อดีตส.ส.จันทบุรี ประชาธิปัตย์ ซบ “พลังประชารัฐ” มั่นใจได้กลับมาใหม่ยกทีม

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 17 พฤศจิกายน ที่ทำการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายธวัชชัย อนามพงษ์ และนายแสนคม อนามพงษ์ อดีตส.ส.จันทบุรี พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) เดินทางมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ โดยนายธวัชชัยกล่าวภายหลังสมัครเป็นสมาชิกพรรคถึงเหตุผลที่ตัดสินใจลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ ว่า ตนนำทีมจันทบุรี 3 คน ซึ่งมี 1 คนที่สมัครไปแล้วก่อนหน้านี้คือ นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา โดยก่อนมาสมัคร ได้ฟังเสียงประชาชน ส่วนมากประชาชนในพื้นที่อยากให้มาอยู่ พปชร. เพื่อช่วยรัฐบาลแก้ปัญหาปากท้อง ปัญหาเศรษฐกิจ ที่ขณะนี้มีปัญหาเยอะ และรัฐบาลเองอยากได้ส.ส. เมื่อตนได้ฟังเสียงประชาชนจึงอยากมาอยู่ ดังนั้น ประชาชนในพื้นที่เข้าใจดีและอยากให้มา ขณะเดียวกัน ตนได้เดินสายรับฟังทั้งกลุ่มผู้ประกอบธุรกิจอัญมณี ข้าราชการและท้องถิ่นก็อยากให้มาอยู่พปชร. เพื่อช่วยจังหวัดจันทบุรี

เมื่อถามว่า แสดงว่าที่ผ่านมาไม่สามารถช่วยเหลือปากท้องประชาชนได้ นายธวัชชัย กล่าวว่า ตนเป็นส.ส.มา 8 สมัย ที่ผ่านมาเป็นฝ่ายค้านเยอะมาก ส่วนกระแสของประชาธิปัตย์ในพื้นที่ลดลงหรือไม่นั้น ตนไม่อยากพูด แต่ก็มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน โดยตนได้ไปลานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ขณะที่ความสัมพันธ์กับพรรคประชาธิปัตย์ ที่ผ่านมาตนไม่ได้อยู่พรรคประชาธิปัตย์มาตลอด และเคยสังกัดพรรคประชากรไทยมาก่อน อย่างไรก็ตาม เมื่อครั้งไปลานายอภิสิทธิ์ นายอภิสิทธิ๋พูดน้อยมาก พูดเพียงขอให้โชคดี และภายหลังก็มีการส่งคนมาชักชวนอีก แต่ตนไม่เอาแล้ว พอแล้ว แต่ส่วนตัวไม่ได้เกลียดนายอภิสิทธิ์

เมื่อถามว่า แสดงว่าการออกจากพรรคประชาธิปัตย์ครั้งนี้ ออกมาด้วยความไม่พอใจกันใช่หรือไม่ นายธวัชชัย กล่าวว่า “ก็นิดหน่อย แต่ก็บอกท่านแล้วว่ายุคนี้ทำไมต้องทำโพลด้วย 8 สมัยแล้ว หลานผมก็ลงบัญชีรายชื่อ แสนสี่หมื่นคะแนน ทำไมต้องทำโพลด้วย ถามว่าทำเมื่อไร ไม่ได้ว่าท่านนะ แต่ทำเมื่อปี 2560 แต่ถ้าไม่ทำ ไม่ไหวก็ลาออก ไม่มีอะไรมาก”

เมื่อถามว่า การย้ายพรรคจะทำให้การลงพื้นที่หาเสียงครั้งหน้ามีปัญหาหรือไม่ นายธวัชชัย กล่าวว่า ไม่มี เพราะครั้งนี้ตนคิดว่าเป็นการเลือกที่ตัวบุคคลไม่ใช่เลือกที่พรรค ดังนั้นต้องไปคุยให้ชาวบ้านเข้าใจ ซึ่งปัญหาชาวบ้านคือเรื่องปากท้องและเรื่องเศรษฐกิจรากหญ้า เราก็เข้าไปคุยว่าจะเป็นส.ส.เพื่อเข้าไปช่วย

เมื่อถามต่อว่า ทำไมมั่นใจว่าพรรคประชาธิปัตย์ที่ครองพื้นที่มานาน กับพรรคใหม่อย่างพปชร. จะไปเปลี่ยนความคิดประชาชนได้ นายธวัชชัย กล่าวว่า ได้คุยกับชาวบ้าน ซึ่งเขาทราบดีว่าพรรคประชาธิปัตย์ที่ครองพื้นที่มานานมีตนเป็นหัวหน้าทีม และตนก็ได้ขอลาออกกับนายอภิสิทธิ์เอง เพราะประชาชนเรียกร้องจริงๆ

เมื่อถามว่า มีความมั่นใจหรือไม่ว่าการลงสมัครครั้งใหม่นี้ จะได้กลับเข้ามาอีก นายธวัชชัย กล่าวว่า มั่นใจ มั่นใจยกทีม และคิดว่าคนจันทบุรีจะไม่ให้บทเรียนอะไรจากการย้ายพรรคครั้งนี้ เพราะเขาเข้าใจดี ซึ่งตนก็เล่นการเมืองไปตามกระแสเรียกร้อง

เมื่อถามว่า เหตุใดต้องย้ายมาพรรคพลังประชารัฐ ในเมื่อหากพลังประชารัฐเป็นรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ก็สามารถมาร่วมงานได้ นายธวัชชัย กล่าวว่า “ไม่แน่ใจ แต่เมื่อผมมาอยู่กับใครแล้วก็ไม่อยากพูด เพราะท่านอภิสิทธิ์ก็ดีกัน แต่ตอนไปลา ท่านก็พูดน้อย พูดแค่ว่าโชคดี ส่วนนายชวน หลีกภัย นั้น ผมไม่ได้พบ แต่ผมเป็นเพื่อนกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ”

เมื่อถามว่า แสดงว่าที่มีปัญหา เนื่องจากประชาธิปัตย์ไม่ได้เป็นรัฐบาลจึงทำให้การทำงานในพื้นที่ลำบากใช่หรือไม่ นายธวัชชัย กล่าวว่า “เที่ยวที่แล้วก็แบบนั้น เวลาเป็นรัฐบาลทีเราของบประมาณไปจันทบุรีเยอะมาก แต่เวลาเป็นฝ่ายค้านทำงานลำบาก ผมเน้นการทำงาน ตอนนี้มาอยู่ในพลังประชารัฐก็ขอโครงการไปเยอะ เพราะชาวบ้านอยากได้ เช่น การแก้ปัญหารถติด การแก้ปัญหาปากท้อง ราคายางพาราตกต่ำ ช่วงนี้เราก็จะเข้าไปช่วย อย่างไรก็ตาม การเล่นการเมืองยุคนี้ต้องให้ชาวบ้านร้องเรียนปัญหามา ซึ่งผมกำลังจะเชิญนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค ไปดูในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ซึ่งมีคนหลากหลายอาชีพ ขณะนี้ท่านกำลังดูตารางเวลาที่จะลงไป เพื่อให้เห็นภาพในพื้นที่ที่แท้จริง”

เมื่อถามว่า หากครั้งนี้ไม่ได้เป็น ส.ส.ตามที่คาดหวังไว้ จะเล่นการเมืองต่อหรือไม่ หรือมีแนวทางอย่างไร นายธวัชชัย กล่าวว่า ยังตอบไม่ได้ ต้องรอดูก่อน แต่ตนคิดว่าเสียงประชาชนตอบรับเยอะมาก ซึ่งเราได้บอกว่าจะลงไปช่วยแก้ปัญหาต่างๆ ที่ประชาชนเดือดร้อน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการให้สัมภาษณ์ นายธวัชชัยและนายแสนคม ได้เปิดรูปจากโทรศัพท์มือถือ ขณะไปลานายอภิสิทธิ์ ให้สื่อมวลชนดูอีกด้วย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ผู้โดยสารเฮ! ‘บินไทย’ ได้สิทธิผลิตอาหารกล่อง-เครื่องดื่มบนรถทัวร์ บขส.
บทความถัดไปอุตุฯ เตือนระวังฝนฟ้าคะนอง