หน้าแรก การเมือง สถานีคิดเลขที...

สถานีคิดเลขที่ 12 : ไม่เป็นมงคล-อดสู?

12.11.18 | 00:12 น.

นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แสดงท่าทีไม่เห็นด้วยที่มีผู้เรียกร้องให้ต่างประเทศ และองค์กรระหว่างประเทศ เข้ามาสังเกตการณ์เลือกตั้งประเทศไทย โดยกล่าวหลายวาระและโอกาสว่า เป็นเรื่องภายในของประเทศไทย ที่จะกลับมาเริ่มต้นการเมืองแบบปกติ หากให้ต่างชาติเข้ามาสังเกตการณ์จะไม่เป็นมงคล และกล่าวด้วยว่า เป็นความอดสู หากต่างชาติเข้ามา เพราะเหมือนเราเป็นประเทศที่มีปัญหา จัดการกับตัวเองไม่ได้ และเมื่อกลุ่มประเทศอียู ขอส่งคนมา 200 คน เพื่อร่วมสังเกตการณ์ก็กล่าวทำนองว่า จำนวนมากเกินไปและน่าสงสัยว่าทำไมต้องเข้ามามากขนาดนั้น

ท่าทีของ รมว.การต่างประเทศ ทำให้ถูกวิจารณ์ในทางลบ นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า อียูให้ความสำคัญต่อการเลือกตั้งในครั้งนี้มากเป็นพิเศษ รัฐบาลควรสนับสนุน ไม่ควรมองในแง่ร้ายว่าจะบิดเบือนรายงานไม่ตรงกับความเป็นจริง เพราะประเทศเหล่านี้มีประสบการณ์ ส่งตัวแทนเดินทางไปร่วมสังเกตการณ์การเลือกตั้งทั่วโลกมาแล้ว ย่อมรู้ดีว่าจะต้องปฏิบัติตัวอยู่ในกรอบกติกาของกฎหมายของประเทศนั้นๆ อย่างไร ที่อียูขอมาถึง 200 คน ถ้าเห็นว่ามาก ควรเจรจาต่อรอง แต่ตนเองมองว่า ไม่มาก ที่สำคัญ อียูเป็นประเทศคู่ค้าสำคัญอันดับ 4 และนักลงทุนอันดับ 2 ของไทย และไทยได้เปรียบดุลการค้ามาตลอด แต่การเจรจาการค้าระหว่างไทยกับอียู ชะลอมาตั้งแต่เกิดรัฐประหารปี 2557 และอียูยืนยันตลอดมาว่า จะเจรจาการค้ากับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนตามระบอบประชาธิปไตยเท่านั้น

ที่ผ่านมา ประเทศไทยเคยเข้าไปให้คำแนะนำ ในการเลือกตั้งแก่หลายประเทศ และเคยเข้าไปสังเกตการณ์เลือกตั้งในหลายประเทศ รวมถึงที่กัมพูชาเมื่อเร็วๆ นี้ การที่ต่างชาติจะเข้ามาสังเกตการณ์ น่าจะเป็นเรื่องของมิตรไมตรีและความหวังดี หากเรียบร้อยย่อมได้คำชมเชยที่เป็นประโยชน์ในแง่ชื่อเสียง และเป็นประโยชน์ในการเจรจาการค้า หากมีข้ออ่อน ก็จะได้รับคำแนะนำที่เป็นประโยชน์ รัฐบาลไม่มีเหตุผลที่จะไปปฏิเสธ เมื่อรัฐบาลมีเป้าหมายจะจัดการเลือกตั้งที่โปร่งใส บริสุทธิ์ยุติธรรม คำรับรองว่าการเลือกตั้งเป็นไปตามเป้าหมายดังกล่าว หากมาจากนานาประเทศ ย่อมมีน้ำหนักมากกว่าที่จะพูดเองเออเองแน่นอน