ภายหลัง นายถาวร เสนเนียม เปิดที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ สงขลา ให้กระบวนการ “เดินคารวะแผ่นดิน” เข้าไปปราศรัยและรับสมาชิก
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ก็ประกาศ “ยินดีต้อนรับ” นายสุเทพ เทือกสุบรรณ และกระบวนการ “เดินคารวะแผ่นดิน” ที่พิษณุโลก
นี่ย่อมเป็นเรื่องประเภท AB “แอบนอร์มัล” แน่นอน
จุดท้าทายอย่างสำคัญไม่เพียงเพราะกระบวนการ “เดินคาร วะแผ่นดิน” ของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นปฏิบัติการโดยพรรค รวมพลังประชาชาติไทย ประการเดียวหากแต่เนื่องจากมีคำสั่งพรรคประชาธิปัตย์ให้มีการสอบสวน นายถาวร เสนเนียม
เท่ากับ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ก็พร้อมให้ “สอบ”
ไม่ว่าพฤติการณ์ของ นายถาวร เสนเนียม ไม่ว่าพฤติการณ์ของ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม เท่ากับเป็นการท้าทายต่อคณะกรรมการ บริหารชุดใหม่ของพรรคประชาธิปัตย์
เพราะ 1 เท่ากับเป็นการเปิดประตูบ้านให้กับพรรคการเมือง อื่น
โดยเฉพาะให้มีการปราศรัยและตั้งโต๊ะรับสมาชิกพรรค
ขณะเดียวกัน 1 ทั้งๆที่พฤติการณ์แรกโดย นายถาวร เสน เนียม พรรคประชาธิปัตย์ได้วางมาตรการตรวจสอบตามระเบียบ และข้อบังคับพรรคแล้วอย่างเคร่งครัด
โทษฐานหากมีความผิดจริงก็ถึงขั้นอาจขับออกจากสมาชิกภาพ
แต่แทนที่จะก่อให้เกิดความระมัดระวังไม่กระทำการอันอาจนำความเสียหายมาให้พรรค ตรงกันข้าม กลับมีสมาชิกพรรคเดิน ตามสิ่งที่สมาชิกพรรคที่สงขลาได้กระทำมาแล้ว
ความท้าทายนี้เท่ากับท้าทายโดยตรงต่อพรรคและต่อหัวหน้าพรรคอย่างแหลมคมยิ่ง
ปฏิบัติการของสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ไม่ว่าจะเกิดขึ้นที่สงขลา ไม่ว่าจะเกิดขึ้นที่พิษณุโลก เท่ากับยืนยันถึงความขัดแย้งที่ดำรงอยู่ภายในพรรคอย่างลึกซึ้ง
เป็นผลมาจาก 1 การเคลื่อนไหวของ “มวลมหาประชาชน” ก่อนการรัฐประหาร และ 1 การต่อสู้ในตำแหน่งหัวหน้าพรรค
นี่คือ ควันหลงและผลสะเทือนจากปัญหาภายในพรรคที่นับวันจะปะทุขึ้นอย่างรุนแรง

