักไทยหรือไม่ ร.ท.ปรีชาพลกล่าวว่า คนฉลาดจะไม่ปฎิเสธนโยบายในอดีตที่ประสบความสำเร็จ ส่วนตัวยังคิดว่าอยากจะทำนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค โดยพัฒนาเทคโนโลยีเข้าไปปรับใช้ เช่น นำเอไอเข้าไปช่วยบุคลากรทางการแพทย์

“เราตั้งใจจะส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งให้มากที่สุด แต่จะได้แค่ไหนนั้นก็ขึ้นอยู่กับประชาชน ผมเกิดจากประชาชน 11 ปีที่ผ่านมา ผมอยู่ฝั่งประชาธิปไตยมาตลอด สิ่งหนึ่งที่ผมไม่เคยทำคือ ดูถูกประชาชน ดังนั้น การจะไปประเมินว่าจะได้ ส.ส. 100 200 50 70 คน คงประเมินไม่ได้ แต่คงประเมินอีกครั้งเมื่อมีผู้สมัครัดเจนแล้ว พร้อมดูการทำโพลประกอบกัน ถ้าถามตัวผม ผมพร้อม ถ้าไม่พร้อมเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ผมคงไม่รับตำแหน่งหัวหน้าพรรค วันนี้พรรค ทษช.พร้อมที่จะคุยกับทุกฝ่าย แต่พร้อมทำงานกับฝ่ายประชาธิปไตย เพราะสังคมประชาธิปไตยมีความสวยงามที่ยอมรับความแตกต่าง เราพร้อมที่จะทำงานร่วมฝ่ายที่สนับสนุนประชาธิปไตยเท่านั้น” ร.ท.ปรีชาพลกล่าว