เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการรับสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) อย่างเป็นทางการ และการเปิดตัวว่าที่ ผู้สมัคร ส.ส.พรรค ที่โรงแรมแชงการี-ล่า บรรยากาศคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า เหล่าบรรดาแกนนำพรรค คณะผู้บริหาร นำโดย 4 รัฐมนตรีแกนนำพรรค ประกอบด้วย นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรค นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรค มารอต้อนรับตั้งแต่เช้า โดยมีอดีตรัฐมนตรี อดีต ส.ส.นักการเมืองท้องถิ่น นักวิชาการ นักธุรกิจ ศิลปินดารา เดินทางมาสมัครสมาชิกพรรคจำนวนมาก
โดยเฉพาะในเวลา 10.30 น. กลุ่มสามมิตร นำโดยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน นายอนุชา นาคาศัย แกนนำกลุ่มสามมิตร ได้นำสมาชิกในกลุ่ม 60 คน อาทิ นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายสันติ พร้อมพัฒน์ อดีตอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ นายก อบจ.สุโขทัย และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายภิญโญ นิโรจน์ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายจำลอง ครุฑขุนทด อดีตอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายมณเฑียร สงฆ์ประชา อดีต ส.ส.ชัยนาท นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา อดีต ส.ส.ราชบุรี นายจักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล อดีต ส.ส.สุโขทัย เป็นต้น มาสมัครสมาชิกพรรค โดยได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนเป็นอย่างมาก และมี 4 รัฐมนตรีแกนนำพรรค ไปให้การต้อนรับ พร้อมชูมือแสดงพลัง
ขณะเดียวกันยังมีกลุ่มอดีต ส.ส.และนักการเมืองต่างๆ ในภาคอีสานเดินทางมาจำนวนมาก อาทิ กลุ่มของนายสุพล ฟองงาม อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย, กลุ่มของนายวิรัช รัตนเศรษฐ, กลุ่มของนายเอกราช ช่างเหลา, ตระกูลจงสุทธานามณี ใน จ.เชียงราย, สมาชิกบางส่วนของกลุ่มบ้านริมน้ำ นำโดยนายรณฤทธิ์ คานเขต อดีต ส.ส.ยโสธร, กลุ่มอดีต ส.ส.จันทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ นำโดยนายธวัชชัย อนามพงษ์, กลุ่มอดีต ส.ส. ส.ข. และ ส.ก. กทม. พรรคประชาธิปัตย์ นำโดยนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ นอกจากนี้ ยังมี ร.อ.ธรรมมนัส พรหมเผ่า อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย รวมทั้ง พล.อ.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ สมาชิกสภานิติบัญญัติ เพื่อน ตท.12 ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ซึ่งดูแลพื้นที่ภาคใต้ มาด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ ในงานได้มีการจัดเลี้ยงอาหารบุฟเฟ่ต์ ขณะที่ตลอดทั้งวัน มีประชาชนทยอยมาต่อแถวสมัครสมาชิกพรรคยาวเหยียด โดยมีนายวิเชียร ชวลิต นายทะเบียนพรรค ดูแลการรับสมัครด้วยตัวเอง
โดยนายอุตตม ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ พปชร. จัดงานขึ้นมาเพื่อให้สมาชิกในฐานะเพื่อนและสมาชิกพรรคได้มาพบปะและถือโอกาสเปิดตัวเพื่อนร่วมอุดมการณ์ที่สนใจเข้ามาร่วมเป็นสมาชิกพรรคซึ่งเป็นที่น่ายินดีว่าวันนี้ พปชร.มีความเป็นพรรคการเมืองเต็มตัวตามกฎหมาย เราพร้อมเดินหน้าทำกิจกรรม และถือเป็นจุดเริ่มต้นในการเปิดตัว ผู้ที่สนใจทำงานร่วมกับพลังประชารัฐ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เริ่มมาสัปดาห์หนึ่ง แต่วันนี้ถือเป็นอีกก้าวหนึ่ง ตนยืนยันว่าจะมีกิจกรรมอย่างต่อเนื่องไปเรื่อยๆ วันนี้น่ายินดีที่มาจากทุกภาคในประเทศ
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีหลายกลุ่มที่เข้ามาเป็นสมาชิกจะมีแนวทางการบริหารจัดการอย่างไร เพื่อให้เกิดความเป็นเอกภาพ นายอุตตม กล่าวยืนยันว่า ทุกคนที่เข้ามาในพลังประชารัฐ ถือเป็นกลุ่มเดียว คือพลังประชารัฐ ไม่มีกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ก่อนหน้านี้อาจจะมี แต่เมื่อวันนี้เดินเข้ามาแล้วก็ต้องอยู่ด้วยกันเป็นกลุ่มเดียวกัน หรือว่าอยู่ด้วยกันแล้วก็เป็นกลุ่มเดียวกันทั้งหมดการบริหารจัดการก็ถือว่าเราเป็นกลุ่มเดียว
ผู้สื่อข่าวถามว่า จากจำนวนสมาชิกที่มีมากจะมีปัญหาต่อการจัดผู้ลงสมัครหรือไม่ นายอุตตม กล่าวว่า ในแต่ละพื้นที่ไม่มีปัญหาในการที่จะสรรหาผู้เหมาะสมเป็นตัวแทนพรรคให้ประชาชนพิจารณา เราก็จะมาพูดคุยกัน ทั้งนี้เรามีสรรพกำลังพอสมควร บางจุดอาจจะมีคนเก่งมีความสามารถมากกว่า 1 คน ก็ต้องพูดคุยกัน
เมื่อถามว่า กรณี น.ส.วันทยา วงษ์โอภาสี มาดามเดียร์เข้าร่วมพรรค ทางพรรคประชาธิปัตย์มองว่าพรรคพลังประชารัฐ ครอบงำสื่อนายอุตตม กล่าวว่า ทำไมไปคิดแบบนั้น เราเปิดกว้างทางการเมือง เราจะมาตั้งแง่ทำไม คนที่มีความตั้งใจจะเข้ามาทำงานการเมืองเพื่อชาติไม่ว่านามสกุลไหนทั้งหมดอยู่ที่ตัวบุคคลอย่าไปมองที่นามสกุล
ส่วนคำสั่งมาตรา 44 ที่ให้ขยายเวลาในการจัดเขตเลือกตั้งของคณะกรรมการการเบือกตั้ง (กกต.) มีการมองว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับพรรคพลังประชารัฐ นายอุตตม กล่าวปฏิเสธว่า ไม่มี การเอื้อเพื่อประโยชน์ให้กับพรรคพลังประชารัฐแต่อย่างใด ซึ่งพลังประชารัฐ มีความพร้อมและมีการเตรียมการมาอย่างต่อเนื่อง โดยยึดหลักตามที่ กกต.ในฐานะผู้กำกับดูแลการเลือกตั้ง มีคำสั่งออกมา กำหนดให้วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 62 เป็นวันเลือกตั้ง เราถือคำสั่งนี้เป็นหลัก ส่วนงานอื่นเป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่จะดำเนินการและเราก็พร้อมที่จะดำเนินการตามกติกา
เมื่อถามว่า วันนี้ถือว่าพลังประชารัฐเป็นพรรคการเมืองที่สมบูรณ์ สรุปจะเสนอใครเป็นนายกรัฐมนตรี หัวหน้า พปชร.กล่าวว่า คำถามนี้เร็วเกินไป วันนี้เราเพิ่งได้รับการรับรองความเป็นพรรคการเมือง ขอเวลาให้พรรคได้มีการหารือแล้วจึงจะได้สรุปจะเสนอใคร ส่วนจะเป็นช่วงเวลาไหนนั้น ก็เป็นไปตามจังหวะเวลาตามกฎกติกากำหนดช่วงนี้ต้องขอหารือเป็นการภายในก่อน
เมื่อถามว่าคนส่วนใหญ่ที่เข้ามาร่วมพร้อมที่จะเสนอชื่อพล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีต่อนายอุตตม กล่าวว่า ในนามของพรรคหรือมติอย่างเป็นทางการเรายังไม่ได้เสนอใคร กรณีของพล.อ.ประยุทธ์ก็คงต้องไปถามตัวท่านเองว่าพร้อมเสนอตัวทำหน้าที่ต่อไปหรือไม่แต่ยืนยันว่าใน ส่วนของพรรคยังไม่ได้เลือกใคร
เมื่อถามว่ามีการทาบทามในเบื้องต้นไว้หรือยัง นายอุตตม ยังเร็วเกินไป ส่วนที่นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ระบุว่าในใจจะเสนอชื่อพล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรี คงต้องไปถามนายสุวิทย์เอง แต่เรามีอุดมการณ์เดียวกัน เพียงแต่ในทางการเรายังไม่ได้ทาบทาม
เมื่อถามว่า สรุปว่าสี่รัฐมนตรีพรรคพลังประชารัฐจะลาออกจากตำแหน่งได้เมื่อไหร่ นายอุตตม กล่าวว่า คำตอบเดิมคือเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ทั้งในแง่การทำงานที่รับผิดชอบอยู่ ยังมีเรื่องที่สำคัญที่ต้องทำให้แล้วเสร็จ เนื่องจากเป็นประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและประเทศ รวมถึงความเหมาะสม เพื่อพรรคพลังประชารัฐ ที่จะเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง ก็ต้องรอดูกัน ทั้งนี้คงไม่ได้เป็นการรอสัญญาณจากนายกรัฐมนตรี ทั้งหมดอยู่ที่ตัวของพวกเรา
เมื่อถามว่า การสวมหมวก 2 ใบ ถูกมองว่าสร้างความได้เปรียบจะอธิบายพรรคการเมืองอื่นอย่างไร หัวหน้า พปชร.กล่าวว่า ขอให้ดูที่พฤติกรรมการทำงานของพวกเราจะดีกว่า ว่าเอาเปรียบตรงไหนซึ่งตนเชื่อว่าไม่มี หรือถ้าเห็นให้ชี้มาเลย
“การเมืองวันนี้มันหมดยุคไปแล้ว ที่จะมาพูดว่ากันไปมาโดยไม่คำนึงถึงข้อเท็จจริงไม่ได้ดูภาพความเป็นจริงวันนี้ขอให้มาดูว่าใครทำอะไร”นายอุตตม กล่าว
เมื่อถามว่า วันนี้พรรคพลังประชารัฐมีข้อกังวลอะไรก่อนที่จะไปส่งวันเลือกตั้งนายอุตตม กล่าวว่า ต้องยอมรับเวลามีไม่มากในการเป็นพรรคใหม่ แต่ก็ไม่ได้กังวลอะไร เพียงแต่ทุกคนในพรรคต้องทำงานหนักในส่วนของเรา แต่มั่นใจว่าทำได้แน่
นายอนุชา นาคาศัย กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) เปิดเผยว่า มั่นใจว่าหลังเลือกตั้ง พปชร. จะได้จำนวน ส.ส.ร้อยกว่า เรื่องจากนโยบายที่นำเสนอดีและตรงใจประชาชน และผู้สมัครของพรรคมีคุณภาพ และมีอุดมการณ์ร่วมกันทำงานรับใช้พี่น้องประชาชน และ ไม่กังวลว่า พปชร. จะถูกมองเป็นพรรคทหาร เพราะทุกอย่างผ่านการเลือกตั้ง และปฏิบัติตามรธน.ปัจจุบัน
ร.อ.ธรรมมนัส พรหมเผ่า กล่าวถึงเหตุผลในการมาร่วมงานกับพรรคว่า เนื่องจากต้องการก้าวข้ามความขัดแย้ง อยากเห็นบ้านเมืองเดินหน้าได้ ไม่ใช่ประชาธิปไตยข้างถนน แบบนั้นไม่ทำบ้านเมืองเดินไปไหนได้ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของผู้สมัครส.ส.พะเยา ขณะนี้มีตัวผู้สมัครครบทั้งหมดแล้ว ส่วนตนนั้นผู้ใหญ่จะให้อยู่ตรงไหนก็คงจะมีการพิจารณา แต่คาดว่าจะได้ลงส.ส.ในแบบบัญชีรายชื่อ



