เมื่อวันที่ 30 เมษายน นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า คณะทำงานเศรษฐกิจเห็นว่าการที่กระทรวงคลังปรับลดจีดีพีในปีนี้ลดลงจาก 3.7% มาเหลือ 3.3% แสดงถึงปัญหาเศรษฐกิจที่มีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามที่ได้เคยเตือนไว้แล้ว และเชื่อว่ากระทรวงการคลังอาจจะต้องปรับลดตัวเลขลงอีกหลายหนก่อนสิ้นปี เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจยังรุมเร้า ทั้งการส่งออกที่ไม่ได้ฟื้นจริง ปัญหาภัยแล้งที่ส่งผลกระทบอย่างหนักในวงกว้าง ทำให้ประชาชนเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส นอกจากนี้ ข่าวสารทางด้านลบที่ยังมีออกมาอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในสายตาขององค์กรระหว่างประเทศทั้งหลาย โดยเฉพาะการละเมิดสิทธิมนุษยชนประชาชน เช่น การบุกจับประชาชนปรับทัศนคติเพิ่มขึ้น การห้ามวิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญ การจับคนยืนเฉยๆ เป็นต้น โดยองค์กรระหว่างประเทศหลายแห่ง ยังประกาศแสดงความไม่เห็นด้วย
นานอนุสรณ์ กล่าวว่าในสภาวะเช่นนี้ จึงทำให้ประชาชนอาจเข้าใจแล้วว่า ทำไมต่างประเทศจึงอยากเชิญท่าน พิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ไปให้ข้อมูลมากกว่าที่จะเชิญรัฐบาล เพราะต่างชาติอาจเชื่อว่า ด้วยพฤติกรรมแบบนี้รัฐบาลอาจไม่เป็นที่น่าเชื่อถือ โดยที่เขาระบุชัดเจนว่าได้ติดตามการแสดงความเห็นของท่านพิชัยมาโดยตลอด ซึ่งการที่ภาพพจน์ของประเทศที่อาจจะแย่ลง จะทำให้การลงทุนจากต่างประเทศจะยิ่งหดหาย นักลงทุนต่างประเทศที่จะมาขอรับการส่งเสริมการลงทุนก็อาจจะหยุดชะงักไม่ลงทุนก็เป็นได้ และประเทศไทยอาจจะโดนมาตรการกีดกันทางการค้าด้านอื่นๆเพิ่มขึ้น ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจไทยทรุดหนักลงไปอีก และ ประชาชนจะยิ่งเดือดร้อนมากขึ้น ดังนั้นรัฐบาลอาจลดพฤติกรรมหรือภารกิจที่อาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการค้า การลงทุน

