“สาธุ อนุโมทามิ” ย้ำเหตุผลต้องเลื่อนเลือกตั้งเป็น 5 พ.ค. ชี้ เวลาน้อย-ตัดสิทธิ์พรรคใหม่ลงสนาม มั่นใจ ข้อเสนอเอื้อประโยชน์ทุกฝ่าย ปัด สมรู้ร่วมคิดรัฐบาล พร้อมยัน ไม่เคยร่วม กปปส. เผย เคยทำงานให้ไทยรักไทย-ขึ้นเวที นปช.ด้วย
เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน นายสาธุ อนุโมทามิ หัวหน้าพรรคพลังไทยดี ให้สัมภาษณ์กรณีเตรียมยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ในวันที่ 22 พฤศจิกายน เพื่อขอเลื่อนการเลือกตั้งจากวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 เป็นวันที่ 5 พฤษภาคม 2562 ว่า ขณะนี้มีประมาณ 10 พรรคที่ร่วมกับเรา โดยพรรคที่ยืนยันแล้ว ประกอบด้วย พรรคชาติประชาธิปไตยก้าวหน้า พรรคคนรุ่นใหม่ พรรคพลังไทยดี พรรคของประชาชน พรรคไทยมั่นคง พรรคไทยใหม่ และพรรคร่วมพัฒนาชาติไทย ขณะที่อีกสองพรรคต้องรอมติของกรรมการบริหารพรรค ได้แก่ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน และพรรคแผ่นดินธรรม ซึ่งเหตุผลของข้อเสนอดังกล่าว เนื่องจากเรามองว่าการเลือกตั้งในวันที่ 24 กุมภาพันธ์มีเวลาที่กระชั้นชิดเกินไป พรรคการเมืองทั้งเก่าและใหม่ติดคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ทำให้ไม่สามารถทำความเข้าใจแนวทางการเมืองกับประชาชนและมีปัญหาในการดำเนินการตามกระบวนการ ทั้งที่ตามโรดแมปคือในวันที่ 26 พฤศจิกายน ทุกพรรคต้องเริ่มดำเนินการรับสมัครสมาชิกเพื่อให้มีคุณสมบัติสังกัดพรรคครบ 90 วัน จึงจะทันการเลือกตั้งในครั้งนี้ ดังนั้น มีพรรคการเมืองประมาณ 60-70 พรรคที่จะไม่สามารถลงเลือกตั้งได้ เท่ากับเป็นการเสียโอกาสที่ประชาชนจะได้ตัดสินใจเลือก
“อย่าลืมว่าพรรคการเมืองที่ผ่านๆมา เคยบริหารเป็นรัฐบาลกันมาแล้ว ก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาบ้านเมืองได้ แต่วันนี้บรรดาพรรคที่เห็นปัญหาบ้านเมืองและต้องการเข้ามาแก้ไขเพื่อเป็นทางเลือกแก่ประชาชน กลับถูกตัดสิทธิ์ เพราะกระบวนการทางกฎหมายที่รวบรัดและไม่เปิดโอกาสให้ทำงาน ยิ่งเมื่อเป็นพรรคการเมืองใหม่ จะไปอธิบายความกับใคร เขาก็ไม่ค่อยเชื่อถือ ถ้าเป็นไปได้ เราจึงอยากให้กกต. นำความเห็นของพวกเราเข้าสู่คสช. และรัฐบาล ว่าให้ใช้โรดแมปที่ยาวที่สุดตามรัฐธรรมนูญ คือวันที่ 5 พฤษภาคม 2562 ส่วนพรรคที่พร้อมอยู่แล้วก็ไม่ต้องซีเรียส เพราะเท่ากับคุณได้เวลาเพิ่ม จากเดิมที่อาจได้ส.ส. แค่ 10 ก็อาจจะกลายเป็น 20 ที่นั่ง กกต.ก็จะได้ทำกระบวนการต่างๆให้เสร็จ เรายืดเวลาไป 2 เดือนเพื่อเตรียมความพร้อม ทุกฝ่ายจะได้ประโยชน์” นายสาธุกล่าว
เมื่อถามว่า แต่มีประชาชนจำนวนหนึ่งที่ต้องการให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ นายสาธุกล่าวว่า สิ่งนี้เกิดจากการที่เราไม่มีการเลือกตั้ง ทำให้คนอึดอัด และคิดว่าปัญหาที่มีในขณะนี้เป็นเพราะรัฐบาลที่มาจากทหาร ทำให้นานาชาติไม่รับรองและเศรษฐกิจได้รับผลกระทบ แต่ขณะเดียวกัน เราต้องคิดว่า ถ้าอีก 2-3 เดือนจะมีการเลือกตั้งแล้ว เกิดมีปัญหาซ้อนปัญหาขึ้นมา ใครจะรับผิดชอบ เช่น เราเตรียมการเลือกตั้งมากี่ครั้งแล้ว มีพรรคการเมืองบางพรรคไม่ส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้ง จึงควรมีการทำข้อตกลงให้ประชาชนรับรู้ว่าถ้าพรรคการเมืองใดไม่เข้าสู่กระบวนการเลือกตั้ง จะกลายเป็นจำเลยของสังคมทันที อย่างไรก็ตาม ต้องทำให้ทุกพรรคเกิดความพร้อม มีโอกาสเท่าเทียมกัน เพราะตนถือว่าคนที่กระโดดลงมาทำงานการเมืองเป็นคนที่เสียสละ ควรให้เขาได้มีบทบาทร่วมด้วย อย่าไปรักชาติกันแค่ไม่กี่คนไม่กี่พรรค
เมื่อถามว่า บางฝ่ายตั้งข้อสงสัยว่านายสาธุยื่นข้อเสนอนี้ เพราะมีการสมรู้ร่วมคิดหวังเลื่อนการเลือกตั้ง นายสาธุกล่าวว่า ขอให้กลับไปดูประวัติของตน ตนเป็นคนทำนโยบายกองทุนหมู่บ้าน 1 ล้านบาท จนกระทั่งนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีนำไปเป็นนโยบาย ต่อมาพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.)เป็นรัฐบาล ตนก็เป็นคนเสนอโครงการเสริมสร้างศีลธรรม คุณธรรมจริยธรรม และจรรยาบรรณผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ในโครงการไทยเข้มแข็ง หรือแม้แต่รัฐบาลปัจจุบัน ตนก็เสนอเงื่อนไขการแก้ปัญหาเรื่องเงินเดือนเหลื่อมล้ำของข้าราชการ นอกจากนี้ ตนยังไม่เคยร่วมการชุมนุมของ กปปส. แต่เคยร่วมเวทีแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ที่เวทีผ่านฟ้าและราชประสงค์ เพื่อต่อสู้เรื่องประมูลคลื่นความถี่วิทยุในสมัยรัฐบาลประชาธิปัตย์ ดังนั้น ถ้าใครบอกว่าตนเอนเอียงหรือทำเพื่อประโยชน์ของรัฐบาลในการเลื่อนการเลือกตั้ง ตนคิดว่าไม่น่าใช่ เพราะตนทำให้กับทุกฝ่าย
เมื่อถามถึงกรณีพรรคทางเลือกใหม่ โดยนายราเชน ตระกูลเวียง หัวหน้าพรรค ยื่นหนังสือต่อ กกต. ขอให้ คสช. ปลดล็อกพรรคการเมืองทันที ไม่เช่นนั้นก็ขอให้เลื่อนการเลือกตั้งออกไปอีกประมาณ 30 วัน นายสาธุ กล่าวว่า เป็นสิทธิเสรีภาพทางการเมืองของพรรคทางเลือกใหม่ ตนขอไม่วิพากษ์วิจารณ์ และในอดีตก็เคยทำงานร่วมกับนายราเชนในสภาวิทยุ แต่การเคลื่อนไหวครั้งนี้ของพรรคทางเลือกใหม่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับข้อเสนอของตน

